เวียดนามกลายเป็น ‘ศูนย์กลางพายุฤดูร้อน’ ปี 2025พายุเคลื่อนเข้ามาแล้ว 15 ลูก จากอดีตปีละแค่ 5 ลูก

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

ที่มาภาพ : Victoria Hotels & Resorts

เว็บไซด์vietnamnews.vn รายงานว่า สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน พายุลูกใหม่ ชื่อ “เวอร์บีนา” กำลังก่อตัวในทะเลจีนใต้ คาดว่าจะเข้าทางภาคกลางของเวียดนาม นับเป็นพายุลูกที่ 15 ของปี 2025 ที่จะเคลื่อนผ่านเข้ามาเวียดนาม นับจากต้นปี 2025 จนถึงขณะนี้ พายุที่เข้ามาทำให้เกิดน้ำท่วม และแผ่นดินถล่ม มีคนเวียดนามเสียชีวิตและสูญหายไปแล้ว 409 คน บ้านเรือนพังเสียหาย 337,000 หลังคาเรือน และคาดว่าเศรษฐกิจจะเสียหาย 3.2 พันล้านดอลลาร์

New Normal ของพายุทะเลจีนใต้

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 Nanyang Technological University (NTU) ของสิงคโปร์ และ University of Pennsylvania ของสหรัฐฯได้เปิดเผยรายงานว่า ปัจจุบัน พายุไต้ฝุ่นในทะเลจีนใต้ ได้ก่อตัวใกล้กับชายฝั่งทะเลมากขึ้น มีพัฒนาเร็วมากขึ้น เคลื่อนตัวช้าลง และอยู่เหนือพื้นที่ที่เป็นแผ่นดินนานขึ้น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเล เมืองอย่างเช่นไฮฟอง ย่างกุ้ง และกรุงเทพฯ จะเผชิญภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากพายุที่รุนแรงขึ้นและดำรงอยู่นานขึ้น

พายุไต้ฝุ่นเขตร้อนเป็นพายุที่รุนแรง ก่อตัวขึ้นมาจากน้ำในมหาสมุทรที่อุ่นมากขึ้น ทำให้เกิดกระแสลมที่แรงและมีฝนตกหนัก พายุไต้ฝุ่นก่อตัวในเขตใกล้เส้นศูนย์สูตร เนื่องจากภาวะที่น้ำทะเลอุ่นขึ้น และอุณหภูมิมีภาวะเสถียร ทำให้ลมร้อนลอยตัวขึ้น เกิดเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำ ที่ดึงดูดลมจากภายนอกพัดเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้เกิดความร้อนและความชื้น ที่พายุไต้ฝุ่นจะก่อตัวและพัฒนาความรุนแรง

น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา เดือนพฤศจิกายน 2568 ที่มาภาพ : FB ThaiPBS

รายงานของสองมหาวิทยาลัยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้เส้นทางพายุไต้ฝุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปลี่ยนแปลงไปด้วย เมื่ออุณหภูมิของน้ำทะเลอุ่นขึ้นกลายเป็นพลังที่ป้อนให้กับพายุ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่ประชากรอยู่หนาแน่น ประชากรในพื้นที่นี้มีสัดส่วน 70% ของประชากรโลก ที่มีความเสี่ยงต่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นในอนาคต และเสี่ยงต่อพายุที่มีความรุนแรงมากขึ้น

Benjamin Horton หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์โลก (Earth Science) มหาวิทยาลัยฮ่องกง ที่เป็นผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าวว่า พายุไต้ฝุ่นเป็นเหตุทำให้เกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมที่รุนแรงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพ โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนจำนวนมาก

การศึกษาพบว่า เมื่อพายุไต้ฝุ่นพัดผ่านน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ พายุจะมีไอน้ำและความร้อนมากขึ้น ทำให้เกิดกระแสลมที่รุนแรงขึ้น ฝนตกมากขึ้น และน้ำท่วมมากขึ้น เมื่อพายุเคลื่อนเข้าพื้นที่เป็นแผ่นดิน

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ผิวน้ำทะเลทั้งในแปซิฟิกเหนือและทะเลจีนใต้อุ่นขึ้น อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น เป็นผลโดยตรงจากภาวะโลกร้อน ที่มนุษย์เราเป็นต้นเหตุ แม้จะไม่สามารถกล่าวตรงๆว่า เหตุการณ์ด้านภูมิอากาศเกิดจากสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างเดียว แต่ในทางหลักการ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น คือสาเหตุที่ไปเร่งกระบวนการละเหยของน้ำให้รวดเร็วขึ้น และไปเติม “พลัง” ให้กับพายุไต้ฝุ่นของเขตร้อนมากขึ้น

