เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน – คสช. จี้บอร์ด สกสค. ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง – เผย “ล็อกซเลย์ฯ” ใช้สัญญาฝากขายหนังสือแบบ “พิเศษ” ค้ำประกันเงินกู้แบงก์กรุงเทพ 84 ล้าน

นายสมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการ สกสค.ตอบข้อซักถามกลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นของชาติ (ภตช.) กรณีปัญหาการทุจริตขององค์การค้าของสกสค. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 ณ ห้องประชุม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เขตดุสิต กทม.
นายสมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการ สกสค. ตอบข้อซักถามกลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) กรณีปัญหาการทุจริตขององค์การค้าของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 ณ ห้องประชุม สกสค. เขตดุสิต กทม.

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 เวลา 13.30 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) นำ “คณะทำงานตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ” ซึ่งเป็นตัวแทนจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาทิ พันเอกพิเศษ ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6, ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 พระวิหาร กองกำลังสุรนารีประมาณ 20 คน เข้าพบคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด มีหน้าที่กำกับดูแลองค์การค้าฯ โดยมีนายสมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการ สกสค. เป็นประธานคณะกรรมการ สกสค. ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน

การเข้าพบในครั้งนี้ เพื่อขอให้คณะกรรมการ สกสค. และคณะผู้บริหารองค์การค้าฯ ชี้แจงคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะกรณีการจัดซื้อจัดจ้าง เช่าเครื่องพิมพ์หนังสือเรียน ที่ล่าช้าและมีราคาสูงกว่าราคากลางมาก ดำเนินการไม่โปร่งใส รวมถึงกรณีการรับฝากขายหนังสือจากบริษัท ล็อกซเลย์ ไวร์เลส จำกัด ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าขององค์การค้าฯ ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชน และไม่รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ ทำให้เกิดความเสียหาย คณะทำงานตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐขอความร่วมมือจาก สกสค. ให้จัดเตรียมเอกสารและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการ องค์การค้า สกสค. มาชี้แจงกรณีการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวนี้ด้วย (อ่านเพิ่มเติม “จดหมาย คสช.” )

อย่างไรก็ตาม เรื่องร้องเรียนดังกล่าวนั้น สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้านำเสนอเป็นข่าวในซีรีส์ “ผ่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายในองค์การค้าของ สกสค.” ตั้งแต่ปลายปี 2553 ทั้งกรณีการขายที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และกรณีการขายสื่อการเรียนการสอนให้กับไทยทีวีสีช่อง 3 จนเป็นเหตุให้นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ต่อมา สกสค. หน่วยงานต้นสังกัด แต่งตั้งนายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ บุคคลมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ แทนนายสันติภาพที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติให้นายสมมาตร์ มีศิลป์ เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม จึงเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค. ลงมติแต่งตั้งให้นายสมมาตร์เป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ มาจนถึงปัจจุบัน โดยที่นายสมมาตร์เป็น “คู่ความกับองค์การค้าฯ ถึง 10 คดี” นายชวลิต ลีลาศิวพร หนึ่งในผู้ที่ลงสมัครเข้ารับการสรรหาฯ จึงนำประเด็นนี้ไปร้องขอความเป็นธรรมกับศาลปกครองเมื่อกลางเดือนกันยายน 2555

ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา องค์การค้าฯ ยังคงเผชิญปัญหาความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีการเช่าเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่กับ “บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้น จำกัด” สูงกว่าราคากลาง และกรณีขายหนังสือเรียนมูลค่า 1,400 ล้านบาทให้ “บริษัท ล็อกซเลย์ ไวร์เลส จำกัด” ซึ่งไม่มีประสบการณ์และเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย จากนั้นบริษัทล็อกซเลย์ฯ จึงนำหนังสือเรียนวนกลับมาฝากองค์การค้าฯ ขายผ่านช่องทางปกติ ทำให้บริษัทล็อกซเลย์ฯ ได้รับ “กำไรส่วนต่างจากการทำธุรกรรมดังกล่าว 4%” ของราคาหน้าปกหนังสือ

สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าได้ขยายผลการทำข่าวในเชิงลึก พบว่าการขายหนังสือ 1,400 ล้านบาท โดยบริษัทล็อกซเลย์ฯ ได้มีการนำสัญญาฝากขายหนังสือกับ สกสค. 6 ฉบับ มูลค่า 84.64 ล้านบาท เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อแฟคตอริ่งกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเงินมาใช้เป็นทุนหมุนเวียน โดยบริษัทล็อกซเลย์ฯ ได้โอนสิทธิเรียกเก็บเงินค่าฝากขายหนังสือจาก สกสค. ไปให้ธนาคารกรุงเทพ ต่อมาธนาคารกรุงเทพ ทำหนังสือที่ ศปพญ./ปอส.2/00060/2557 แจ้งให้ผู้อำนวยการ สกสค. ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดองค์การค้าฯ รับทราบอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 จากนี้ต่อไปธนาคารกรุงเทพเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าหนังสือจากองค์การค้าฯ แทนบริษัทล็อกซเลย์ฯ

factoring by thaipublica