
สำรวจข้อมูลสื่อโลกชี้กัมพูชา ศูนย์กลางการผลิตบุหรี่ผิดกฎหมาย-บุหรี่ปลอมระดับโลก จากผลการปราบปรามโดยศุลกากรหลายประเทศ ตรวจจับ ‘บุหรี่เถื่อน’ จำนวนมาก ‘ถ่ายลำ-ผ่านแดน’ ส่งออกจากไทยไปยังประเทศที่ 3
บุหรี่ปลอม และบุหรี่ผิดกฎหมายจากกัมพูชาที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้นทั่วโลก ก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นภัยต่อความพยายามในการบังคับใช้กฎหมาย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศุลกากรทั่วโลกได้ทำการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายจากกัมพูชาเป็นจำนวนมหาศาล โดยมีการสกัดกั้น กักกัน และตรวจยึดบุหรี่ได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่เบลเยียม ฮ่องกง อินเดีย มาเลเซีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม ฮอนดูรัส และอื่นๆ ตรวจยึดได้บางส่วนรวมถึงบุหรี่ที่อยู่ระหว่างการขนส่งไปยังประเทศปลายทางอีกด้วย
คำศัพท์: รูปแบบทั่วไปของบุหรี่ผิดกฎหมาย**
** P.5, 4 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายทั่วโลก: ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ 2015, The Global Illicit Trade in Tobacco: A Threat to National Security
‘กัมพูชา’ ศูนย์กลางการผลิตบุหรี่ผิดกฎหมาย
จากการสำรวจข่าวการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายทั่วโลก พบว่า บุหรี่ปลอม และบุหรี่ลักลอบนำเข้านั้นส่งมาจากกัมพูชาและผลิตในกัมพูชา ยกตัวอย่าง ในปี 2021 ฟิลิปปินส์ ได้ออกคำสั่งควบคุมสินค้านำเข้าก่อนยื่นใบสำแดง (PLCO) ของนายมาริเทส มาร์ติน เจ้าหน้าที่จัดเก็บภาษีท่าเรือเขตซูบิก คาดว่าสินค้าดังกล่าวมีต้นทางมาจากกัมพูชา PIA – BOC- ซูบิกยึดบุหรี่ปลอมและบุหรี่เถื่อนมูลค่า 48 ล้านเปโซ , ปี 2022 ฮ่องกง ในเคสที่สอง เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ประเมินความเสี่ยงเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม โดยเลือกตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทางทะเลขนาด 40 ฟุต เข้ารับการตรวจสอบ ซึ่งมีการสำแดงว่าเป็นผ้ายืดที่มาจากกัมพูชาและกำลังมุ่งหน้าไปยังฟิลิปปินส์โดยผ่านฮ่องกง ณ ศูนย์ตรวจสอบสินค้าศุลกากรไควชุง กรมศุลกากรและสรรพสามิตฮ่องกง – ข่าวประชาสัมพันธ์ – กรมศุลกากรฮ่องกงยึดบุหรี่ต้องสงสัยว่าผิดกฎหมาย มูลค่าประมาณ 74 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ประเทศฮอนดูรัสได้ ยึดเรือขนส่งบุหรี่ผิดกฎหมาย 9.6 ล้านมวนในปวยร์โต กอร์เตส – HONDUSA TV – HONDUSA TV โดยสินค้าที่ยึดได้มาจากประเทศกัมพูชา กำลังถูกส่งไปยังเมืองซานเปโดรซูลา , ปี 2023 รองอธิบดีกรมศุลกากร (ฝ่ายกฎหมาย) สุทัตตา ซิลวา โฆษกกรมศุลกากร ประเทศศรีลังกา ระบุว่าเจ้าหน้าที่ประจำกองสืบสวนศุลกากรได้ตรวจยึดตู้คอนเทนเนอร์ด้านในบรรจุบุหรี่มูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท – ข่าวเด่น | Daily Mirror ถูกส่งมาจากกัมพูชาเพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศอื่น
ปี 2024 ประเทศเบลเยี่ยม ตรวจพบ บุหรี่ปลอมมีต้นทางมาจากกัมพูชา และจะส่งไปปลายทางที่ลิเบีย แต่การขนส่งต้องอ้อมผ่านเมืองซีบรูกเกอเนื่องจากสถานการณ์ในทะเลแดง ส่วน ศุลกากรประเทศศรีลังกาตรวจยึดบุหรี่มูลค่ามหาศาลถึง 144 ล้านรูปี ส่งมาจากกัมพูชาและดูไบ – ข่าวเด่น | Daily Mirror ขณะที่เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้ทำลายบุหรี่ปลอมจำนวน 70 ตัน ที่ยึดได้จากโรงงานผลิตบุหรี่ผิดกฎหมายในกัมพูชา กองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กระทรวงมหาดไทย ระบุว่าทางกองปราบปรามได้ทำการยึด จัดเก็บและเผาบุหรี่ปลอมจำนวน 23 ชนิด ที่มาจากการลงพื้นที่ปราบปรามบุหรี่ปลอมเมื่อไม่นานมานี้
