สกสค.ตั้งคณะทำงานพิจารณาถอนฟ้องคดีอาญา “สมมาตร์ มีศิลป์” ชงบอร์ดลงมติ 24 พ.ย.นี้ ก่อนศาลฎีกาพิพากษา

หลังจากนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในวันที่ 22 ตุลาคม 2557 ขอให้ศาลฎีกาเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีอาญา กรณีองค์การค้าของคุรุสภา (ชื่อเดิม) มอบหมายอัยการสูงสุดเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายสมมาตร์และพวกจำเลยรวม 5 คน ข้อหา “เบียดบังทรัพย์สินขององค์การค้าฯ มาเป็นของตน” และก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา ทนายความของนายสมมาตร์ได้นำหนังสือองค์การค้าของ สกสค. เลขที่ ศธ 5213.1/121 ขอให้นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นำเรื่องถอนฟ้องคดีนายสมมาตร์บรรจุเป็นวาระของที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค. (บอร์ด) ซึ่งตามพยานหลักฐานที่ทนายความส่งให้ศาลพิจารณา คาดว่าที่ประชุมบอร์ด สกสค. จะพิจารณาประเด็นนี้ภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 ประกอบกับจำเลยที่ 4 ป่วยเป็นโรคปอดบวม ไม่สามารถเดินทางมารับฟังศาลอ่านคำพิพากษาได้ ศาลฎีกาจึงตัดสินให้เลื่อนวันอ่านคำพิพากษาตามที่จำเลยร้องขอออกไปเป็นวันที่ 24 ธันวาคม 2557 เวลา 9.00 น.

นายกมล ศิริบรรณ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มา : www.obec.go.th
นายกมล ศิริบรรณ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ที่มา: www.obec.go.th

ต่อมา องค์การค้าฯ นำเรื่องถอนฟ้องคดีนายสมมาตร์บรรจุเป็นวาระของที่ประชุมบอร์ด สกสค. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ติดราชการด่วน ไม่สามารถเดินทางมาประชุมได้ จึงมอบหมายให้นายกมล ศิริบรรณ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการ สกสค. แทน

แหล่งข่าวจาก สกสค. เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ด สกสค. ครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาผลงานของนายสมมาตร์ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ครั้งที่ 2 วันที่ 25 กันยายน 2555 จนถึงปัจจุบัน นายสมมาตร์มีผลงานดีมาก ตั้งใจทำงานจนเป็นที่เคารพรักของพนักงาน ทำให้ผลประกอบการขององค์การค้าฯ ปี 2556 มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นตัวเงิน (EBITDA) 147.6 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2555 มีกำไรอยู่ที่ 32.3 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้เกิดความปรองดอง และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ประกอบกับศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องคดี โดยให้นายสมมาตร์เป็นฝ่ายชนะคดี

สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา ให้กำลังใจนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.
สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา ให้กำลังใจนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.

ที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค. จึงมีมติแต่งตั้งคณะทำงานที่มีนายถวิล น้อยเขียว เป็นประธานฯ คณะทำงาน ประกอบด้วยนิติกรของ สกสค., นิติกรองค์การค้าฯ และนิติกรสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่ศึกษาความเป็นมาของคดีนายสมมาตร์ พร้อมกับเสนอความคิดเห็นประกอบการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค. พิจารณา คาดว่าองค์การค้าฯ จะนำผลการศึกษาของคณะทำงานชุดนี้เสนอที่ประชุมบอร์ดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557

นายถวิล น้อยเขียว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารธุรกิจคณะกรรมการ สกสค. ที่มา : http://obec.go.th/news/46166
นายถวิล น้อยเขียว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารธุรกิจคณะกรรมการ สกสค.
ที่มา: http://obec.go.th/news/46166

“คดีนี้มีแนวโน้มว่าบอร์ด สกสค. น่าจะมีมติถอนฟ้องนายสมมาตร์ ถึงแม้จะมีกรรมการหลายคนไม่เห็นด้วย ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลพิจารณาคดี แต่ก็มีกลุ่มผู้แทนครูที่นั่งเป็นกรรมการ สกสค. ประมาณ 15 คน ซึ่งเป็นเสียส่วนใหญ่ พร้อมที่จะยกมือสนับสนุน เพื่อให้บอร์ด สกสค. มีมติถอนฟ้องนายสมมาตร์” แหล่งข่าวจาก สกสค. กล่าว

ที่มาของคดีนี้เริ่มต้นปี 2541 องค์การค้าคุรุสภา (ชื่อเดิม) แจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ปปป.ตร.) ให้ดำเนินคดีกับนายสมมาตร์และพวก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปสำนวนคดีส่งอัยการฟ้องศาลฐานยักยอก 10 คดี ความคืบหน้าในการดำเนินคดีแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มแรกมี 1 คดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากองค์การค้าฯ ไม่มีอำนาจในการแจ้งความ อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ ผลปรากฏว่า ในชั้นศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่าองค์การค้ามีอำนาจแจ้งความ แต่ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาข้อเท็จจริง

กลุ่มที่ 2 มี 6 คดี ศาลชั้นต้นตัดสินว่า โจทย์ไม่มีอำนาจแจ้งความ และจำเลยไม่ได้กระทำผิด ขณะที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าองค์การค้าฯ มีอำนาจในการแจ้งความ แต่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด

กลุ่มที่ 3 มี 3 คดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทย์ไม่มีอำนาจแจ้งความ ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น