ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอดีตเลขานุการรัฐมนตรีช่วยก.พาณิชย์ คดีทุจริตรับจำนำข้าว – แจงข้อแถลงอัยการสูงสุดหลักฐานคดี”ยิ่งลักษณ์”ไม่สมบูรณ์

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2557 ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงตามมติคณะกรรมการป.ป.ช.ให้ไต่สวนกรณีกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวก ในข้อหาทุจริตกรณีรับจำนำข้าว โดยได้ขยายการแจ้ง ข้อกล่าวหาแก่บุคคลและบริษัทค้าข้าวอีกเป็นจำนวนมาก นั้น

บัดนี้ การไต่สวนมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยมีพยานหลักฐานเชื่อมโยง สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก 1 ราย ได้แก่ พันตรี วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล) และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายบุญทรง เตริยาภิรมย์) คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมสำหรับบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งมีมติกันบุคคลที่ถูกกล่าวหาจำนวนหนึ่งซึ่งร่วมมือให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลและหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงเอาผิดแก่ตัวการสำคัญในคดีนี้ได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/Y.Shinawatra/photos/
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/Y.Shinawatra/photos/

และในวันเดียวกันศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ได้แถลงถึงกรณีเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงข้อไม่สมบูรณ์ที่จะดำเนินคดีอาญานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย

1. ให้รวบรวมพยานหลักฐานให้ได้ความชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการที่จะยับยั้งโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาแล้วหรือไม่

2. ให้รวบรวมพยานหลักฐานว่า ภายหลังจากโครงการรับจำนำข้าวได้ถูกท้วงติงจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ดำเนินการตรวจสอบหรือป้องกันการทุจริตหรือไม่ อย่างไร

3. ให้รวบรวมพยานหลักฐานว่าโครงการรับจำนำข้าวมีการทุจริตในขั้นตอนใดและมีการทุจริตอย่างไร

4. ให้รวบรวมรายงานวิจัยโครงการนโยบายข้าวของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนว่า ณ ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างรอหนังสือแจ้งข้อไม่สมบูรณ์จากสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งหลังจากสำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างผู้แทนอัยการสูงสุดและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 14 วัน เพื่อพิจารณาดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามข้อไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์แล้วส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อไป

สำหรับประเด็นเรื่องการรวบรวมงานวิจัยโครงการนโยบายข้าวของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่ยังส่งให้ไม่ครบถ้วนนั้น ขอเรียนว่ารายงานวิจัยของทีดีอาร์ไอ เป็นเพียงการยกตัวอย่างว่า มีช่องทางการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง ไม่ได้หยิบยกรายงานวิจัยดังกล่าวมาเป็นเอกสาร

หลักฐานในการชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาจากการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ได้จากการไต่สวนข้อเท็จจริงในขณะเกิดเหตุ และเมื่อมีการส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด ก็ระบุว่ามีรายงานวิจัยดังกล่าวอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาหากพนักงานอัยการเห็นว่าสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ส่งไปยังขาดเอกสารหลักฐานรายการใด ก็สามารถประสานเพื่อขอให้มีการส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งเป็นข้อไม่สมบูรณ์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดีหลังจากมีการแต่งตั้งคณะทำงาน(ข่าวประชาสัมพันธ์การชี้แจงการตั้งคณะทำงานร่วม ปปช.กับอัยการ)ร่วมแล้ว จะมีการประชุมพิจารณาร่วมกันว่า ในสำนวนมีข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วหรือไม่ เพียงพอแล้วหรือไม่ เพื่อกำหนดแนวทางการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อใด แต่จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะเป็นคดีสำคัญ และขอเรียนยืนยันว่าสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้มีความรัดกุมและรอบคอบ