ป.ป.ช. บี้รัฐฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจำนำข้าว 600,000 ล้านบาท “วิชา” ชี้เป็นหน้าที่ ไม่ทำไม่ได้ ระบุคดีมีอายุความแค่ 2 ปี

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ที่มาภาพ: http://www.bangkok-today.com/sites/default/files/field/image/article/2014/03//2041395031200.jpg

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการมติของ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ให้กระทรวงการคลังฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเงิน 600,000 ล้านบาท แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายออกมาระบุว่าเรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะรัฐต้องใช้เงินค่าธรรมเนียมวางศาลจำนวนมาก ว่า แม้ค่าเสียหายที่รัฐจะเรียกร้องในโครงการรับจำนำข้าวจะมีจำนวนมาก แต่ไม่ถึงกับที่รัฐจะไม่มีเงินไปจ่ายค่าธรรมเนียมวางศาล อีกทั้งสามารถเรียกคืนจากคู่ความกลับมาได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในการฟ้องร้องคดีทางแพ่ง เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องดำเนินการอยู่แล้วเพราะเป็นหน้าที่ เพียงแต่ที่ต้องใช้เวลาก็เพื่อให้เกิดความรอบคอบ โดยอายุความในการฟ้องร้องคดีทางแพ่งจะอยู่ที่ 2 ปี นับแต่วันที่กระทรวงการคลังได้รับเรื่องจาก ป.ป.ช.

“เรื่องนี้ไม่ทำไม่ได้ เพราะทุกคดีที่เกิดความเสียหายขึ้น จะต้องมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องดำเนินการ เพราะขนาดคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ขนาดจำเลยบางคนเสียชีวิตไปแล้ว ศาลยังไปเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากเครือญาติแทน” นายวิชากล่าว

ด้าน น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะอดีตคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้รัฐกำลังรวบรวมข้อมูลค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งวงเงินขณะนี้น่าจะเกิน 600,000 ล้านบาทแล้ว เพราะมีข้าวเน่าเพิ่มเติม(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)

 ไทม์ไลน์คดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด
ไทม์ไลน์คดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีโครงการรับจำนำข้าว เริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ยื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปลายปี 2555 โดยสามารถแยกได้เป็น 2 กรณี

– กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว

ที่ประชุม ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจาณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และชี้มูลความผิดในคดีถอดถอนไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 โดยที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยคะแนนเสียง 190:18 เสียง ไปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558 ส่งผลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีมติถอดถอน

– กรณีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(G to G)

ที่ประชุม ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัยกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวกรวม 21 คน ไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาฯ โดยคดีนี้มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต และมีการเรียกค่าปรับทางอาญาสูงถึง 35,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุม สนช. ยังมีมติถอดถอน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์, นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 ซึ่งจะทำให้บุคคลทั้งสาม ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางกรเมืองหรือทางราชการใดเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีมติถอดถอน

ปัจจุบัน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างไต่สวนคดีทุจริตระบายข้าว G to G คาดว่าจะสรุปสำนวนได้เร็วๆ นี้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม