สัญญานเตือน ‘ภัยพิบัติจากเขื่อน’ ในเมียนมา!

ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน

เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือชาวบ้านเลเมี๊ยตหน่า ภาคอิรวดี หลังกำแพงเขื่อนงะหวุ่นเกิดรอยแตก ส่งผลให้น้ำหลากท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว ที่มาภาพ : The Global New Light of Myanmar

อาจดูเป็นเรื่อยย้อนแย้ง เพราะท่ามกลางความเคลื่อนไหวของรัฐบาลเมียนมาที่กำลังเดินหน้าฟื้นเมกะโปรเจค “เขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่ง”ในรัฐคะฉิ่นอยู่นั้น

ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 แทบทุกภาค ทุกรัฐชาติพันธุ์ในเมียนมาต่างเผชิญกับภัยจากน้ำท่วม และหลายพื้นที่ที่น้ำท่วม มีต้นเหตุหลักมาจาก “เขื่อน…”

เวลาประมาณ 22.45 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 กำแพงเขื่อนงะหวุ่น ในเมืองเลเมี๊ยตหน่า เกิดรอยแตกยาวประมาณ 20 ฟุต มวลน้ำไหลทะลักเข้าตัวเมืองเลเมี๊ยตหน่า เกิดน้ำท่วมกินบริเวณกว้าง

เลเมี๊ยตหน่าเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดฮินตาดะ ภาคอิรวดี ตัวเมืองตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำพะสิม หรือในอีกชื่อหนึ่งคือแม่น้ำงะหวุ่น

เช้าวันที่ 31 กรกฎาคม รัฐบาลภาคอิรวดีได้ประกาศเตือนภัยฉุกเฉินให้ประชาชนที่อยู่ในจุดเสี่ยงว่าจะเกิดน้ำท่วมอพยพออกจากบ้านโดยทันที พร้อมระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน

Eleven Media Group รายงานว่า จุดที่กำแพงเขื่อนแตกอยู่บริเวณหลักไมล์ที่ 25/3 ชาวบ้าน 6,747 คน จาก 1,333 ครัวเรือน บ้าน 1,320 หลัง ถูกอพยพ

เพจข่าว Ayeyarwaddy Times รายงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ว่า เหตุกำแพงเขื่อนงะหวุ่นแตกที่เมืองเลเมี๊ยตหน่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 8 ราย

แม่น้ำพะสิมหรือแม่น้ำงะหวุ่น เป็นลำน้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิรวดี แม่น้ำพะสิมแยกออกจากแม่น้ำอิรวดีที่เมืองจูนจี อำเภอฉ่วยจิ่น จังหวัดพะโค ภาคพะโค ไม่ไกลจากเขตจังหวัดฮินตาดะ ของภาคอิรวดี จากนั้นแม่น้ำพะสิมไหลลงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะทาง 200 ไมล์ หรือประมาณ 320 กิโลเมตร ผ่านจังหวัดพะสิม ก่อนไปออกทะเลที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ในอ่าวเบงกอล…

ที่ตั้งเขื่อนหลงเจียงในจีน ที่ระบายน้ำลงมาท่วมในรัฐฉานของเมียนมา

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 Voice of Myanmar รายงานว่า เขื่อนผลิตไฟฟ้าหลงเจียง ในเมืองหมางซื่อ เขตปกครองตนเองชนชาติไตและจิ่งพัว เต๋อหง มณฑลยูนนาน ของจีน ได้ออกประกาศเตือนชุมชนใต้เขื่อน โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำรุ่ยลี่ ให้เพิ่มความระมัดระวัง หลังจากเขื่อนได้เปิดประตูระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม และจะเปิดไปถึงวันที่ 6 สิงหาคม เนื่องจากเกิดฝนตกหนักเหนือเขื่อน ทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลลงไปในอ่างเก็บน้ำจนเต็มความจุ

เขื่อนผลิตไฟฟ้าหลงเจียงเปิดใช้งานเมื่อปี 2553 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 240 เมกะวัตต์ อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสามารถจุน้ำได้เต็มที่ 1,217 ล้านลูกบาศก์เมตร

เขื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ต้นแม่น้ำรุ่ยลี่ โดยสร้างกั้นแม่น้ำหลงที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างเมืองหลงชวนกับเมืองหมางซื่อ จากนั้นไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำหมางซื่อกลายเป็นแม่น้ำรุ่ยลี่

แม่น้ำรุ่ยลี่ไหลลงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และถูกใช้เป็นเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างเขตปกครองตนเองชนชาติไตและจิ่งพัว เต๋อหง กับเมืองหมู่เจ้ รัฐฉานเหนือ เป็นระยะทาง 26 กิโลเมตร

น้ำท่วมที่นาในเมืองน้ำคำเป็นวงกว้าง หลังจากเขื่อนหลงเจียงระบายน้ำออกมาระลอกแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่มาภาพ : Shwe Phee Myay News Agency

ตามข่าวของ Voice of Myanmar คาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลออกจากเขื่อนหลงเจียงหลังเปิดประตูระบายน้ำจะมากถึง 400-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมวลน้ำก้อนนี้จะส่งผลกระทบกับชุมชนริมแม่น้ำที่อยู่ทางฝั่งรัฐฉานมากกว่าฝั่งจีน

