ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน

เดือนสิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงที่เด็กนักเรียนที่เพิ่งจบชั้นมัธยมปลายในลาว ต้องตัดสินใจอนาคต เลือกสมัครสอบเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษา ตามสายอาชีพที่แต่ละคนชอบ
แต่ 3 ปีมานี้ สถาบันอุดมศึกษาของลาวกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เด็กจำนวนมากปฏิเสธการเข้าเรียนต่อ โดยเลือกที่จะหยุดเรียน ออกไปทำงานหารายได้ เพราะครอบครัวประชาชนส่วนใหญ่ในลาว กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย และมีภาระหนี้สิน
แนวโน้มนี้ ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปีการศึกษา 2566-2567 ต่อเนื่องมาถึงปีการศึกษา 2567-2568
ปีการศึกษา 2568-2569 ที่กำลังเริ่มต้นอยู่ในตอนนี้ แม้นักเรียนมัธยมปลายที่เข้าห้องสอบเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
วันที่ 9 สิงหาคม 2568 เป็นวันสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ประจำปีการศึกษา 2568-2569
ปีการศึกษานี้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 5,670 คน ก่อนวันสอบ มีนักเรียนลงทะเบียนสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ 7,010 คน แต่ในวันสอบจริง มีนักเรียนมาเข้าห้องสอบ 6,237 คน
จำนวนนักเรียนที่มาเข้าสอบมากกว่าเป้านักศึกษาใหม่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติตั้งใจจะรับเพียง 567 คน หรือ 10% เท่านั้น!
สัดส่วนนักเรียนที่ตัดสินใจเข้าห้องสอบเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563
สถิติย้อนหลังการสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวนับแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีดังนี้…
-ปีการศึกษา 2559-2560 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 5,335 คน มีนักเรียนมาสอบ 15,000 คน สัดส่วนผู้เข้าสอบเท่ากับ 281% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2560-2561 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 5,000 คน มีนักเรียนมาสอบ 15,000 คน สัดส่วนผู้เข้าสอบเท่ากับ 300% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2561-2562 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 7,575 คน มีนักเรียนมาสอบ 14,490 คน สัดส่วนผู้เข้าสอบเท่ากับ 191% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2562-2563 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 8,100 คน มีนักเรียนมาสอบ 14,059 คน สัดส่วนผู้เข้าสอบเท่ากับ 174% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2563-2564 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 9,000 คน มีนักเรียนมาสอบ 14,308 คน สัดส่วนผู้เข้าสอบเท่ากับ 159% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2564-2565 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 7,395 คน มีนักเรียนมาสอบ 6,625 คน สัดส่วนผู้เข้าห้องสอบเท่ากับ 90% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2565-2566 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 6,990 คน มีนักเรียนมาสอบ 10,103 คน สัดส่วนผู้เข้าห้องสอบเท่ากับ 145% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2566-2567 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 6,688 คน มีนักเรียนมาสอบ 7,441 คน สัดส่วนผู้เข้าห้องสอบเท่ากับ 111% ของเป้าที่รับ
-ปีการศึกษา 2567-2568 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวตั้งเป้ารับนักศึกษาใหม่ 7,685 คน มีนักเรียนมาสอบ 5,457 คน สัดส่วนผู้เข้าห้องสอบเท่ากับ 71% ของเป้าที่รับ
วันที่ 9 สิงหาคม Menawong Phonchai ผู้สื่อข่าวออนไลน์ แอดมินเพจ Phonchai News ที่มีผู้ติดตาม 2.8 หมื่นคน เผยแพร่คลิปความยาว 7.21 นาที พูดถึงปัญหาของเด็กส่วนใหญ่ที่ปฏิเสธการเรียนต่อ โดยระบุไว้ตั้งแต่ช่วงต้นของคลิปว่า เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในลาว แต่ที่ผ่านมา ไม่มีใครกล้าออกมาพูด

