“วิชา มหาคุณ” มือปราบคอร์รัปชัน 4 รัฐบาล 2 รัฐประหาร ไตรภาคคดีจำนำข้าว กับสัญญาลูกผู้ชาย “ป.ป.ช. ไม่อาจทิ้งความหวังคนทั้งชาติ”

ชื่อวิชา มหาคุณ คือ 1 ใน 9 อรหันต์มือปราบคอร์รัปชัน ที่อยู่แถวหน้าในการสอบสวนคดีนักการเมืองอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา “วิชา” เข้ารับตำแหน่งในวันเปลี่ยนผ่านอำนาจด้วยวาระรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

เขาอ่านเอกสาร-สอบสวน นักการเมืองและพวก ผ่านมา 4 รัฐบาล จนล่วงเข้าสู่วาระรัฐประหารอีกครั้ง “วิชา” บอกว่า 7 ปีที่ผ่านมา “ช้ำใจ” ที่เพื่อนหลายคนเคยเรียนร่วมรุ่น-ร่วมรบ ต้องกลายเป็นขั้วตรงข้าม เพราะ “ขอไม่ได้”

กระนั้นก็ตาม “วิชา” มักถูกทดสอบวิชาชีพจากนักการเมืองทั้ง 2 ขั้ว ด้วยการตั้งญัตติสาธารณะถึงความเป็นกลางในการซักฟอกคดีการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีระหว่าง เครือข่าย “ชินวัตร” และคดีของฝ่ายประชาธิปัตย์และพวก

อีก 9 เดือน “วิชา” จะลงจากเก้าอี้ 9 อรหันต์ แต่คดีระดับชาติที่เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้จบในวันก่อนที่เขาจะครบวัยเกษียณ อย่างคดีจำนำข้าว อาจไม่จบลงไปด้วย

ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการ  ป.ป.ช.  ที่มาภาพ : http://www.bangkok-today.com/sites/default/files/field/image/article/2014/03//2041395031200.jpg
ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ที่มาภาพ: http://www.bangkok-today.com/sites/default/files/field/image/article/2014/03//2041395031200.jpg

เหตุใดปี 2558 จึงเป็นปีแห่งการ “ล่า-ล้าง” คดีจำนำข้าว และไฉนต้องติดตามคดีข้าวในไตรภาค ไทยพับลิก้าร่วมคลุกวงสอบสวน ฟังการตั้งโจทย์ และหาคำตอบ ไขคดีมหากาพย์จำนำข้าวทุกเมล็ด

ไทยพับลิก้า: ภาพรวมในปี 2558 จะมีการดำเนินการในเรื่องข้าวอย่างไร

ต้องดำเนินการต่อ และสงสัยจะเป็นไตรภาคแบบ Lord of The Ring เนื่องจากเรื่องข้าวเป็นเรื่องใหญ่ จะมีกรณีจีทูจีเพิ่มเติมที่บริษัทนอกจากไห่หนานกับกวางตุ้งก็จะมีอีก 4 บริษัทที่รับซื้อข้าวไป 14 ล้านตัน มีการอ้างว่าเป็นการซื้อขายแบบจีทูจีแต่ไม่ใช่ แล้วก็ต่อเนื่องไปถึงเรื่องมันเส้นที่กำลังจะมีการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในต้นปี 2558 แล้วก็จะเป็นเรื่องใหญ่ๆ อีกหลายเรื่องรวมถึงเรื่อง ปตท. ที่จะปลูกปาล์มแล้วเกิดข้อผิดพลาดดังที่มีการร้องเรียนมาจนทำให้สูญเสียเงินมหาศาล ทาง ป.ป.ช. ก็ได้รับเรื่องไว้ไต่สวนแล้ว

ไทยพับลิก้า: มีข้อครหาว่า ป.ป.ช. เลือกดำเนินเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์

