
‘ชัชชาติ’ แจงยังไม่ยกเลิกผลการประมูลอุโมงค์ยักษ์ “บึงหนองบอน” มูลค่าเกือบหมื่นล้าน – รอกรมบัญชีกลางเคาะคุณสมบัติ ‘ชั้นพิเศษ’ เนาวรัตน์พัฒนาการฯ ย้ำทำตามขั้นตอน – ระเบียบครบถ้วนถูกต้อง-ยึดประโยชน์ราชการเป็นหลัก
ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่า ฯกทม.) ชี้แจงความคืบหน้าของการประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ส่วนต่อขยาย ‘บึงหนองบอน-คลองประเวศฯ-คลองสี่’วงเงิน 9,561 ล้านบาทว่า การประมูลโครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังจากที่คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของ กทม.จนกระทั่งได้ “กิจการร่วมค้า NC-NB” เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ต่อมาทราบจากข่าวบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ “NWR” ซึ่งเป็นแกนนำหลักของกิจการร่วมค้า NC-NB มีส่วนของทุนติดลบ ทาง กทม.ได้ดำเนินการตรวจสอบ พบว่าเงื่อนไขนี้ไม่ได้มีอยู่ใน TOR ของ กทม. ซึ่งตามระเบียบในการเขียนหรือกำหนดเงื่อนไขต่างๆใน TOR ของกรมบัญชีกลาง หากมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอว่า “จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยว่าชั้นพิเศษ ประเภททั่วไปกับกรมบัญชีกลาง” แล้ว ก็ไม่ต้องไปกำหนด “ส่วนของผู้ถือหุ้น” ของผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นบวก (+) เท่านั้น เอาไว้ใน TOR
ดังนั้น ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ จึงต้องดูที่ใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษของกรมบัญชีกลางเป็นหลัก แต่ปัญหาคือบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ ฯ ยังถือใบรับรองการขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาชั้นพิเศษของกรมบัญชีกลางอยู่ และยังไม่ได้ถูกกรมบัญชีกลางเพิกถอน ประเด็นนี้ตนจึงทำหนังสือสอบถามไปที่กรมบัญชีกลางว่า บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯยังเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษอยู่หรือไม่ เข้าใจว่ายังไม่ได้ตอบกลับมา แต่คงต้องรอผลการวินิจฉัยของกรมบัญชีกลางก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯ ประสบปัญหาด้านการเงินจนต้องยื่นคำร้องขอ “ฟื้นฟูกิจการ” ต่อศาลล้มละลายกลางยังมีศักยภาพในการดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์บึงหนองบอน ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของ กทม.ได้อยู่หรือไม่?
ดร.ชัชชาติ ตอบว่า “ประเด็นนี้ กทม.จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ แต่ตอนนี้คงต้องพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกนั้นครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ก่อน สมมุติว่า ถ้ากรมบัญชีกลาง ทำหนังสือแจ้ง กทม.กลับมาว่า บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯ ขาดคุณสมบัติ เพราะส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ กรณีนี้ก็คือ ไม่ผ่านคุณสมบัติ แต่ถ้ากรมบัญชีกลาง ตอบกลับมาว่า บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯ ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนเหมือนเดิม ก็ต้องเอาตามนั้น ส่วนประเด็นที่ถามว่า กทม.มั่นใจหรือไม่ ว่าผู้รับเหมารายนี้จะทำงานให้ กทม.ได้สำเร็จลุล่วง ประเด็นนี้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาฯของ กทม.คงจะต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าว กทม.อาจใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ตามที่กำหนดไว้ในหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุดที่ กค (กวจ) 0405.2/ว. 124 ใช่หรือไม่
ดร.ชัชชาติ ตอบว่า “ตามหนังสือเวียนของกรมบัญชีกลาง ฉบับ ว. 124 ก็เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนออีกรูปแบบหนึ่ง (สำหรับผู้ยื่นข้อเสนอที่มีส่วนของทุนติดลบ หรือมีส่วนของทุนเป็นบวก แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอได้) แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองสินเชื่อจากธนาคารวงเงินประมาณ 1 ใน 4 ของมูลค่าโครงการ และต้องอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายด้วย ประเด็นข้อกฎหมายทั้งหมดนี้ ตนมอบหมายให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาฯ ของ กทม.ไปพิจารณาระเบียบต่างๆให้ครบถ้วนถูกต้องแล้ว”
ถามต่อ ในประกาศของ กทม. ข้อ 6.5 ระบุว่า “ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ในการทำสัญญา คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาฯ หรือ กทม. มีสิทธิ์ให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพ ฐานะ หรือ ข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวกับผู้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมได้ กรุงเทพมหานครมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสม หรือ ไม่ถูกต้อง” ประกาศข้อนี้เป็นอำนาจในการพิจารณาตัดสินใจของ กทม.ใช่หรือไม่