ส่วนบทความในนิตยสารออนไลน์ของประเทศเวียดนาม ระบุว่า กัมพูชาถือเป็น “แหล่งกำเนิด” ตลาดมืดของบุหรี่ราว 18.5% ของบุหรี่ในประเทศ เป็นสินค้าลักลอบนำเข้า ส่งผลให้สูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี กัมพูชาเป็นทั้งจุดเริ่มต้น จุดหมายปลายทาง และศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บทบาทนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเนื่องจากการขนส่งข้ามพรมแดนระบบเปิดกับเวียดนาม ไทยและลาว รวมถึงแนวชายฝั่งที่ยาวซึ่งติดกับอ่าวไทย การป้องกันและควบคุมการลักลอบนำเข้ายาสูบอย่างความแข็งแกร่งภายในเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายทำให้บุหรี่มีราคาถูก ไร้การควบคุม หรือ ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ และทำให้เข้าถึงบุหรี่ได้ง่าย อีกทั้งยังบ่อนทำลายความพยายามในการลดอัตราการสูบบุหรี่ และความพยายามในการปกป้องเยาวชนจากการสูบบุหรี่ ดังนั้น การป้องกันปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย จึงเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายสาธารณสุขทั่วโลก นอกจากนี้ การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายยังทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากภาษี และบั่นทอนธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย

ถ่ายลำ-ผ่านแดน ‘บุหรี่เถื่อน’ ผ่านไทยไปประเทศที่ 3
จากการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของบุหรี่ปลอมที่ยึดได้ พบว่า ปัจจุบันมีสายการผลิตหลายแห่งในกัมพูชา ซึ่งผลิตบุหรี่ปลอมยี่ห้อต่างประเทศ บุหรี่ยี่ห้ออื่นๆ ที่มักเรียกกันว่า “Illicit Whites” มีการผลิตและส่งออกจากกัมพูชาเช่นกัน และถูกยึดได้โดยศุลกากรทั่วโลก นอกจากนี้ ปัญหาบุหรี่ปลอมของบุหรี่ที่มีเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุหรี่ถูกกฎหมายจากกัมพูชาก็เพิ่มจำนวนขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ สื่อต่างๆทั่วโลกได้รายงานอย่างแพร่หลายว่ากัมพูชาเป็นแหล่งผลิตบุหรี่ปลอม
โดยทั่วไปแล้วบุหรี่ปลอมเหล่านี้จะถูกส่งออกจากท่าเรือสีหนุวิลล์ และพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และอาจถูกขนถ่าย หรือ ส่งผ่านท่าเรือในมาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา ไทย หรือ เวียดนาม ก่อนจะไปยังจุดหมายปลายทาง แม้ว่าการขนส่งบางรายการจะถูกสกัดกั้น กักกัน และตรวจยึดระหว่างการขนถ่ายสินค้า (ได้แก่ ในเบลเยียม มาเลเซีย มอลตา ศรีลังกา ฯลฯ) แต่กลุ่มอาชญากรก็ฉวยโอกาสจากท่าเรือในเขตการค้าเสรีที่มีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์จากบริษัทเดินเรือ บริษัทขนส่งสินค้า นายหน้า ผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ หรือ คนกลางอื่นๆ เพื่อส่งสินค้าไปยังจุดหมายปลายทาง
ในขณะที่การขนส่งทางทะเล โดยตู้คอนเทนเนอร์ยังคงมีอยู่อย่างแพร่หลาย แต่ขณะนี้บุหรี่ปลอมที่มาจากกัมพูชาจำนวนมาก มักถูกจัดส่งทางอากาศจากสนามบินกรุงเทพฯ และภูเก็ต หรือ ท่าเรือในประเทศไทย และสนามบินตูนิส-คาร์เธจในประเทศตูนิเซีย ไปยังตลาดปลายทางทั่วโลก รวมถึงเม็กซิโก ยุโรปและอเมริกาเหนือ
ขาดการบังคับใช้ กม.-ไม่เน้นปราบของเลียนแบบ
สำหรับประเทศกัมพูชายังขาดกรอบทางกฎหมาย ในการปราบปรามผลิตภัณฑ์ยาสูบปลอมอย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายของกัมพูชาไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับใบอนุญาตสำหรับการผลิตบุหรี่ และไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายใดๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย การเก็บข้อมูลทางบัญชี หรือการติดตามและตรวจสอบผู้ผลิตบุหรี่