แม่น้ำรุ่ยลี่มีชื่อในภาษาไตว่าแม่น้ำมาว แต่หลังจากแม่น้ำมาวไหลผ่านชายแดนเมืองหมู่เจ้เข้าสู่พื้นที่ตอนในของรัฐฉานได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นแม่น้ำฉ่วยหลี โดยไหลผ่านเมืองน้ำคำ เมืองมีต และไปบรรจบกับแม่น้ำอิรวดีที่เมืองอินหยั่ว จังหวัดกะต่า ในภาคสะกาย

ก่อนหน้ามีประกาศเตือนครั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เขื่อนหลงเจียงเคยเปิดประตูระบายน้ำออกมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังต้องเผชิญกับฝนที่ตกหนัก มวลน้ำที่ถูกปล่อยออกมาจากเขื่อนหลงเจียงในคราวนั้นได้เอ่อล้นจนท่วมชุมชนริมแม่น้ำมาวในเมืองหมู่เจ้ ต่อเนื่องไปถึงท้องนา ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ของเกษตรกรในเมืองน้ำคำ สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรจำนวนมากเพราะผลผลิตได้รับความเสียหาย…

ประตูระบายน้ำของเขื่อนแซต่อในเมืองมัตตะยา ภาคมัณฑะเลย์ ที่มาภาพ : Ayeyarwaddy Times

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เพจข่าว Ayeyarwaddy Times รายงานว่า เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต้องเร่งอพยพชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้าน ในเมืองมัตตะยา ภาคมัณฑะเลย์ เป็นการด่วน หลังจากคืนวันที่ 3 สิงหาคม เขื่อนผลิตไฟฟ้าแซต่อจี จำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างสูงจนใกล้ถึงขีดจำกัด

ปริมาณน้ำที่อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนแซต่อจีสามารถรับได้อยู่ที่ 363,000 เอเคอร์-ฟุต ที่ระดับน้ำสูงสุด 419.5 ฟุต แต่ในตอนที่เขื่อนเริ่มระบายน้ำ ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนขึ้นไปแตะถึงระดับ 418 ฟุต

หมู่บ้าน 4 แห่ง ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมแบบฉับพลันจนต้องรีบอพยพชาวบ้าน ประกอบด้วย หมู่บ้านปะกันซุ หมู่บ้านเหย่ชอง หมู่บ้านตะเปฉ่อง และหมู่บ้านอินตะกา

เขื่อนแซต่อจี สร้างกั้นแม่น้ำชองมะจี ห่างจากตัวเมืองมัตตะยาไปทางทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 33 กิโลเมตร เขตชายแดนภาคมัณฑะเลย์ที่ติดกับรัฐฉาน เปิดใช้งานเมื่อปี 2532 มีกำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์

แม่น้ำชองมะจีเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำอิรวดี น้ำที่ถูกปล่อยออกจากเขื่อนแซต่อจีจะไหลไปทางทิศตะวันตก ไปบรรจบกับแม่น้ำอิรวดีทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองมัตตะยา

สำนักข่าว DVB รายงานว่า จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม เขื่อนแซต่อจียังคงระบายน้ำออกมา ทำให้หมู่บ้านหลายแห่งที่อยู่ท้ายเขื่อน เช่น หมู่บ้านเหย่ชอง , ปะกันซุ , ยะไข่ซุ , อะหญ่ากาย ,อินตะกา และต่องกาย ถูกน้ำท่วมขังสูง บางหมู่บ้านน้ำท่วมเกือบมิดหัว…

พื้นที่ท้ายเขื่อนตะพานเซะ ในภาคสะกาย เกิดน้ำหลากท่วมกระจายเป็นวงกว้าง หลังเขื่อนระบายน้ำออกมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่มาภาพ : Mandalay Free Press

เพจข่าว Mandalay Free Press รายงานว่า วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เขื่อนผลิตไฟฟ้าตะพานเซะได้เปิดประตูระบายน้ำออกมาโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า เนื่องจากฝนที่ตกหนัก ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นจนถึงจุดวิกฤติ

เขื่อนตะพานเซะสร้างกั้นแม่น้ำมู ในพื้นที่อำเภอจูนละ จังหวัดกั้นบะลู ภาคสะกาย เปิดใช้งานเมื่อปี 2545 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 30 เมกะวัตต์

จากจุดที่ตั้งเขื่อนตะพานเซะ แม่น้ำมูได้ไหลลงมาทางทิศใต้และไปบรรจบกับแม่น้ำอิรวดีที่ตำบลฉ่วยเหล่ อำเภอสะกาย จังหวัดสะกาย ตรงข้ามกับอำเภองาซูน จังหวัดตะตาอู ภาคมัณฑะเลย์

