
‘กุลยา’ เลื่อนประชุมบอร์ดสรรหา นัดเคาะรายชื่อกรรมการ ‘การบินไทย’ เป็น 5 พ.ย.นี้ เผยเกณ์คัดเลือก เน้นตรวจคุณสมบัติ – ความรู้ความสามารถ – ความเหมาะสม ยันไม่มีใบสั่งใคร ด้านสหภาพแรงงานยื่นคัดค้านตั้ง 3 คน
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า วันนี้(3 พ.ย. 2568) คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการสรรหายังไม่ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อที่ผู้ถือหุ้นบริษัทการบินไทยเสนอมา เนื่องจากมีกรรมการบางคนไม่ว่าง ติดประชุม จึงเลื่อนการประชุมคณะกรรมการสรรหาไปเป็นวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568
นางสาวกุลยา กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกกรรมการของบริษัท การบินไทยนั้น ก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ พิจารณาความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะเรื่อง Skill Matrix ทางด้านธุรกิจสายการบิน และก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย จากนั้นก็จะเสนอรายชื่อ พร้อมคำแนะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท การบินไทย พิจารณาในวันท่า 6 พฤศจิกายน 2568
นางสาวกุลยา ตอบว่า “คงจะไม่คัดเหลือ 8 คนอยู่แล้ว แต่ว่าจะมีกี่คนคงต้องหารือกับคณะกรรมการสรรหาในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท การบินไทย ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 แต่ในวันนี้คณะกรรมการสรรหายังไม่ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณา”
ถามว่าการบินไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว ทำไมกระทรวงคมนาคมมีการเสนอชื่อข้าราชการประจำเข้ามาเป็นกรรมการ 2 คน นางสาวกุลยา ตอบว่า “เค้าอาจจะไม่ถูกคัดเลือกก็ได้ เพราะเป็นรายชื่อที่เสนอเข้ามาให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาเท่านั้น”
ถามว่าการสรรหาครั้งนี้มีใบสั่งจากใครหรือไม่ นางสาวกุลยา ยืนยันว่า “ไม่มีใบสั่งจากใคร การพิจารณา ของคณะกรรมการสรรหาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กล่าวข้างต้น คือ พิจารณาคุณสมบัติของกรรมการ ประสบการณ์ความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะ Skill Matrix เกี่ยวกับธุรกิจสายการบิน รวมทั้งพิจารณาถึงความเหมาะสม ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งใคร”
สหภาพฯคัดค้านตั้งกรรมการ 3 ชื่อ
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 นางสาวบุษกร กุนอก ประธานสหภาพแรงงานการบินไทย ทำหนังสือเปิดผนึกคัดค้านการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการบริษัท ถึงประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน โดยระบุว่าด้วยปรากฎผลชัดเจน ปราศจากข้อใต้แย้งใดๆแล้วว่า ตลอดเวลานับสิบปีที่ผ่านมาบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ประสบปัญหาอุปสรรรคนานาประการในการบริหารจัดการธุรกิจการบินที่ต้องแข่งขันระดับโลก ตามความมุ่งหมายของการจัดตั้งสายการบินเพื่อสนองประโยชน์ของชาติ การขาดทุนสะสมต่อเนื่องยาวนาน ทั้งจากความไม่ไปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดนโยบายที่ทำให้การบินไทยเสียโอกาส ขาดประสิทธิภาพในการแข่งขันจนในที่สุดต้องนำบริษัทฯเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลายกลาง พิสูจน์ชัดแล้วว่าคณะกรรมการบริษัทฯซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำหนหนดนโยบายควบคุมให้การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส สุจริต ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถเพียงพอ ไม่เข้าใจ ไม่รอบรู้ในสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงและการดำเนินธุรกิจการบินที่ต้องการความฉันใวทันต่อสถานการณ์การณ์การเปลี่ยนแปลง
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จในการทำให้ทำให้สายการบินของชาติสามารถแข่งขันใด้ในตลาดโลกคือ คณะกรรมการบริษัทชุดใหม่จะต้องแตกต่างจากอดีต กล่าวคือต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถเพียงพอกับธุรกิจการบิน ต้องบริหารงานได้โดยอิสระ ปราศจากการครอบงำจากผู้มีอำนาจทางการเมือง ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในด้าน “ความสำเร็จ” ไม่ใช่ประสบการณ์ในด้าน “ความล้มเหลว” ต้องไม่เป็นบุคคลที่เคยมีส่วนทำให้บริษัทฯเสียหาย และต้องเป็นผู้มีเวลา มีความสนใจติดตามพัฒนาการของธุรกิจการบิน โลก พร้อมทุ่มแททำงานให้บริษัทฯอย่างเต็มที่ และต้องเป็นที่ยอมรับของนักลงทุน ตลาดทุน และสังคมโดยรวม จึงจะเป็นสัญญาณชี้วัดที่พนักงาน ผู้ถือหุ้นและประชาชนคนไทยจะเชื่อมั่นได้ว่าจะไม่ “ซ้ำรอยอดีต”
ความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการผ่านไปด้วยความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกระดับ แม้จะต้องแลกมาด้วย ความเจ็บปวดแสนสาหัสของพนักงานทุกคนที่ต้องอดทนและเสียสละ พนักงานมากกว่าหมื่นคนจำต้องยอมสูญเสียหน้าที่การงาน มีผลกระทบต่อชีวิตของพนักงานและครอบครัว ด้วยความหวังว่าสายการบินของชาติจะต้องรอด และกลับมาเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยได้ดังเติม ขณะที่คณะกรรมการบริษัทฯที่เป็นเหตุแห่งความล้มเหลวไม่เคยแสดงความรับผิดขอบใดๆ
เพื่อความสงบเรียบร้อยและความเชื่อมั่นว่าบริษัทการบินไทยจะไม่กลับไปสู่สภาพก่อนการฟื้นฟูกิจการ ทั้งนี้ตามเหตุผลที่ได้อธิบายมาข้างต้น สหภาพแรงงานการบินไทย จึงขอให้ท่านระงับการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลต่อไปนี้เป็นกรรมการบริษัทฯ