ดร.ชัชชาติ ตอบว่า “สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ว่าฯ กทม. ใช่ แต่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ และเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ ซึ่งจะต้องเรียกข้อมูลต่างๆมาพิจารณาให้ครบถ้วน ยืนยันไม่มีการลำเอียง ตนยึดประโยชน์ของทางราชการและประชาชนเป็นหลัก”
คำถามสุดท้าย ทำไมต้องรอคำตอบจากกรมบัญชีกลาง ไม่ใช้อำนาจตามประกาศ ข้อ 6.5 ของ กทม.ไปเลย
ดร.ชัชชาติ ชี้แจงสาเหตุที่ต้องรอกรมบัญชีกลางว่า กรมบัญชีกลางเป็นด่านแรก ในฐานะที่เป็นผู้คุมกฎต่างๆในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐทั้งหมด ซึ่ง กทม.ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมบัญชีกลางเป็นหลักก่อน มิฉะนั้น กทม.ก็จะมีความเสี่ยงอาจถูกผู้รับเหมาฟ้องได้เหมือนกัน
อนึ่ง การประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่วนต่อขยาย ‘บึงหนองบอน-คลองประเวศฯ-คลองสี่’ ด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงิน 9,561 ล้านบาท เกิดขึ้นในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก่อนที่ ดร.ชัชชาติจะเข้ามารับตำแหน่งในสมัยที่ 2 โดยสำนักการระบายน้ำของ กทม.ได้ออกประกาศเชิญชวนประกวดราคาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กำหนดให้ผู้ที่สนใจยื่นเอกสารข้อเสนอ และราคาผ่าน e-bidding ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 มีบริษัทรับเหมางานก่อสร้างยักษ์ใหญ่ยื่นข้อเสนอ 3 ราย ได้แก่
- รายแรก : กิจการร่วมค้า NC – NB ประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) Joint Venture กับบริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
- รายที่ 2 : บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
- รายที่ 3 : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
หลังจากจากคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาฯได้พิจารณาคุณสมบัติ และเปิดซองราคาแล้ว พบว่า กิจการร่วมค้า NC – NB เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด 9,518 ล้านบาท เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือก
ต่อมา มีสื่อมวลชนหลายสำนักได้นำเสนอข่าวบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ “NWR” ซึ่งเป็นแกนนำหลักของกิจการร่วมค้า NC-NB ประสบปัญหาขาดทุนจนทำให้ส่วนของทุนติดลบมาอย่างต่อเนื่อง 2 ปี ติดต่อกัน กล่าวคือ ณ สิ้นปี 2567 ติดลบ 2,349 ล้านบาท และ ณ สิ้นปี 2568 ติดลบ 3,322 ล้านบาท นอกจากนี้เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 บริษัท NWR ยังทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลางก่อนที่จะมายื่นซองข้อเสนอกับ กทม. โดยศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 รวมทั้งไต่สวนคำร้องไปแล้วเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และล่าสุดนัดฟังคำพิพากษา หรือคำสั่งในวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น.
จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯ ประสบปัญหาขาดทุน จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 3,322 ล้านบาท ทำไมถึงยังคงสถานะในการขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาชั้นพิเศษ สาขาก่อสร้างชลประทานกับกรมบัญชีกลางได้จนถึงทุกวันนี้ ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่มีสิทธิประมูลกับภาครัฐแบบไม่จำกัดวงเงินนั้น จะต้องมีส่วนของทุน หรือ “มูลค่าสุทธิของกิจการ” (Net Worth) ต้องเป็นบวก (+) เท่านั้น
เมื่อไปสอบถามอธิบดีกรมบัญชีกลาง ก็ได้รับคำตอบว่า บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯ ไม่ได้มายื่นขอตรวจติดตามเพื่ออัพเดตสถานะของกิจการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตามกำหนดเวลา และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอนสิทธิ์การเป็น “ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ”
ดังนั้น ในระหว่างกรมบัญชีกลางยังไม่ได้เพิกถอนบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯออกจากทะเบียนผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ก็ถือว่าบริษัทคงยังมีคุณสมบัติของการเป็นผู้ประมูลงานรัฐได้ เป็นเหตุให้สังคมเกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดกรมบัญชีกลางยังไม่เพิกถอนชื่อผู้รับเหมารายนี้ ออกจากการขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษ และทำไม กทม.ถึงไม่ใช้อำนาจตามประกาศประกวดราคา ข้อ 6.5 เป็นเหตุและปัจจัยทำให้การประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์บึงหนองบอน ยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้



