15 ปี ‘ประชานิยม’ การเมืองยุคใคร สั่ง ธ.ก.ส. สำรองจ่ายโครงการอะไรบ้าง- ก่อหนี้กว่า 8 แสนล้าน

นโยบายประชานิยมที่เพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลทุกสมัยใช้มาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีในกระเป๋า ยังสามารถดำเนินการได้ โดยใช้สถาบันการเงินของรัฐจ่ายเงินไปก่อน โดยมีคำสัญญาว่ารัฐจะจัดเงินงบประมาณมาชดใช้ทีหลัง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “มาตรการกึ่งการคลัง” ที่ใช้ผ่านบัญชีพิเศษ (Public Service Account หรือ PSA) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ไม่ได้นับรวมเข้ามาอยู่ในบัญชีหนี้สาธารณะของประเทศ

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา (ปี 2554–2569) รัฐบาลติดค้างหนี้หน่วยงานรัฐรวมกันพุ่งสูงถึง 1,133,751 ล้านบาท! หนี้ก้อนนี้ เป็นหนี้ที่รัฐบาลสั่งให้ ธ.ก.ส. “สำรองจ่ายไปก่อน” ตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 หรือที่เรียกว่า “หนี้ มาตรา 28” มากถึง 73% ของหนี้ทั้งหมด กล่าวคือ ธ.ก.ส. รายเดียวแบกภาระหนี้กึ่งการคลังให้รัฐบาลเกือบ 80%

ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะทยอยตั้งงบประมาณมาชดเชยคืนให้ ธ.ก.ส. ในภายหลัง แต่ตัวเลขหนี้ค้างชำระยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 784,299 ล้านบาท ในปี 2564 พุ่งขึ้นไปถึง 826,861 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 42,562 ล้านบาท (หรือโตขึ้น 5.42%) ในเวลา 5 ปี โดยตัวเลขดังกล่าวนี้ คือ “ยอดหนี้มาตรา 28” คงค้าง ณ สิ้นปีบัญชี (31 มีนาคมของทุกปี) ที่ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายเงินไปก่อน หักลบกับงบประมาณที่ ธ.ก.ส.ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณในแต่ละปี สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายประชานิยมที่ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายออกไปช่วยเหลือเกษตรในแต่ละปี ยังทำมาอย่างต่อเนื่องทุกปี จนยอดคงค้างไม่เคยลดลงมีแต่เพิ่มขึ้นๆ

หากย้อนกลับไปดูเส้นทาง 15 ปีของ “หนี้ มาตรา 28” ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. รวม 74 โครงการ เราจะเห็นสไตล์การบริหาร และวิธีใช้เงินของแต่ละรัฐบาลมีรายละเอียดดังนี้

เริ่มจากในยุครัฐบาล น.ส.ลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2554 – 7 พฤษภาคม 2555 เป็นยุคทองของโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร เป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร รัฐบาลได้สั่งให้ ธ.ก.ส. นำเสนอโครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร 4 โครงการ ส่งให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติไปทั้งหมด 17 ครั้ง อันได้แก่

  • โครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี 2554/55 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 2 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 15 มกราคม 2555 และมติ ครม. วันที่ 29 มีนาคม 2555
  • โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 5 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554, มติ ครม. วันที่ 29 มีนาคม 2555, มติ ครม. วันที่ 1 พฤษภาคม 2555, มติ ครม. วันที่ 10 มิถุนายน 2556 และมติ ครม. วันที่ 3 กันยายน 2556
  • โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2555/56 รอบที่ 2 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 5 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554, มติ ครม. วันที่ 29 มีนาคม 2555, มติ ครม. วันที่ 1 พฤษภาคม 2555, มติ ครม. วันที่ 10 มิถุนายน 2556 และมติ ครม. วันที่ 3 กันยายน 2556
  • โครงการรับจำนำข้าวเปลือก 2556/57 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 5 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554, มติ ครม. วันที่ 29 มีนาคม 2555,มติ ครม. วันที่ 1 พฤษภาคม 2555, มติ ครม. วันที่ 10 มิถุนายน 2556 และมติ ครม. วันที่ 3 กันยายน 2556

สมัยรัฐบาล คสช. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หลังทำการรัฐประหาร เข้ามาบริหารต่อจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 – 9 มิถุนายน 2562 เน้นการให้สินเชื่อฟื้นฟูภาคการเกษตร และยกระดับการผลิต โดยรัฐบาล คสช. ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส. นำเสนอโครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร 6 โครงการ ส่งให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติไปทั้งหมด 14 ครั้ง มีรายละเอียดดังนี้

  • โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนวัยนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวม และแปรรูปยางพารา โดย คสช. มีมติอนุมัติโครงการดังกล่าว ตามที่ ธ.ก.ส. นำเสนอเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 และผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อีก 4 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 21 กรกฎาคม 2558, มติ ครม. วันที่ 29 มีนาคม 2559, มติ ครม. วันที่ 13 มิถุนายน 2560 และมติ ครม. วันที่ 19 ธันวาคม 2560
  • โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 4 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 21 กรกฎาคม 2557, มติ ครม. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558, มติ ครม. วันที่ 11 ตุสาคม 2559 และมติ ครม. วันที่ 13 มิถุนายน 2560
  • โครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร 2559-2561 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 2 ครั้ง คือมติ ครม. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558, มติ ครม. วันที่ 5 กรกฎาคม 2559
  • โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559
  • โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2560/61 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 19 กันยายน 2560
  • โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย ระยะที่ 2 ในสมัยรัฐบาล คสช. ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 9 มกราคม 2561

หลังการเปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2562 – วันที่ 22 สิงหาคม 2566 พลเอกประยุทธ์ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส. นำเสนอโครงการช่วยเหลือเกษตรกรไปทั้งหมด 35 โครงการ ส่งให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติ 49 ครั้ง มีทั้งการสานต่อโครงการเดิม และจัดทำโครงการใหม่ๆ อย่างโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรหลายชนิด และแจกเงินเยียวยาเกษตรกรหลายโครงการ มีรายละเอียดดังนี้

  • โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมและแปรรูปยางพารา ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ที่มี พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 15 ตุลาคม 2562
  • โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 2 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 23 มิถุนายน 2563 และมติ ครม. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563
  • โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 11 มกราคม 2565
  • โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย ระยะที่ 2 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.อีก 2 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 และมติ ครม. วันที่ 27 ธันวาคม 2565
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 รอบที่ 1 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 25622563 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562
  • โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 2 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 27 สิงหาคม 2562 และมติ ครม. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2562/63 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 2 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 และมติ ครม. วันที่ 28 เมษายน 2563
  • โครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว และปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562
  • โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563
  • โครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิตปี 2562/63 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563
  • โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2563/64 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 3 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 18 สิงหาคม 2563, มติ ครม. วันที่ 25 ตุลาคม 2564 และมติ ครม. วันที่ 10 พฤษภาคม 2565
  • โครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 3 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 25 สิงหาคม 2563, มติ ครม. วันที่ 26 มกราคม 2564 และมติ ครม. วันที่ 20 เมษายน 2564
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 3 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563, มติ ครม. วันที่ 1 ธันวาคม 2563 และมติ ครม. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564
  • โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2563/2564 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 2 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 และมติ ครม. วันที่ 9 มีนาคม 2564
  • โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563
  • โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 30 มีนาคม 2564
  • โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิต ปี 2563/64 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 11 พฤษภาคม 2564
  • โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้ และผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 13 กรกฎาคม 2564
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 รอบที่ 1 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 4 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 25 ตุลาคม 2564, มติ ครม. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564, มติ ครม. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และมติ ครม. วันที่ 17 พฤษภาคม 2565
  • โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2564/65 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 25 ตุลาคม 2564
  • โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 25 ตุลาคม 2564
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564
  • โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2565 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 3 พฤษภาคม 2565
  • โครงการเกษตรกรชาวไร่อ้อย สำหรับบริหารจัดการแหล่งน้ำ และซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร่อ้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปี 2565-2567 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 30 พฤษภาคม 2565
  • โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2564/65 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 20 กันยายน 2565
  • โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ระยะที่ 2 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565
  • โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2565/66 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565
  • โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565
  • โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566
  • โครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2566 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 14 มีนาคม 2566 เป็นโครงการสุดท้ายก่อนรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์จะประกาศยุบสภา เปิดเลือกตั้งใหม่

พรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลอีกครั้ง โดยเริ่มจากรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และต่อด้วยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2566 – 7 กันยายน 2568 ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส. นำเสนอโครงการช่วยเหลือเกษตรกรไปทั้งหมด 28 โครงการ ส่งให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาอนุมัติ 29 ครั้ง มีทั้งการสานต่อโครงการเดิมของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ และจัดทำโครงการใหม่ๆ หลายโครงการ มีรายละเอียดดังนี้

  • โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวม และแปรรูปยางพารา ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568
  • โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568
  • มาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อยตามนโยบายรัฐบาล ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 2 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 26 กันยายน 2566 และมติ ครม. วันที่ 24 กันยายน 2567
  • โครงการสินเชื่อคืนถิ่นแรงงงานไทย (อิสราเอล) ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566
  • โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/67 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566
  • โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566
  • โครงการสินเชื่อรวบรวมมันสำปะหลัง และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566
  • โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง ปี 2566/67 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566
  • โครงการสินเชื่อรวบรวมมันสำปะหลัง และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566
  • โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566
  • โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 4 ธันวาคม 2566
  • โครงการ โคล้านตัว นำร่อง ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567
  • มาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567
  • โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2567 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 16 กรกฎาคม 2567
  • โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567
  • โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2567/68 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567
  • โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2567/68 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567
  • โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2567-2568 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567
  • โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 3 ธันวาคม 2567
  • โครงการสินเชื่อรวบรวมมันสำปะหลัง และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2567/68 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567
  • .
  • โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง ปี 2567/68 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567
  • มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ฤดูการผลิตปี 2567/68 ผ่านความเห็นชอบ จาก ครม. 1 ครั้ง คือ มติ ครม. วันที่ 17 มิถุนายน 2568
  • โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ระยะที่ 3 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
  • โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
  • โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
  • โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
  • โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี และส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
  • โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรชาวไร่อ้อย สำหรับบริหารจัดการแหล่งน้ำ และซื้อเครื่องจักรการเกษตรในไร่อ้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปี 2568 – 2570 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568

จนกระทั่งมาถึงยุคพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ 1 และ สมัยที่ 2 เริ่มเข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2568 – ปัจจุบัน มอบหมายให้ ธ.ก.ส. นำโครงการสินเชื่อเพื่อลดต้นทุน และเสริมสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร 6 โครงการ เสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติ 6 ครั้ง มีรายละเอียดดังนี้

  • โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
  • โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2568/69 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
  • โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย เพื่อเพิ่มรายได้ ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
  • โครงการสินเชื่อไทยยั่งยืน (ชื่อเดิมชุมชนสร้างไทย ระยะที่ 3) ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568
  • โครงการสินเชื่อเพื่อ SMEs ไทยไชโย ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568
  • โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569

ทั้งนี้การช่วยเหลือเกษตรกรไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องไม่ดี แต่ต้องมีเป้าหมายระยะยาวควบคู๋กันไปเพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรและผลิตภาพโดยรวม การใช้มาตรการกึ่งการคลัง โดยสั่งให้ ธ.ก.ส. สำรองจ่ายไปก่อนเรื่อยๆ โดยหวังว่าวันข้างหน้าจะมีงบประมาณมาผ่อนคืน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลมีแนวโน้มลดลง ขณะที่งบผ่อนชำระหนี้เก่ากลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเข้ามาเบียดพื้นที่การคลังให้แคบลงไปเรื่อยๆ เม็ดเงินจึงไม่เพียงพอที่จะนำไปพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ

ดังนั้น 15 ปี กับเม็ดเงินกว่า 8 แสนล้านบาท ที่นำไปเยียวยาภาคเกษตร หากนำเงินส่วนที่เยียวยานี้ ไปยกระดับหรือทำโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นระบบส่งน้ำ/ระบบผันน้ำ ที่เกษตรกรใช้น้ำได้อย่างทั่วถึง หรือระบบการพยากรณ์อากาศสำหรับภาคเกษตร ที่สามารถรู้ล่วงหน้าและปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก ป้องกันโรค การเก็บเกี่ยวพืชผล หรือเทคโนโลยี่อื่นๆที่ช่วยให้การทำเกษตรแม่นยำ สร้างผลผลิตที่ดีและการป้องกันภัยด้านต่างๆได้ดีขึ้น น่าจะเป็นหนทางแก้จนข้ามรุ่นให้เกษตรกรและหลุดพ้นจากวงจรหนี้ น่าจะเป็นการช่วยเกษตรกรได้อย่างแท้จริงหรือไม่