ไทยไปไกลกว่าได้เลือกตั้งพร้อมก้าวทันโลก รัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูปให้ประชาชนมีส่วนร่วม

นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญประสานเสียง ในงานจัดงานสัมมนาสาธารณะ “มองเมืองไทย ให้ไกลกว่าได้เลือกตั้ง” ที่จัดโดย หลักสูตร บสส.8 สถาบันอิศรา ว่า ไทยไปไกลกว่าได้เลือกตั้ง ต้องเร่งปฏิรูปการศึกษา ก้าวให้ทันภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยน พร้อมวางนโยบายจัดการกรอบข้อตกลงระหว่างประเทศ เตือนอย่าฝากความหวังไว้กับนักการเมือง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม จี้รัฐบาลใหม่ลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มคุณภาพชีวิต

“ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย” มองหลักนิติธรรมกับการลดเหลื่อมล้ำ – สร้างความปรองดอง แนะสังคมต้องมี fighting spirit

“ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย” มองหลักนิติธรรมกับการลดเหลื่อมล้ำ-สร้างความปรองดอง แนะสังคมต้องมี fighting spirit และสร้างคนให้ “lifelong learning” การศึกษาตลอดชีวิต

สภาพัฒน์แจงไทยไม่ใช่อันดับ 1 ความเหลื่อมล้ำ เผยเก็บข้อมูลอิงมาตรฐานธนาคารโลก อยู่อันดับที่ 40 แนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

สภาพัฒน์แจงไทยไม่ใช่อันดับ 1 ความเหลื่อมล้ำ เผยเก็บข้อมูลอิงมาตรฐานธนาคารโลก อยู่ลำดับที่ 40 แนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำ

ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลกไปแล้ว …ตามข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018 ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม มีข้อมูลที่น่าเป็นห่วงมากว่า ถ้านับในด้านความมั่งคั่ง(Wealth)แล้ว ไทยแลนด์แดนสารขัณฑ์ที่ได้อันดับสามในการสำรวจเมื่อสองปีที่แล้ว สามารถแซงทั้งรัสเซีย ทั้งอินเดีย ฉลุยขึ้นป้ายอันดับหนึ่งได้อย่างค่อนข้างห่างด้วยซ้ำ

“บรรยง พงษ์พานิช” วิเคราะห์จุดอ่อนประเทศไทย แก้ไม่ได้ไปต่อยาก แนะรัฐทำสิ่งที่จำเป็น ปล่อยตลาดทำงาน

“บรรยง พงษ์พานิช ” วิเคราะห์จุดอ่อนประเทศไทย แก้ไม่ได้ไปต่อยาก ชี้มีปัญหาทั้งการศึกษา การขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ ความเหลื่อมล้ำสูงมากจนติดอันดับเลวร้ายสุดของโลก แนะรัฐทำในสิ่งจำเป็นปล่อยให้ตลาดทำงานเต็มที่ และลดขนาด บทบาท อำนาจของรัฐ

“เจฟฟรีย์ แซคส์” นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก เตือนไทยลด “ความย้อนแย้ง”ในการพัฒนา แนะรัฐลงทุนประเด็นความยั่งยืนมากขึ้น รับมือความเหลื่อมล้ำและวิกฤติสิ่งแวดล้อม

“เจฟฟรีย์ แซคส์” นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก เตือนไทยลด “ความย้อนแย้ง”ในการพัฒนา แนะรัฐลงทุนมากขึ้นในประเด็นความยั่งยืน รับมือความเหลื่อมล้ำและวิกฤติสิ่งแวดล้อม

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

คณะกรรมาธิการอิสระได้เสนอหลักการหรือสโลแกน “เปลี่ยน 50 สตางค์สุดท้ายเป็น 5 บาทแรก” ไว้อย่างน่าสนใจ กล่าวคือ จากที่เด็กเยาวชนผู้ขาดแคลนเคยได้รับ “เศษตังค์สุดท้าย” ร้อยละ 0.5 ของงบประมาณการศึกษามาเป็น “5 บาทแรก” คือพิจารณาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกและจัดสรรให้ร้อยละ 5 ของงบประมาณทางการศึกษาแทน แนวคิดเช่นนี้แสดงความมุ่งมั่นของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยใช้การทุ่มเทให้การศึกษาเป็นสำคัญ

1 2