ศาลฎีกาฯ เริ่มไต่สวนพยานคดี “ยิ่งลักษณ์” ปมจำนำข้าว 15 ม.ค. ปีหน้า โจทก์ 14 ปาก จำเลย 42 ปาก – คาดพิพากษาปลายปี 2559

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาภาพ : http://www.nationmultimedia.com/new/2015/10/29/breakingnews/images/30271853-01_big.JPG
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาภาพ : http://www.nationmultimedia.com/new/2015/10/29/breakingnews/images/30271853-01_big.JPG

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดพร้อมคู่ความในคดีที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในคดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 กล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เพื่อฟังคำสั่งว่าจะไต่สวนพยานเมื่อใด

ก่อนเริ่มกระบวนการพิจารณา ศาลฎีกาฯ แจ้งให้คู่ความทราบว่า นายศิริชัย วัฒนโยธิน ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นประธานศาลอุทธรณ์ และนายวีระพล ตั้งสุวรรณ เจ้าของสำนวนเดิมที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นประธานศาลฎีกา ได้ขอถอนตัวจากองค์คณะผู้พิพากษา ทำให้ทั้ง 2 คนพ้นจากหน้าที่ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงเลือกนายโสภณ โรจน์อนนท์ และนายพิศล พิรุณ เป็นองค์คณะผู้พิพากษาแทน คู่ความไม่ติดใจคัดค้าน องค์คณะผู้พิพากษาจึงมีมติเลือกนายชีพ จุลมนต์ เป็นเจ้าของสำนวนแทน

ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ พิจารณาแล้ว อนุญาตให้โจทก์นำพยานเข้าไต่สวน 14 ปาก จากที่ยื่นขอทั้งหมด 17 ปาก กำหนดไต่สวน 5 นัด ประกอบด้วย

  1. วันที่ 15 มกราคม 2559
  2. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559
  3. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559
  4. วันที่ 4 มีนาคม 2559
  5. วันที่ 23 มีนาคม 2559

และอนุญาตให้จำเลยนำพยานเข้าไต่สวน 42 ปาก จากที่ยื่นขอทั้งหมด 43 ปาก กำหนดไต่สวน 16 นัด ประกอบด้วย

  1. วันที่ 1 เมษายน 2559
  2. วันที่ 22 เมษายน 2559
  3. วันที่ 13 พฤษภาคม 2559
  4. วันที่ 18 พฤษภาคม 2559
  5. วันที่ 17 มิถุนายน 2559
  6. วันที่ 24 มิถุนายน 2559
  7. วันที่ 8 กรกฎาคม 2559
  8. วันที่ 22 กรกฎาคม 2559
  9. วันที่ 5 สิงหาคม 2559
  10. วันที่ 19 สิงหาคม 2559
  11. วันที่ 9 กันยายน 2559
  12. วันที่ 23 กันยายน 2559
  13. วันที่ 7 ตุลาคม 2559
  14. วันที่ 21 ตุลาคม 2559
  15. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559
  16. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559

โดยพยานโจทก์ที่เหลือ 3 ปาก ได้แก่ นายบรรยง อินทนา, นางสวีณา พลพืชน์ และน.ส.ศิรษา กันต์พิทยา และพยานจำเลยอีก 1 ปาก ได้แก่ นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ให้รอพิจารณาสั่งว่าจะไต่สวนหรือไม่ เมื่อศาลฎีกาฯ ไต่สวนพยานทั้งโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้น

ท้งนี้ ศาลฎีกาฯ ได้กำชับให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ส่งคำเบิกความพยานให้ศาลก่อนวันนัด 14 วัน และส่งประเด็นคำถามเสนอศาลก่อน 7 วัน พร้อมกำชับให้นำพยานที่จะเข้าไต่สวนมาตามนัด โดยคดีนี้ จำเลยต้องมาที่ศาลทุกนัดเพราะไม่อนุญาตให้ไต่สวนพยานลับหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากกำหนดนัดไต่สวนพยานดังกล่าว ทำให้คาดหมายได้ว่าคดีนี้ศาลฎีกาฯ จะมีคำพิพากษาออกมาราวเดือนธันวาคม 2559 เนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 32 กำหนดว่า หลังไต่สวนพยานเสร็จสิ้น คู่ความมีสิทธิแถลงปิดคดีในเวลาที่ศาลกำหนด จากนั้นศาลจะนัดอ่านคำพิพากษาภายใน 7 วัน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นสามารถเลื่อนได้แต่ต้องไม่เกิน 14 วัน