การที่ไม่มีระบบกำกับดูแล หรือ ระบบควบคุม ทำให้การติดตามสินค้าผิดกฎหมายในส่วนนี้ เป็นเรื่องยาก แม้ว่ากัมพูชาจะยังมีระบบทรัพย์สินทางปัญญาที่มีจุดประสงค์ เพื่อป้องกันการใช้เครื่องหมายการค้าโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ระบบดังกล่าวยังขาดการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการต่อต้านสินค้าปลอมของกัมพูชา (Cambodian Counter Counterfeit Committee หรือ CCCC) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2005 มีวัตถุประสงค์ เพื่อปราบปรามการปลอมแปลงและการละเมิดลิขสิทธิ์โดยการสืบสวนการละเมิดและขอหมายค้นเพื่อตรวจค้นโรงงานที่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ CCCC ได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2024 ทำให้ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบหรือปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงสินค้าหรือจับกุมผู้กระทำความผิดอีกต่อไป ปัจจุบัน CCCC ถูกจำกัดให้ทำหน้าที่เพียงการกำหนดนโยบายของรัฐบาล และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปลอมแปลงสินค้าเท่านั้น
รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ระบุว่า ตำรวจกัมพูชายังมีการตรวจค้นและสั่งปิดโรงงานผลิตบุหรี่ปลอม[1]อยู่บ้าง แต่การตรวจค้นเหล่านี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าของโรงงานถูกดำเนินคดีจริงหรือไม่ หรือโรงงานที่ตรวจค้นนั้นถูกปิดไปนานแค่ไหน
ผลจากกรอบการกำกับดูแลที่ขาดประสิทธิภาพ การบังคับใช้ที่ไม่เพียงพอ และการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในกัมพูชา ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กัมพูชาสามารถผลิตและจัดจำหน่ายบุหรี่ปลอมได้ทั่วโลก
ศุลกากรหลายประเทศ ตรวจพบ ‘บุหรี่เถื่อน’ ส่งออกจากไทย
ทั้งนี้มีตัวอย่างที่ศุลกากรของประเทศอื่นรายงานเกี่ยวกับตู้คอนเทนเนอร์ หรือ สินค้าที่สำแดงจากประเทศไทย หรือ เชื่อมโยงกับประเทศไทย แม้ว่าการสำแดงอาจระบุว่าประเทศไทยเป็นท่าเรือสุดท้ายหรือจุดผ่านสุดท้าย ไม่ใช่แหล่งผลิต แต่การสำแดงเหล่านี้ ก็เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของประเทศไทยในฐานะเส้นทางการขนถ่ายสินค้า ยกตัวอย่าง เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ศุลกากรปีนัง ประเทศมาเลเซีย ตรวจยึดบุหรี่ลักลอบนำเข้าจากไทย 25.9 ล้านมวน มูลค่า 7.7 ล้านริงกิต บรรจุอยู่ในคอนเทนเนอร์ 2 ตู้ มีใบแจ้งการขนถ่ายสินค้า K6 ที่สำแดงเท็จ (ระบุว่าเป็นผ้าเช็ดหน้า/ผ้าเช็ดตัว/กระดาษทิชชู)
และเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 Chennai News – The Times of India ประเทศอินเดีย รายงานว่า DRI ยึดบุหรี่ลักลอบนำเข้าจากไทย 4.6 แสนมวน ได้ที่ท่าเรือเจนไน และวันที่ 18 กันยายน 2568 NBT CONNEXT รายงานว่า กรมศุลกากรแถลงผลการจับกุมบุหรี่ต่างประเทศละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวน 28.7 ล้านมวน จากกัมพูชา กำลังมุ่งหน้าสู่เม็กซิโก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจถึง 215 ล้านบาท เป็นต้น
ไม่พบหลักฐาน‘บุหรี่เถื่อน’เกี่ยวข้อง ‘สแกมเมอร์’ โดยตรง
รายงานและการสืบสวนที่น่าเชื่อถือหลายฉบับได้บันทึกการค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับจำนวนมากในกัมพูชา ซึ่งเชื่อมโยงกับศูนย์หลอกลวงต้มตุ๋นและขบวนการฉ้อโกง แม้จะไม่มีหลักฐานโดยตรงที่เชื่อมโยงแรงงานบังคับกับการผลิตบุหรี่ปลอม/บุหรี่เถื่อน แต่วงจรอาชญากรรมเดียวกันนี้มีความเกี่ยวโยงทับซ้อนกัน อย่างเช่น องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) (2025) รายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ตกเป็นทาสในศูนย์หลอกลวงต้มตุ๋นโดยถูกบังคับขู่เข็ญอย่างรุนแรง , วิทยุเอเชียเสรี (Radio Free Asia) (2024) เปิดเผยถึงการใช้แรงงานบังคับ การทุบตี และการกักขังในศูนย์หลอกลวงต้มตุ๋นที่เชื่อมโยงกับ ‘Prince Group’ , โครงการริเริ่มระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Global Initiative Against Transnational Organized Crime) (2025) อธิบายถึงเครือข่ายการค้ามนุษย์ การฉ้อโกงทางไซเบอร์ และการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โครงการริเริ่มระดับโลก – การค้าทาสสมัยใหม่ในคาสิโนริมฝั่งแม่น้ำโขง สำรวจข้อมูลว่าคาสิโนบางแห่งได้กลายเป็นแหล่งบังคับใช้แรงงาน และแหล่งขบวนการหลอกลวงต้มตุ๋นได้อย่างไร , ศูนย์ทรัพยากรทางธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ได้สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพื่อให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงในกัมพูชาผ่านการจ้างงาน โดยใช้วิธีหลอกล่อเหยื่อในภูมิภาคด้วยคำสัญญาที่ไม่จริง , ดัชนีอาชญากรรม – กัมพูชา ระบุว่ากัมพูชาเป็นศูนย์กลาง เป็นทางผ่าน และจุดหมายปลายทางหลักของการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ , CSIS ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับแรงงานบังคับใน ‘โรงงานต้มตุ๋น’ ทางไซเบอร์ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ IJM ได้รายงานคดีเหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมขบวนการหลอกลวงต้มตุ๋นทางออนไลน์ เป็นต้น

รายงานจากบุคคลที่สามอื่นๆ เกี่ยวกับการค้าผิดกม.ในกัมพูชา
- การทบทวนนโยบายการค้ากัมพูชาของ WTO (26-28 มีนาคม 2025)
การทบทวนนโยบายการค้ากัมพูชาครั้งที่ 3 ขององค์กรการค้าโลก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 และ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 คณะผู้แทนกัมพูชานำโดย นางจอม นิมล จากกระทรวงพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอื่น ๆ จากเมืองหลวงและผู้แทนประจำกรุงเจนีวา : บทความสื่อ : WTO ขอให้กัมพูชาเดินหน้าปฏิรูปต่อไป – Khmer Times และบันทึกการประชุม: directdoc.aspx ในส่วนที่เป็นคำแถลงของคณะผู้แทนไทย (หน้า 14) ระบุว่า “แม้เราจะชื่นชมความก้าวหน้าของกัมพูชาในการเสริมสร้างการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา แต่เราก็หวังว่ากัมพูชาจะสามารถพัฒนายิ่งขึ้นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาของตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการค้าสินค้าปลอมข้ามพรมแดนที่กำลังขยายจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศของเราในด้านการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา”
คำแถลงของคณะผู้แทนสหราชอาณาจักร (หน้า 22) ระบุว่า “เราขอสนับสนุนให้กัมพูชาเร่งความพยายามในการสร้างการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และการคุ้มครองสิทธิบัตร”
คำแถลงของคณะผู้แทนสหรัฐอเมริกา (หน้า 25) ระบุว่า “สหรัฐอเมริกายินดีกับความพยายามของกัมพูชาในการปรับปรุงการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อต่อสู้กับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในกัมพูชา นอกจากนี้ เรายังสนใจที่จะรับทราบถึงมาตรการเพิ่มเติมใดๆ ที่กัมพูชาได้ดำเนินการเพื่อบังคับใช้อนุสัญญาเบิร์น (Berne Convention) และยินดีรับฟังแผนการเข้าร่วมสนธิสัญญาทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศอื่นๆ เช่น สนธิสัญญาลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และสนธิสัญญาว่าด้วยการแสดงและบันทึกเสียงของ WIPO”
คำแถลงของคณะผู้แทนญี่ปุ่น (หน้า 27) ระบุว่า “เราขอชื่นชมความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในระหว่างการทบทวนนี้ในการเสริมสร้างระบบทรัพย์สินทางปัญญาและเพิ่มความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม องค์กรธุรกิจญี่ปุ่นยังคงแสดงความคาดหวังต่อการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการควบคุมสินค้าลอกเลียนแบบ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเหมาะสมนับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ เราขอสนับสนุนความพยายามอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการตามข้อตกลง TRIPS”
คำแถลงของคณะผู้แทนอินเดีย (หน้า 41) ระบุว่า “เราพบปัญหาบางประการเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นปัญหาทางศุลกากรของสินค้าลอกเลียนแบบ และในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการร่วมกัน เราหวังว่าจะสามารถหาทางออกร่วมกันโดยเร็ว”
คำตอบจากผู้แทนของกัมพูชา (หน้า 48) ระบุว่า “ในส่วนของการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IPR) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 กรมศุลกากรของเราได้เปิดตัวระบบบันทึกสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ (IPRRS) เพื่อบันทึกสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและอำนวยความสะดวกในการสกัดกั้นสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ชายแดน ทั้งนี้ เราคาดว่าระบบ IPRRS จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ได้”
ขณะที่รายงานของกัมพูชา ในส่วนแถลงการณ์นโยบายของกัมพูชา (หน้า 17) ระบุว่า“ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชา และเพื่อส่งเสริมและยกระดับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม รัฐบาลได้กำหนดนโยบายแห่งชาติว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ปี 2023-2028 ซึ่งมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการเกษตร ในบริบทของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ (Fourth Industrial Revolution) เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ปี 2050 ของกัมพูชา”
ส่วน รายงานของสำนักงานเลขาธิการ ได้จัดทำขึ้นสำหรับการทบทวนนโยบายการค้าครั้งที่ 3 ของกัมพูชา โดยสำนักงานเลขาธิการองค์การการค้าโลกเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำรายงานฉบับนี้ โดยสำนักเลขาธิการได้ดำเนินการตามข้อกำหนดในความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการทบทวนนโยบายการค้า (ภาคผนวก 3 ของความตกลงมาร์ราเกชว่าด้วยการจัดตั้งองค์การการค้าโลก) เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติทางการค้าจากกัมพูชา
2.รายงาน USTR Special 301 – นำเสนอต่อสาธารณะ
วันที่ 28 มกราคม 2568 – เสนอโดย ASIAS SECURITY GROUP SDN. BHD
- “บริษัทยาสูบสัญชาติอเมริกันแห่งหนึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมของเราอย่างสม่ำเสมอหลายครั้งซึ่งจัดขึ้นทั่วยุโรป ตะวันออกกลางและเอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการค้าผิดกฎหมายของบริษัทนี้มักทำหน้าที่เป็นวิทยากรหลักหรือผู้ร่วมอภิปราย โดยจะอภิปรายเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทโดยการผลิตบุหรี่ปลอมสวมเครื่องหมายการค้าของบริษัทดังกล่าวนี้ในกัมพูชา ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกลักลอบนำเข้าไปยังหลายประเทศ รวมถึง ฟิลิปปินส์ ไทย และอินเดีย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อรายได้ของรัฐบาล ต่อคุณธรรมความซื่อสัตย์ของแบรนด์ และผลประกอบการขององค์กร”
- “ในงาน ASG ประจำปี 2023 ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการค้าผิดกฎหมายจากบริษัทยาสูบสัญชาติอเมริกันดังกล่าวได้เข้าร่วมการอภิปรายแบบกลุ่มร่วมกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายชาวกัมพูชา ในระหว่างการประชุม ตัวแทนของบริษัทได้นำเสนอประเด็นดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ชาวกัมพูชาก็ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี และยอมรับว่ากัมพูชาจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้มากยิ่งขึ้น”
- “เราเชื่อว่าปัญหานี้ควรถูกรวมไว้ในรายงาน USTR Special 301 ปี 2025 เพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลกัมพูชาเข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ และรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน”
วันที่ 28 มกราคม 2568 – เสนอโดยสมาคมอุตสาหกรรมวิดีโอแห่งเอเชีย (AVIA)