ทาง ป.ป.ช. จึงต้องรีบทำคดีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เช่นเดียวกัน ดังที่ได้มีการชี้แจง (คดีการประกันราคาในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็มี ยังติดอยู่ โครงการอะไรต่างๆ เหล่านี้บางครั้งก็มีการซ้อนทับกันระหว่าง 2 รัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลเปลี่ยนเร็วมาก ปีสองปีก็เปลี่ยนแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของเรื่อง แต่เมื่อสอบไปก็พบว่าคดีหลักจริงๆ เป็นคดีสมัยคุณยิ่งลักษณ์ พอดีอะไรที่เสร็จก่อน ทาง ป.ป.ช. ต้องการจะยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องเร่งรีบทำเพราะอะไร ความเสียหายอย่างไร เดี๋ยวคดีจะหมดอายุความเสียก่อน เนื่องจากกรณีของการละเมิดมีอายุความเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น หากไม่รีบดำเนินการจะขาดอายุความทันที เรียกคืนไม่ได้เลย หน่วยงานอื่นๆ ก็เรียกไม่ได้

ไทยพับลิก้า: ความคืบหน้าการหารือกับอัยการสูงสุด (อสส.) กรณีคดีรับจำนำข้าว

ผมยืนยันได้เลยว่าผมและกรรมการคุณ สุภา ปิยะจิตติ อีกหนึ่งท่านที่อยู่ในการหารือด้วยนั้นรับทราบข้อตกลงจากทางอัยการสูงสุดว่าจะขอให้มีการสอบพยานเพิ่มอีก 1 ปาก คือ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร

และในวันที่ 29 ธันวาคม 2557 ดร.นิพนธ์ได้มาให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้วในประเด็นของการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่าการดำเนินการของรัฐบาลนั้นเป็นการดำเนินการแบบจีทูจีหรือไม่ ประเด็นนี้ผมจะไม่ขอเข้ารายละเอียดในเชิงลึก แต่ว่าในส่วนของพยานบุคคลนั้นได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

เนื่องจากต้องดำเนินการแถลงคดีต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติใน 2 คดี คือ คดีการถอดถอนคุณสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และคุณนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. โดยมิชอบ ในวันที่ 8 มกราคม 2557 และในกรณีการละเลยเพิกเฉยไม่ระงับยับยังการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์ จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ในวันที่ 9 มกราคม 2558

โดยจะไม่มีการเลื่อนการแถลง เนื่องจากสภาท่านตรงไปตรงมา ได้แจ้งมาแล้วให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งรายชื่อผู้ที่ไปแถลงคดี และนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้แจ้งรายชื่อเรียบร้อยแล้ว คือ ผม (นายวิชา มหาคุณ) และคณะ และนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ไทยพับลิก้า: กรณีที่ต้องมีการหารือกับ อสส. หลายครั้ง ท่านเห็นว่าเป็นยื้อเวลาของทาง อสส. หรือเปล่า

ป.ป.ช. จะทำอย่างไรได้ ก็เป็นคนละขอบเขตอำนาจ ทาง อสส .ก็มีดุลยพินิจของเขาอยู่ จึงต้องมีการนัดหารือ ต้องคุยกัน เรื่องข้าวถึงได้คืบหน้า หากไม่มีการเรียกมาหารือกันก็เป็นไปไม่ได้เลย อยู่ห่างๆ กันไม่รู้ว่าใจเขาเป็นอย่างไร อะไรอย่างไร

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมครั้งนี้ ป.ป.ช. ถึงได้ยอมให้มีการสอบพยานเพิ่ม ทั้งนี้ ทาง ป.ป.ช. และ อสส. ได้จับมือสัญญาแบบลูกผู้ชายกันแล้ว ถ้าหากเปลี่ยนแปลงก็ต้องว่ากันในรายละเอียด เพราะถือว่าเป็นสัญญาคุณธรรมจริยธรรม (integrity pact)

สำหรับการหารือกับ อสส. ครั้งต่อไปนั้นก็ต้องรอการแจ้งว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไร เพราะยังคงมีเรื่องเอกสารที่ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องรวบรวมให้เพราะเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับทางวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสมัยเก่า และในกระบวนการส่งฟ้องก็ไม่ควรจะมีปัญหา