เพจได้เขียนเนื้อความประกอบคลิปเอาไว้ มีรายละเอียดว่า…
“ปัญหาที่รัฐแก้ไม่ตก เรียนจบแล้วไม่มีงานรองรับ บางคนเรียนเก่ง จบสูง แต่สุดท้ายต้องไปทำไร่ไถนา หรือไปเป็นลูกจ้างคนที่เรียนมาน้อยกว่าเราอีกต่างหาก
ในระบบรัฐการของลาว ถ้าไม่ได้เป็นลูกหลานของผู้นำ ไม่มีสายเลือดผู้นำ โอกาสที่จะได้เป็นใหญ่เป็นโต ไม่มีเลย
ตำแหน่งระดับสูงในภาครัฐมักจะถูกแบ่งปันให้กลุ่มคนที่มีอำนาจ มีเส้นสายกันหมด ส่วนประชาชนธรรมดา ก็ได้แต่เป็นครู เป็นทหาร เป็นตำรวจ หมอ ซึ่งเงินเดือนน้อยกว่าเอกชนหลายเท่าตัว
หนุ่มสาวยุคใหม่เขารู้ เขามองเห็น แล้วเขาก็ไม่อยากเสียเวลา 4-5 ปี กับสิ่งที่ไม่มีอนาคตแบบนี้
ทุกวันนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยหันไปขายของออนไลน์ บางคนไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ แต่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัว กลายเป็นเศรษฐีได้ภายในเวลาไม่กี่ปี เพราะเขาใช้สื่อ ใช้แพลตฟอร์ม ใช้เทคโนโลยีเป็น ในขณะที่คนเรียนจบระดับสูงๆ ก็ยังหางานทำไม่ได้ และยังต้องพึ่งพาพ่อแม่อยู่เลย
แบบนี้ใครจะอยากเรียน?”
ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม โพสต์นี้มีผู้เข้ามากด Like มากกว่า 2.7 หมื่นคน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 2.9 พันความคิดเห็น และมีผู้แชร์ต่อไปอีกมากกว่า 7 พันครั้ง
วันศุกร์ที่ 5 กันยายน มีการประกาศผลสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ผ่านทางสื่อหลักและสื่อออนไลน์ภายในประเทศ
Saona Studio เพจข่าวที่มีผู้ติดตาม 2.4 แสนคน โพสต์เนื้อความที่น่าสนใจว่า…
“เห็นประกาศผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติ ประจำปีการศึกษา 2025-2026 บางสาขาไม่มีคนสมัครเรียน บางวิชามีแค่ 1-2 คน นอกจากนี้ หลายสาขาวิชามีไม่ถึง 10 คน สมัครเรียน แต่ไม่แน่นอนว่าคนที่สมัครเรียนแต่ละวิชาจะเรียนจบหรือไม่”
หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป 2 วัน มีคนมากด Like 176 คน เข้ามาแสดงความคิดเห็น 58 ความคิดเห็น และแชร์ต่อออกไปอีก 9 ครั้ง

…..
นอกจากปัญหานักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลาย เลือกที่จะหยุดเรียนเพื่อออกไปทำงานหารายได้ แทนที่จะเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน 3 ปีแล้วนั้น
ในปีการศึกษา 2568-2569 วงการอุดมศึกษาของลาว ยังได้มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและมีนัยสำคัญเกิดขึ้นอีกปรากฏการณ์หนึ่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นั่นคือสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งจำต้องแสวงหาหนทางสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงให้เด็กมาสมัครเข้าเรียน ส่วนใหญ่ใช้วิธีการเปิดให้เรียนฟรี โดยมีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงหรือเงินเดือนให้ด้วย ตลอดหลักสูตรการศึกษา
ตัวอย่างประกาศและโฆษณาของสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งในลาว ที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อหลักและสื่อออนไลน์ ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม 2568 เท่าที่รวบรวมไว้ มีดังนี้…
วันที่ 28 กรกฎาคม วิทยาลัยครูดงคำช้าง สังกัดกรมสร้างครู กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ประกาศรับสมัครนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลายและอยากเป็นครู ให้เข้าเรียนต่อทั้งระดับอนุปริญญาและปริญญาตรีในปีการศึกษา 2568-2569 ในสายครูอนุบาล , ครูประถม , ครูมัธยม สาขาวิชาชีววิทยา ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และภาษาอังกฤษ โดยใช้จุดขาย คือไม่คิดค่าสมัคร ค่าเอกสาร และค่าหน่วยกิต และหากนักเรียนคนใดสอบผ่านได้เข้าเรียน จะได้รับเบี้ยเลี้ยงจากรัฐบาลคนละ 7 แสนกีบต่อเดือน จนกว่าจะเรียนจบหลักสูตร