ที่มาภาพ : Tuoi Tre News

Gianmarco Mengaldo นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้พายุไต้ฝุ่นรุนแรง เพราะเป็นปัจจัยทำให้ผิวน้ำทะเลอุ่นขึ้น และไปเพิ่มปริมาณความชื้นของอากาศ แม้สิ่งนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่า พายุไต้ฝุ่นทุกลูกจะต้องมีความรุนแรงมากขึ้น แต่ความเป็นไปได้ก็คือ พายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง เกิดขึ้นในสภาพอากาศที่อุ่นขึ้น”

แม้ว่าข้อมูลจะไม่ได้บอกว่า พายุไต้ฝุ่นเขตร้อนจะเกิดบ่อยขึ้น ที่แน่นอนก็คือว่า พายุที่เกิดขึ้นจะรุนแรงมากขึ้น ปีที่แล้ว ภายในหนึ่งเดือน พายุที่รุนแรงเข้าเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์แบบลูกต่อลูกถึง 6 ลูก แสดงว่าพายุสามารถก่อตัวขึ้นภายในระยะเวลาที่สั้น พายุที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นลูกๆ สร้างความเสียหายมากกว่าพายุที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เพราะดินอุ้มน้ำจนอิ่มตัว น้ำในแม่น้ำสูงจนเต็ม และโครงสร้างพื้นฐานอ่อนแรง เพราะเหตุนี้ พายุลูกต่อไปที่เข้ามา แม้จะไม่รุนแรง ก็สามารถเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวง      

เวียดนามภาคกลาง ศูนย์กลางพายุเข้า

ส่วนหนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานข่าวว่า นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้ภาคกลางของเวียดนามกลายเป็น “พื้นที่เสี่ยง” ต่อเส้นทางของพายุที่ร้ายแรงมากขึ้น ฤดูฝนที่ผ่านมา ภาคกลางของเวียดนามกลายเป็นจุดศูนย์กลางของพายุ สัปดาห์ที่แล้ว มีคนเสียชีวิต 90 คนจากน้ำท่วมและดินถล่ม มีจังหวัดหนึ่ง ฝนตกวัดปริมาณได้ 6 ฟุต หรือ 1,800 มม. มีบ้านเรือน 200,000 แห่งถูกน้ำท่วม ช่วงการเก็บเกี่ยวเม็ดกาแฟต้องชะลอออกไป

ปีนี้ พายุเคลื่อนเข้าเวียดนามแล้ว 14 ลูก เมื่อสิบปีที่แล้ว เฉลี่ยพายุเข้าเวียดนามปีละ 5 ลูก ฝนที่ตกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่ได้มาจากพายุ แต่พายุลูกที่ 15 กำลังก่อตัวขึ้นทางชายฝั่งภาคใต้ตอนกลางของเวียดนาม ภาคกลางได้รับความเสียหายมากที่สุด ตั้งแต่เมืองดานังมาจนถึงนาตรัง ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ เดือนสิงหาคมและต้นเดือนพฤศจิกายน เกิดน้ำท่วมที่นครโฮจิมินห์ ในเดือนตุลาคม น้ำท่วมฮานอย 2 สัปดาห์ เพราะพายุ 3 ลูกเข้าเวียดนาม

เวียดนามภาคกลาง กลายเป็นพื้นที่ศูนย์กลางพายุเคลื่อนผ่าน ที่มาภาพ : AFP

นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศเน้นหนักว่า เวียดนามและประเทศอื่นๆในภูมิภาค ต้องดำเนินการให้เร็วขึ้น ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ที่มาจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น มาตรฐานความเข้าใจแบบเก่าๆเรื่อง ฝนตก พายุเข้า และน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นได้อย่างไร ไม่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน ที่งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์ที่รุนแรงมาก แบบที่เกิดขึ้นครั้งเดียวใน 100 ปี สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งแล้ว

Benjamin Horton กล่าวว่า “เมื่อเราเขียนรายงานการศึกษาปี 2024 เราคิดว่าเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นใน 12 เดือนข้างหน้า เราคาดหมายเรื่องฝนตก แต่มันกลายเป็นสิ่งที่รุนแรงมากขึ้น เมื่อเรามีสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนไป หมายความก็คือว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้ยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง”

เอกสารประกอบ

Vietnam’s Year of Floods, Mud and Death, November 24, 2025, nytimes.com

Climate change means the tropical cyclones in Southeast Asia are developing faster, lasting longer, July 2024, Sciencedaily.con