- “การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและกำลังรุนแรงขึ้นในกัมพูชา นอกจากการจำหน่ายอุปกรณ์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้กับผู้บริโภคแล้ว เรายังเห็นถึงความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมายซึ่งเห็นได้จากการขยายตัวของบริการละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดบริการภาพและเสียงระหว่างองค์กรธุรกิจ (Business-to-Business)”
วันที่ 30 มกราคม 2568 – เสนอโดย ACG (LATE)
- “กัมพูชามีชื่อปรากฏอยู่ในดัชนีอาชญากรรมโลกในฐานะผู้ผลิตสินค้าปลอมหรือสินค้าลอกเลียนแบบรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสินค้าปลอมจำนวนหลายพันชิ้นที่ถูกตรวจยึดโดยเจ้าหน้าที่ทุกปี รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ”
- “รัฐบาลกำลังสร้างโครงสร้างเชิงสถาบันเพื่อปกป้องและบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา แต่รายงานระบุว่าทรัพยากรที่จำกัดทำให้หน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถต่อสู้กับการค้าดังกล่าวได้”
- “สมาชิก ACG รายงานว่ากัมพูชาเป็นผู้ผลิตบุหรี่และยาสูบปลอมรายใหญ่ และเป็นผู้จัดส่งยาสูบปลอมรายใหญ่ให้กับยุโรป สมาชิก ACG รายสำคัญกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องจากการผลิต การกระจายบุหรี่ปลอม และการจำหน่ายบุหรี่ปลอมที่มีเครื่องหมายการค้าของตนซึ่งยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สมาชิกดังกล่าวประเมินว่าปริมาณการยึดของกลางในกัมพูชาเพิ่มขึ้น 33 เท่าในปี 2024 เมื่อเทียบกับปี 2020”
- “เรามักจะไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างสินค้าจริงกับสินค้าลอกเลียนแบบของกัมพูชาที่ใช้เครื่องหมายการค้าปลอมได้ด้วยสายตา ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรสชาติของสินค้าจริงและสินค้าปลอม ซึ่งจะทราบก็ต่อเมื่อหลังจากที่ซื้อแล้วเท่านั้นและส่งผลให้คุณค่าของแบรนด์ลดลง การขนส่งสินค้าดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านการขนส่งทางทะเลแบบตู้คอนเทนเนอร์จากท่าเรือสีหนุวิลล์และพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยมีการขนถ่ายสินค้าหรือขนส่งผ่านท่าเรือในมาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา ไทยหรือเวียดนาม เพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง”
3.บุหรี่ผิดกฎหมายในกัมพูชา| ตุลาคม 2565 – พฤศจิกายน 2566 | ApiraSol (สิงหาคม 2567) จาก รายงานฉบับนี้ศึกษาการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายในกัมพูชา เนื้อหาหลัก ได้แก่
- “กัมพูชาถือว่าเป็นจุดต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านหลักของการค้าผิดกฎหมาย เนื่องจากมีพรมแดนที่เข้าออกง่าย ความยากจนที่รุนแรง และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ติดกับประเทศไทย เวียดนาม ลาวและอ่าวไทย”
- “กัมพูชาเป็นแหล่งกำเนิด จุดหมายปลายทาง และทางผ่านหลักของการค้าผิดกฎหมายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการค้าบุหรี่เถื่อน (Illicit White Cigarettes) เนื่องจากมีพรมแดนที่เข้าออกง่าย ระดับความยากจนที่รุนแรง (ประชากรมากกว่า 20% อยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน) รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ (มีพรมแดนติดกับประเทศไทย เวียดนาม และลาว และมีแนวชายฝั่งยาว 440 กิโลเมตรติดกับแนวอ่าวไทย)”
- “ข้อมูลทางการค้าระบุว่าบุหรี่เถื่อนมูลค่า 13,415,495 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกส่งออกจากกัมพูชาในช่วงเดือนตุลาคม 2022 ถึงพฤศจิกายน 2023 โดย 89% ของบุหรี่เหล่านี้มีจุดหมายปลายทางที่เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกของกัมพูชา”
- “โดยทั่วไปแล้ว กัมพูชาถือว่าเป็นประเทศต้นทางประเทศหนึ่งที่บุหรี่เถื่อนถูกลักลอบนำเข้ามายังฟิลิปปินส์และไทย”