ตรวจโกดังข้าวถุง

ไทยพับลิก้า: ถ้าเช่นนั้นจะส่งฟ้องได้ในเดือนมกราคม 2558 หรือไม่

คือทาง ป.ป.ช. ก็พยายามเร่งให้เร็วที่สุด เนื่องจากผมได้ไปงานงานหนึ่งแล้วพบกับผู้ค้าข้าว ท่านเดินมาบอกกับผมว่า หากหยุดยั้งการจำนำข้าวไม่ได้ การค้าข้าวของประเทศจะต้องพินาศ เพราะเขาไม่สามารถส่งออกข้าวได้เลย เพราะฉะนั้น เขาจึงอ้อนวอนบอกว่าต้องดำเนินการให้เร็ว แล้วต้องทำให้เด็ดขาด ผมเจอใครก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น

เพราะฉะนั้น ก็เรียกได้ว่า ป.ป.ช. ได้แบกรับสิ่งที่เป็นความหวังของคนทั้งชาติ โดยเฉพาะคนที่ดี ที่เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้ ป.ป.ช. ไม่อาจทิ้งความหวังของคนเหล่านี้ได้ ป.ป.ช. ต้องทำให้ดีที่สุด

และสำหรับกรณีคุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวก ในกรณีระบายขายข้าวจีทูจีให้รัฐบาลจีนเป็นเท็จ และพบหลักฐานไม่มีการส่งออกข้าวจริง ทาง ป.ป.ช. ได้ทำการไต่สวนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงต้องเสนอกคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาในปี 2558

ทั้งนี้ ยังคงมีหลายประเด็นที่เมื่อไต่สวนแล้วก็เกิดเรื่องราวงอกเงยขึ้นมา ผมต้องขอเรียนเลยว่าหลังจากคดีนี้แล้ว ทาง ป.ป.ช. จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งชี้มูลความผิดสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 6 คน และสำหรับเอกชนรวมทั้งบริษัทจำนวน 15 ราย

ส่วนกรณีของผู้ที่ไม่ได้ให้ความร่วมมือ และทาง ป.ป.ช. ไม่ได้กันบุคคลเหล่านั้นไว้เป็นพยาน ก็จะเป็นคดีที่ตามมาอีกระรอกหนึ่ง พร้อมกันนั้น ป.ป.ช. ได้พิจารณาด้วยว่า จากการยื่นบัญชี และเอกสารต่างๆ ทาง ป.ป.ช. พบว่ามีบริษัทจีนนอกเหนือจากบริษัทไห่หนานและบริษัทกวางตุ้งที่ ป.ป.ช. พบว่าไม่ใช่บริษัทที่เป็นตัวแทนของรัฐ ยังมีบริษัทอื่นๆ อีกรวมทั้งสิ้น 4 บริษัทใหญ่ ได้มีการส่งออกข้าวในลักษณะที่ไม่ใช่จีทูจีอีกเช่นกันนี้จำนวน 14 ล้านตัน แล้วมีผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นมิได้เป็นการค้าแบบจีทูจี รวมทั้งเอกชนเพิ่มเติมอีกเช่นกัน

เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. จึงมีคดีที่เป็นมหากาพย์ที่ต้องไต่สวนเพิ่มอีก รวมทั้ง ป.ป.ช. ได้พบว่า ตัวเช็คที่ได้สั่งจ่าย มีการใช้จ่ายเพื่อสั่งซื้อมันเส้น (มันสำปะหลังเส้น) ก็เป็นอีกกรณีที่เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งทาง ป.ป.ช. ก็ได้รับเรื่องไว้แล้ว เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. ก็ต้องเร่งไต่สวนเรื่องมันเส้นเพิ่มอีก