แต่ในกรณีที่จำเลยหลบหนี ศาลจะออกหมายจับและเลื่อนการอ่านพิพากษาไม่เกิน 30 วัน หากยังไม่ได้ตัวจำเลยให้อ่านคำพิพากษาลับหลัง โดยถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าวแล้ว

เส้นทางคดี “ยิ่งลักษณ์” ในศาลฎีกา

Print

คดีจำนำข้าว กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เริ่มขึ้นเมื่อ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่นคำร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาไต่สวน ราวปลายปี 2555 จากนั้น ป.ป.ช. ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนมีมติชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 และกรณีให้ดำเนินคดีอาญา ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 โดยในส่วนของคดีอาญา ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนให้ อสส. พิจารณา แต่ต่อมามีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช. กับ อสส. เพื่อแก้ไขข้อไม่สมบูรณ์ ก่อนที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อสส. จะมีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฎีกาฯ เมื่อต้นปี 2558

  • 23 มกราคม 2558 อสส. มีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีจำนำข้าว ต่อศาลฎีกาฯ วันเดียวกัน ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยคะแนน 190:18 เสียง ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกตัดสิทธิที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
  • 19 กุมภาพันธ์ 2558 คณะทำงานของ อสส. นำสำนวนคดีจำนำข้าว ที่กล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาฯ
  • 19 มีนาคม 2558 (วันนัดอ่านคำสั่ง) ศาลฎีกาฯ มีมติรับฟ้องคดีจำนำข้าว พร้อมตั้ง “นายวีระพล ตั้งสุวรรณ” รองประธานศาลฎีกาขณะนั้น เป็นเจ้าของสำนวน
  • 19 พฤษภาคม 2558 (วันพิจารณาคดีครั้งแรก) น.ส.ยิ่งลักษณ์มาร่วมการพิจารณาคดีที่ศาลฎีกาฯ เป็นครั้งแรก กล่าวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เป็นบัญชีเงินฝาก มูลค่า 30 ล้านบาท
  • 31 สิงหาคม 2558 (วันตรวจบัญชีพยาน) น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นคำร้อง 1. ขอให้รอพิจารณาคดีนี้ไว้ก่อน เพราะอยู่ในอำนาจศาลปกครองไม่ใช่ศาลฎีกาฯ และ 2. คัดค้านการเพิ่มเติมพยานบุคคลและเอกสารของ อสส. แต่ศาลฎีกาฯ มีมติยกคำร้องทั้ง 2 คำร้อง
  • 29 กันยายน 2558 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นฟ้อง อสส. กับพวก ต่อศาลอาญาชั้นต้น ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลฎีกาฯ ก่อน สนช. ลงมติถอดถอนเพียง 1 ชั่วโมง และเพิ่มเติมข้อกล่าวหารวมถึงพยานหลักฐานกว่า 60,000 แผ่น ลงไปในสำนวน
  • 6 ตุลาคม 2558 ศาลอาญาชั้นต้น ไม่รับคำฟ้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่บรรยายฟ้องให้เห็นว่า อสส. จงใจกลั่นแกล้งอย่างไร และการเพิ่มเติมพยานหลักฐานก็เป็นไปตามกฎหมาย โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสิทธินำพยานหลักฐานมาหักล้างได้ในการขั้นตอนไต่สวนของศาลฎีกาฯ
  • 29 ตุลาคม 2558 (วันนัดฟังคำสั่งกำหนดการไต่สวนพยาน)
  • 15 มกราคม 2559 (วันเริ่มต้นการไต่สวนพยานหลักฐาน) ศาลฎีกาฯ เริ่มไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์ 5 นัด รวม 14 ปาก และพยานฝ่ายจำเลยอีก 16 นัด รวม 42 ปาก