วันที่ 28 กรกฎาคม วิทยาลัยเทคนิค-วิชาชีพ แขวงจำปาสัก เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ในหลายสาขา เช่น การปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่ม , การบริหารโรงแรม , การบริหารการท่องเที่ยว , การตัดเย็บ , วิศวกรรมก่อสร้างฯลฯ โดยใช้จุดดึงดูดคือการผู้ที่ผ่านการสอบจะได้รับเบี้ยเลี้ยงคนละ 5 แสนกีบต่อเดือน ตลอดหลักสูตรการเรียน

วันที่ 29 กรกฎาคม วิทยาลัยเทคนิคสรรพวิชา นครหลวงเวียงจันทน์ สังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ประกาศรับสมัครนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลายจากทั่วประเทศ ให้เข้าเรียนใน 6 สาขาวิชา ได้แก่ การประเมินราคาทรัพย์สิน , การขุดค้น-สำรวจแร่ , สิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม , อุตสาหกรรมแปรรูปแร่ธาตุ , วิศวกรรมขุดค้นแร่ธาตุ และเทคโนโลยี่ภูมิสารสนเทศ โดยใช้จุดดึงดูดคือการให้เรียนฟรีโดยไม่คิดค่าหน่วยกิต

วันที่ 31 กรกฎาคม วิทยาลัยเทคนิค-วิชาชีพ แขวงสะหวันนะเขต เปิดรับสมัครนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลาย เข้าเรียนใน 19 สาขาวิชา ส่วนใหญ่เป็นสาขาช่างกล ช่างก่อสร้าง และสาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม ใช้จุดขายคือ ทุกสาขาเรียนฟรี ไม่คิดค่าหน่วยกิต และบางสาขาวิชามีเบี้ยเลี้ยงให้จนจบหลักสูตร

ว้นที่ 8 สิงหาคม วิทยาลัยครูบ้านเกิน ประกาศรับสมัครนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลาย เข้าเรียนต่อในสายอาชีพครู ทั้งครูอนุบาลและครูประถม สาขาชีววิทยา ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี่สารสนเทศพื้นฐาน คณิตศาสตร์ และภาษาลาว โดยระบุว่า รัฐบาลให้การส่งเสริมด้วยการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้คนละ 7 แสนกีบต่อเดือน ตลอดหลักสูตร

วันที่ 21 สิงหาคม วิทยาลัยเทคนิคปากป่าสัก รับสมัครนักเรียนเข้าเรียนฟรี 12 สาขา ส่วนใหญ่เป็นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เทคนิคเครือข่ายคอมพิวเตอร์ , นักพัฒนาโปรแกรม , ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ รวมถึงด้านพาณิชย์ เช่น การค้าอิเลคทรอนิคส์ , การขนส่งสินค้า และการบริหารคลังสินค้า ใช้จุดขายคือ ผู้ที่ได้เข้าเรียน จะได้รับเงินเดือน คนละ 1.2 ล้านกีบต่อเดือน

วันที่ 7 สิงหาคม 2568 ຈັນທະວົງ ອຸ່ນວິໄລຫົງ Influencer ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.9 หมื่นคน โพสต์ข้อความว่า
“หลายวิทยาลัย , สถาบัน ประกาศให้เรียนฟรี ให้เงินเดือนพร้อม แต่ไม่มีใครอยากเรียน เกิดอะไรขึ้นกับการศึกษาลาว?”
หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปได้เพียงสัปดาห์เศษ มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 3 พันคน เป็นการกด Like มากกว่า 2.5 พันคน อีกเกือบ 500 คน กด”หัวเราะ” มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 1.3 ความคิดเห็น และมีผู้แชร์ต่อออกไปอีกมากกว่า 160 ครั้ง
…..
ลาวเป็นประเทศที่มีมาตรการควบคุมเนื้อหาที่จะเผยแพร่ผ่านสื่อ ทั้งสื่อหลัก และสื่อออนไลน์ ที่เข้มงวด
แต่ประเด็นปัญหาอนาคตของเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา เป็นเนื้อหาที่ถูกพูดออกมาในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ ไม่ว่าเป็นในชุมชนออนไลน์ หรือแม้ในสื่อของรัฐเอง
ที่สำคัญ อารมณ์ที่สื่อผ่านเนื้อหาออกมา เป็นเชิงลบ…