1. นายวัชรา ตันตริยานนท์ อดีตประธานบริหารความเสี่ยง กรรมการบริหารฯ และ กรรมการสรรหา เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาที่บริษัทขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ จึงปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการนำพาให้บริษัทฯมาถึงจุดตกต่ำที่สุดไม่ได้ อีกทั้งในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ บริษัทฯและพนักงานทุกคนอยู่ในสภาวะยากลำบาก กลับปล่อยให้ธนาคารออมสินหักกลบลบหนี้กองทุนบำเหน็จพนักงานไปมากกว่า 2,000 ล้านบาท บริษัทฯ ไม่มีเงินจ่ายบำเหน็จ จำเป็นต้องฟ้องคดีธนาคารออมสิน ใช้เวลาหลายปีสู้คดีจนถึงขั้นศาลฎีกา จึงได้เงินคืนเพื่อจ่ายให้พนักงานเมื่อปี 2567 พนักงานอยู่ในสภาพที่ลำบากมากอยู่แล้ว ยังถูกซ้ำเติมโดยธนาคารของรัฐ แสดงการขาดเมตตาธรรมที่กรรมการบริษัทฯควรมีต่อพนักงาน
2. นางชาริตา ลีลายุทธ อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารสายการบินไทยสมายล์ ซึ่งมีผลประกอบการขาดทุนมาโดยตลอด ในปี พ.ศ. 2561 ขาดทุน 2,602 ล้านบาท และในปีพ.ศ. 2562 ขาดทุน 112 ล้านบาท ตัวเลขการขาดทุนที่ลดลงเพราะการบินไทยมีนโยบายรับประกันรายได้ให้แก่ไทยสมายล์ จึงเป็นการโอนการขาดทุนให้การบินไทย ทั้งยังสร้างความขัดแย้งแตกแยกระหว่างการบินไทยและไทยสมายล์ ด้วยการดำเนินธุรกิจที่ขาดการประสานนโยบายด้านการตลาดและทำการบินทับเส้นทาง ความล้มเหลวในการบริหารนี้ ทำให้ในที่สุดการบินไทยต้องแก้ปัญหาด้วยการควบรวมไทยสมายล์กับการบินไทย เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าการขาดทุนของไทยสมายล์ เป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ที่ผิดพลาด ซึ่งนางชาริตาควรต้องรับผิดชอบ และไม่ควรกลับมาเกี่ยวข้องกับองค์กรที่ตนมีส่วนสร้างความเสียหาย
3. นายวราห์ สุจริตกุล แม้ว่าเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญทางการเงินแต่ขณะนี้มีประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีความเกี่ยวพันกับการฟอกเงินผิดกฎหมายตามที่เป็นข่าวทางสื่อมวลชน
ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดความไม่มั่นใจต่อนักลงทุนและสังคม หรือเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาในภายหลัง จึงไม่ควรได้รับการสรรหาและแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทการบินไทยในช่วงเวลานี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
อนึ่ง ก่อนหน้านี้จากกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ผู้ที่ถูกเสนอชื่อกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ดังนี้
1. นายวราห์ สุจริตกุล รองประธานกรรมการ บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) อดีตกรรมการการบินไทย
2. นางชาริตา ลีลายุทธ กรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ทีเอ็มบีธนชาต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์ แอร์เวย์ จำกัด ตั้งแต่ปี 2562 -2564
3. นายวัชรา ตันตริยานนท์ อดีตบอร์ดการบินไทย ( 21 เมษายน 2560 ลาออกเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2564) เคยเป็นประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นกรรมการบริหาร กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
4. นายพลากร หวั่งหลี กรรมการ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด(มหาชน) และกรรมการ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด
5. นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
6. นายณนน์ โภคทรัพย์ มีประสบการณ์มากมายในธุรกิจค้าปลีก โดยร่วมงานกับบริษัท ยูนิลีเวอร์นานถึง 17 ปี รวมถึงกลุ่มบริษัท ดัชมิลล์ และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในช่วงปี 2558-2559
7. นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ เป็นกรรมการอิสระ กรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการในคณะกรรมการกำกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีเอ็มบีธนชาต
8. นายรัฐพล ภักดีภูมิ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ได้รับการเสนอชื่อทั้งจากกลุ่มผู้ถือหุ้นกระทรวงการคลังและกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่น)
9. นายขจิตภูมิ สุดศก ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง / กรรมการตรวจสอบ / กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน กรรมการบรรษัทภิบาล และการพัฒนาด้านความยั่งยืน และกรรมการอิสระ, บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
10. นายรพี สุจริตกุล อดีตผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
11. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการการบินไทย อดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
12. ดร.วิรไท สันติประภพ ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมากรในองค์กรต่างประเทศ
13. นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการการบินไทย ปัจจุบัน และอดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัทการบินไทย จำกัด
14. ผศ.ดร.ประชา คุณธรรมดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการเจ้าหนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
สำหรับนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร อดีตกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แต่ไม่รับตำแหน่ง
ส่วนรายชื่อที่มาจากกระทรวงคมนาคมมี 2 ราย
15. นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
16. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง
อ่านเพิ่มเติม