ดังนั้น กระบวนการทั้งหลายจึงเป็นกระบวนการที่ใหญ่มาก ผมเรียนเลยว่า จะให้จบง่ายๆ คงลำบาก ทาง ป.ป.ช. จึงต้องทยอยสะสางแต่ละคดีไป โดย ป.ป.ช. ส่งฟ้องคดีอาญาเรื่องของคุณยิ่งลักษณ์ก่อน ในส่วนของคุณบุญทรงเรื่องของจีทูจี จะส่งคดีตามไปทีหลัง ซึ่งจะทำการฟ้องคดีในฐานะที่เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกัน ทาง ป.ป.ช. ก็จะพยายามเร่ง เนื่องจากทราบดีว่าคดีที่เกี่ยวกับค่าเสียหายนั้นมีกำหนดอายุความที่จำกัด

เพราะฉะนั้น กระทรวงการคลังจึงร้อนใจ และต้องเร่งจัดการตามระเบียบของกระทรวงการคลังไปก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจน ป.ป.ช. ก็ได้บอกกักระทรวงการคลังไว้โดยผ่านท่านกรรมการ คุณสุภา ปิยะจิตติ ว่าให้รอคดีทั้งคุณยิ่งลักษณ์และคุณบุญทรงที่ทาง ป.ป.ช. จะส่งสำนวนประกอบการเรียกค่าเสียหาย เพราะว่าจะต้องแยกว่าใครต้องรับผิดชอบกี่ส่วน มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องคัดกรองเยอะมาก แบบเดียวกับที่คิดค่าเสียหายในคดีเรือ รถดับเพลิง กรณีของคุณสมัคร สุนทรเวช

ไทยพับลิก้า: สำหรับเรื่องค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ป.ป.ช. จะดำเนินการอย่างไร

กรณีเรื่องค่าเสียหายเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางกำหนด แต่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผู้นำรัฐบาลก็จะต้องรับทราบด้วยเช่นกัน ซึ่งมีการคุยกับท่านเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดทางจะมีการแถลงอีกครั้ง ในเรื่องของการที่ไปพบ ว่าพบเรื่องอะไร อย่างไร ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. เมื่อต้องทำคดีก็จะต้องมีการฟ้องร้องในส่วนของการเรียกค่าเสียหายอยู่ด้วย

ไทยพับลิก้า: ในส่วนของประเทศคู่ค้า คือจีน จะได้รับโทษอย่างไรบ้าง

คือทาง ป.ป.ช. ก็ดำเนินคดีในแบบของไทย หมายความว่าจะต้องแจ้งให้บริษัทจีนมาแก้ข้อกล่าวหา แต่ไม่ได้รับการตอบสนองในระยะเริ่มต้น อาจเนื่องด้วยเหตุที่จีนกำลังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เป็นนักปราบปรามทุจริตยังไม่ได้เข้ามา เพราะฉะนั้น การส่งสัญญาณของพรรคนั้นมีความสำคัญมาก

ดังนั้น ผมจึงอาศัยโอกาสที่ได้รับเชิญร่วมกับ สนช. และ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เดินทางไปจีน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการคุยกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ว่าจะส่งคณะไปคุยแบบทวิภาคี เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเป็นหลัก

ทางประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก็จัดให้รัฐมนตรีกระทรวงการตรวจสอบซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องการตรวจสอบการทุจริตและทางวินัยของข้าราชการทั้งหมดก็เป็นเจ้าภาพในการดูแลคณะ ซึ่งในการพบปะกัน ผมได้ยื่นหนังสือให้กับท่านรัฐมนตรีกระทรวงตรวจสอบโดยตรงเลยกับมือ

หนังสือที่ว่า ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งไปยังบริษัททั้ง 2 บริษัทและกรรมการที่รับผิดชอบของบริษัทนั้นๆ บริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจบอกเลยว่า ทาง ป.ป.ช. ต้องการให้หนังสือถึงมือบริษัทเหล่านี้ แล้วก็ต้องการให้แก้ข้อกล่าวหา เพราะเราต้องการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หากไม่มีกระบวนการแก้ข้อกล่าวหาเดี๋ยวก็จะเกิดข้อครหาว่าทำไมถึงมีการชี้มูลความผิดไปทั้งที่ไม่ได้ให้โอกาสเลย