หลังเปิดประตูระบายน้ำ มวลน้ำก้อนใหญ่จากเขื่อนตะพานเซะได้หลากลงมาท่วมหมู่บ้านกว่า 200 แห่ง ที่อยู่ทางตอนใต้อย่างรวดเร็วจนชาวบ้านไม่สามารถหนีหรือเตรียมรับมือได้ทัน มีพื้นที่อย่างน้อย 8 อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักจากการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน ประกอบด้วย กั้นบะลู , ตะแส่ , เหย่อู , ขิ่นอู , ชเวโบ , ดีแบยิน , แวตแลต และอะยาต่อ

ชาวบ้านท้ายเขื่อนตะพานเซะพากันอพยพหนีน้ำอย่างยากลำบาก เพราะไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน ที่มาภาพ : Mandalay Free Press

วันที่ 10 สิงหาคม Mandalay Free Press รายงานว่า พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ราย หลังเขื่อนตะพานเซะระบายน้ำออกมาเมื่อ 5 วันก่อน นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านอีกหลายหมื่นรายที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมกินบริเวณกว้าง ทำให้การลำเลียงความช่วยเหลือหรืออพยพชาวบ้านทำได้ลำบาก…

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 Eleven Media Group รายงานว่า จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนกลางของเมียนมา โดยเฉพาะในกรุงเนปิดอซึ่งเป็นเมืองหลวง ได้สร้างความวิตกกังวลอย่างหนักให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนผลิตไฟฟ้าปองลองกำลังเพิ่มสูงขึ้นจนเกือบเต็มพื้นที่

เขื่อนปองลองสร้างกั้นแม่น้ำสะโตง ในเมืองเซยาสิริ กรุงเนปิดอ เริ่มเปิดใช้งานเมื่อเดือนเมษายน 2548 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 280 เมกะวัตต์

แม่น้ำสะโตงมีต้นกำเนิดทางตอนใต้ของที่ราบสูงฉาน จากนั้นไหลลงมาทางทิศใต้ ผ่านกรุงเนปิดอ เมืองตองอู เมืองพะโค จนไปออกทะเลอันดามัน ที่อ่าวเมาะตะมะ ระยะทางยาว 420 กิโลเมตร

ภาพ: ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนปองลอง ซึ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 190 เมตร เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่มาภาพ : Eleven Media Group

ตามรายงานของ Eleven Media Group เมื่อเวลา 16.15 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนปองลองได้ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 190 เมตร หากเขื่อนมีการระบายน้ำออกมา หลายพื้นที่ย่อมได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม นับเป็นโชคดีที่เขื่อนปองลองไม่ได้มีการระบายน้ำ หลังจากระดับน้ำได้ขึ้นไปแตะระดับสูงสุด

……

แม่น้ำอิรวดีเป็นแม่น้ำสายหลักที่ใหญ่และมีบทบาทเชิงพาณิชย์ที่สำคัญที่สุดของเมียนมา

ต้นกำเนิดแม่น้ำอิรวดี อยู่ในเขตมิตโส่ง ซึ่งเป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำมะลิคะกับแม่น้ำเมคะที่ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำอิรวดี ห่างจากเมืองมิตจีน่า เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่น ขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 42 กิโลเมตร จากนั้นไหลผ่านใจกลางของประเทศด้วยความยาว 2,170 กิโลเมตร จนไปออกทะเลอันดามันที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ในภาคอิรวดี

สัญญานภัยพิบัติจากเขื่อนที่เกิดขึ้นในเมียนมา ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ที่ยกมาเป็นตัวอย่าง แทบทั้งหมดเป็นเขื่อนที่มีส่วนเกี่ยวพันธ์กับแม่น้ำอิรวดี

แต่รัฐบาลเมียนมา โดย อู มินอ่องหล่าย ที่ถอดเครื่องแบบทหารมารับตำแหน่งประธานาธิบดี ยืนยันชัดเจนว่า จะเดินหน้าโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่งให้สำเร็จ หลังโครงการนี้ถูกระงับไปในปี 2554 สมัยประธานาธิบดีเตงเส่ง

ตามแผนเดิม โครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่ง จะสร้างในเขตมิตโส่ง เป็นเขื่อนที่มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 6,000 เมกะวัตต์ มีการคาดการณ์กันว่า หากเขื่อนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจริง จะผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นบริเวณกว้าง มีพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมกว้างถึง 447 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมหมู่บ้าน 47 แห่ง ทำให้มีผู้ที่ต้องอพยพ โยกย้ายถิ่นฐานถึง 11,800 คน

ดร.อ่องวิน รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รัฐคะฉิ่น ประชุมชาวบ้านชี้แจงความจำเป็นในการเดินหน้าโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่ง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่มาภาพ : เพจ Kachin State Government Office

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ดร.อ่องวิน รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รัฐคะฉิ่น ได้จัดประชุมชาวบ้าน หมู่บ้านนานก้วย เมืองมิตจีน่า เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจถึงความจำเป็นในการเดินหน้าโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่ง

รัฐบาลรัฐคะฉิ่นทยอยจัดประชุมชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569

ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีมินอ่องหล่ายเพิ่งกลับมาจากการเดินทางไปเยือนจีน มีรายงานว่าโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่งกำลังจะเริ่มต้นก่อสร้างในเร็วๆนี้…