ดังนั้น บริษัททั้งหลายจึงยังไม่มีการชี้มูลความผิด เพราะต้องรอความแน่นอนชัดเจนจากกระทรวงการตรวจสอบของจีน ซึ่งในทุกครั้งที่ทาง ป.ป.ช. ติดต่อหรือส่งเรื่องไปนั้นไม่ได้ถึงมือท่านรัฐมนตรีโดยตรงเลย เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมพูดได้แล้วว่า ผมได้ส่งหนังสือเป็นคำกล่าวหาโดยตรงเลย ตั้งแต่เริ่มต้นตั้งข้อกล่าวหา ชี้แจงว่า มีใครเป็นคณะกรรมการในการตรวจสอบ มีใครเป็นประธานในคณะกรรมการไต่สวน รวมทั้งรายละเอียดของการแจ้งข้อกล่าวหาให้กับบริษัท และกรรมการบริษัทรับทราบโดยอัยการสูงสุดเป็นผู้ที่รับผิดชอบในหนังสือเหล่านี้

ทาง ป.ป.ช. .ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือเชิญไปแล้วอย่างเป็นทางการ เพราะว่า ป.ป.ช. กับกระทรวงการตรวจสอบเคยมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ต่อกันในเรื่องของคดีความต่างๆ เพราะฉะนั้น จึงมีมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งผมได้เชิญท่านด้วยตนเองว่า จะขอให้ท่านและคณะเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งท่านไม่ขัดข้องแต่อย่างใด แล้วจะดำเนินการลงนาม MOU ฉบับที่ 2 ที่ประเทศไทยในปีหน้า

และท่านก็ได้เรียนว่า ทางจีนยังคงมีอีกหลายเรื่องเช่นกันที่ทางทีมต้องขอความอนุเคราะห์จากไทยเนื่องจากอาชญากรของจีนได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ท่านก็จะขอตัวกลับไปเนินคดี โดยจะขอข้อมูล ขอเบาะแสจากทางการไทย

นอกจากนี้ ก็ได้พบกับท่านหวัง ฉีซาน กรรมการประจำกรมการเมือง เลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัยกลางพรรคคอมมิวนิสตร์จีน ผู้เป็นมือขวาของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยท่านนี้เป็นผู้จัดการกับโจว หย่งคัง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในคณะจัดการปกครองจีนด้วยกัน ท่านหวัง ฉีซาน ได้กล่าวไว้ว่า เสือหรือแมลงวัน ต้องตีให้หมด และจะหยุดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

ข้าวถุงธงฟ้า-ข้าวถุงอคส.

ไทยพับลิก้า: ได้มีการดำเนินการกรณีทุจริตข้าวถุงบ้างหรือไม่

กรณีข้าวถุงทาง ป.ป.ช. ก็ดำเนินการไต่สวนอยู่ด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากว่าทาง ป.ป.ช. ต้องเร่งดำเนินการคดีของจีทูจีให้เสร็จเสียก่อน โดยเฉพาะเรื่องการระบายข้าวนั้นก็มีการสอบสวนทุกวัน ซึ่งก็มีชุดที่สอบกรณีระบายข้าวถุงอยู่ด้วยเช่นกัน

หากเสร็จสิ้นจากคดีจีทูจี ก็จะดำเนินการคดีข้าวถุงต่อ คือเรื่องข้าวมีเยอะ เนื่องจากมีการพลิกแพลงหลายรูปแบบ ช่วงต้นปี 2558 ก็จะดำเนินการจัดทีมในการทำคดีเรื่องข้าวให้คล่องตัวขึ้น

ไทยพับลิก้า: สำหรับกรณีคดีของ ป.ป.ช. ที่ขาดอายุความในชั้นศาล ท่านเห็นว่าการดำเนินการของ ป.ป.ช. เสียของหรือไม่

ถ้าคดีขาดอายุความไปแล้วเราก็ดำเนินคดีกับเขาไม่ได้ แล้วก็จะมีปัญหาเรื่องที่จะติดตามทางแพ่งด้วย ที่ดำเนินการต่อเนื่องกับคดีอาญาเพราะว่าคดีทางแพ่งจะหยุดลงขณะที่คดีอาญายังดำเนินอยู่ คดีอาญาเกิดขาดอายุความอีกก็หมด ไปเรียกร้องทางแพ่งไม่ได ้เว้นแต่ว่าจะเป็นเรื่องการติดตามเอาทรัพย์คืน

จะว่าเสียเปล่าหรือไม่นั้นก็คือว่า มันเสียหาย เราไม่สามารถเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษได้แล้วยังทำให้เขามาเชิดหน้าชูตากลับมาประเทศไทยได้อย่างสบาย เขาเรียกว่าทำให้กฎหมายถูกเหยียดหยาม

ไทยพับลิก้า: ป.ป.ช. มีคดีที่ขาดอายุความมากไหม

เริ่มมีมากขึ้น เพราะเขาเริ่มรู้ว่าหากเขายังอยู่ไม่ยอมหนีเขาก็ต้องถูกเรียกตัวมาเมื่อไหร่ก็ได้ หนีเพื่ออะไร ก็เพื่อให้หมดครบอายุความ ป.ป.ช. ก็พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว หากไม่ได้ก็ต้องร้องเรียนต่อประชาชน ต้องบอกประชาชนว่าเรื่องราวเป็นเช่นไร เราไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยเหตุอันใด ก็เรียนให้ประชาชนทราบว่ากฎหมายของ ป.ป.ช. จะต้องยุติ

และบางคดีที่ไม่มีการส่งเรื่องมาทาง ป.ป.ช. ก็ไม่รู้ (คดีอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ) เพราะฉะนั้น วันนี้ ป.ป.ช. ก็มีระบบของเราที่จะตามเรื่องที่มีการส่งไป เป็นเรื่องของการวางระบบเครือข่าย เป็นระบบที่เป็นช่องทางด่วนว่าคดีจะครบกำหนดเมื่อไร ก็จะมีการเตือน คล้ายกับสัญญาณไฟแดงเมื่อใด บางที ป.ป.ช. ไม่ทราบเลย ปรากฏว่าคดีขาดอายุความที่อัยการ ส่งมาแล้วจึงทราบว่าขาดอายุความแล้ว ส่วนนี้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ

ไทยพับลิก้า: ทาง ป.ป.ช. จะดำเนินการแก้ปัญหาการขาดอายุความของคดีอย่างไร

ปี 2558 ก็คงเป็นปีที่หนักสำหรับ ป.ป.ช. อีกเช่นเดิม โดยทาง ป.ป.ช. ยังมีกรณีที่ต้องชี้แจงกับ สปช. และ สนช. โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายของ ป.ป.ช. ที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ ปรากฏว่ามี สนช. บางท่านไม่เห็นด้วยและเห็นควรว่าต้องมีการศึกษาก่อน เพราะฉะนั้น ในขณะนี้ก็ยังอยู่ในคณะกรรมาธิการศึกษากฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งผมก็ร่วมอยู่ด้วยในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ ทางคณะที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ

โดยเฉพาะท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้มีการรายงานว่า มีหลายท่านยังตั้งข้อสังเกต และเห็นว่าต้องรอไว้ก่อน ซึ่งผมได้แถลงต่อที่ประชุมกรรมาธิการแล้วว่า ทาง ป.ป.ช. ได้มีการประกาศต่อสาธารณชนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมเดินทางไปประเทศจีนตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ไปพบกับผู้แทนของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เราได้พูดถึงการดำเนินแนวทางที่จะปราบปรามการทุจริตให้เด็ดขาดตามแนวทางของจีน ถ้าไม่ให้กฎหมายอันนี้เราผ่านเท่ากับว่าเราไม่สามารถทำได้อย่างที่เราพูดไว้กับมิตรที่ยิ่งใหญ่ของเราในเรื่องนี้

เพราะว่าตอนนี้ประเทศจีนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจไทยอย่างยิ่ง ขณะที่ สนช. ยอมให้ผ่านการลงนามข้อตกลง (MOU) เรื่องรถไฟรางคู่ระหว่างจีนกับประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ไทยจะยืนยันได้ว่าจะไม่มีการทุจริตคือการมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มแข็ง