
เรื่องราว “การบินไทย” ที่นักลงทุนจะต้องจับตา แม้ล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบิน เครื่องบิน ต่างให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบิน และการจัดหาเครื่องบินของการบินไทยที่จะมาทดแทนเครื่องบินเก่าที่ต้องออกจากฝูงล็อตล่าสุดจำนวน 10 ลำว่า ที่ฝ่ายบริหารเสนอให้บอร์ดหรือคณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) พิจารณาอนุมัตินั้น เป็นข้อเท็จจริงที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
แต่ด้วยความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจฝ่ายบริหารว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงในสถานการณ์ที่ยากลำบากในการจัดหาเครื่องบิน หรือเป็นเพราะความ ‘ไม่(มีความ)รู้’ ของกรรมการ เพราะหลายคนที่นั่งเป็นกรรมการ เคยเปรยๆในที่ประชุมว่า ‘ตนไม่มีความรู้’ จึงขอตั้งคณะทำงาน หรือว่าจ้างที่ปรึกษามาให้ช่วยตัดสินใจ ดังนั้นการจัดหาเครื่องบินมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทในครั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการบินไทยโดยผู้มีอำนาจ จึงตัดสินใจเคาะว่าจ้างบริษัทปรึกษาให้ศึกษาการจัดหาเครื่องบิน ระยะเวลา 1 เดือน ในราคา 28 ล้านบาท โดยที่ปรึกษารายนี้จะเริ่มทำหน้าที่ศึกษาในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 นี้ จึงไม่รู้ว่าทำไม การบินไทยต้อง “จ่ายค่าโง่” ให้ใคร? ทั้งๆที่ปัจจุบันการบินไทยเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว มีความรับผิดและรับชอบต่อผู้ถือหุ้นทุกราย ไม่ใช่เฉพาะรายใหญ่เท่่านั้น
ทั้งๆที่มีข้อมูลเสนอโดยฝ่ายจัดการที่มีความชัดเจน และยังมีรายงานของบิ๊กเฟิร์มขนาดใหญ่ของโลก 3 ราย ได้ทำการศึกษาสถานการณ์อุตสาหกรรมการบินทั้ง IATA, McKinsey และ PwC เตือนอุตสาหกรรมการบินโลกเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเครื่องบินใหม่ขาดแคลนหลายพันลำไม่เพียงพอจะรองรับดีมานด์เดินทางที่ฟื้นตัวเต็มที่หลังโควิด ขณะที่สายการบินต้องพึ่งฝูงบินเก่ามากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
- “วิกฤติเครื่องบินขาดแคลนทั้งโลก” : มุมมองจาก IATA, McKinsey และ PwC ถึง ‘การบินไทย’
- การเมือง…การบินไทย เป้าหมายบนเส้นขนาน
- ‘เหตุผลและข้อจำกัด’ ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจจัดหา ‘เครื่องบิน’ ของการบินไทย
จึงกลับมาที่ ‘ กรรมการ’ ที่ ‘นักลงทุน’ มองว่าจะต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติ หรือมี skill matrix ที่สอดรับกับธุรกิจสายการบิน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางฝ่ายบริหารการบินไทยได้กำหนด skill matrix ไว้พร้อมรายชื่อของบุคคลที่เข้าข่ายคุณสมบัติดังกล่าว (ดูคุณสมบัติกรรมการที่นี่เมื่อการบินไทย(กำลัง)ถูกครอบงำ(อีกครั้ง)?) ไม่ใช่ใครก็ได้ที่ถูกส่งเข้ามาเป็นตัวแทนหรือนอมินี
ด้วยเหตุนี้หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับรายชื่อกรรมการใหม่ที่จะเข้ามา มีผลชัดเจนสะท้อนผ่านราคาหุ้นการบินไทยที่ร่วงลงมา นั่นหมายถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่อกระแสข่าวดังกล่าว เพราะการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มจำนวนกรรมการใหม่ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทยมาเป็นพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นเจ้าประจำกระทรวงคมนาคม และเคยกำกับดูแลการบินไทยจนนำมาสู่การล้มละลายต้องฟื้นฟูกิจการในปี 2563
ปัจจุบันการบินไทย เป็นบริษัทมหาชน ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจในกำกับของกระทรวงใดๆ เพียงแต่กระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เนื่องจากการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการในปี 2563 เพื่อให้การฟื้นฟูกิจการทำได้คล่องตัว จำเป็นต้องแปลงสภาพการเป็น ‘รัฐวิสาหกิจ’ มาเป็น ‘บริษัท’ มติคณะรัฐมนตรีในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีตอนนั้น ให้กระทรวงการคลังขายหุ้นการบินไทยที่ถืออยู่ 51.03 % ให้กองทุนวายุภักษ์จำนวน 3.17% ในปี 2563 ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังลดลงเหลือเพียง 47.86% ทำให้การบินไทยพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจทันที ปมประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจให้เจ้ากระทรวงคมนาคมในขณะนั้นเป็นอย่างมาก เพราะทำให้การบินไทยหลุดพ้นจากการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม มาอยู่ที่กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่
โครงสร้างผู้ถือหุ้นการบินไทยปัจจุบัน 10 อันดับแรกมีดังนี้ กระทรวงการคลัง 38.90% ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 8.51% สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด 5.43% ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 4.69% ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) 2.05% สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1.68 % ธนาคารออมสิน 1.58% สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1.46% ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย1.40% สหกรณ์ออมทรัพย์ปตท. 1.3%
หลังจากออกจากแผนฟื้นฟูกิจการก่อนกำหนดด้วยผลประกอบการที่ทำได้ตามแผนฟื้นฟู ได้ไม่นาน มีข่าวการเปลี่ยนกรรมการเก่าและเพิ่มกรรมการใหม่ การสรรหากรรมการใหม่จึงเกิดขึ้น และเป็นที่วิพากษ์ในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นการบินไทย เกิดเป็นปมขัดแย้งและมีคำถามตามมาว่า หากจะเปลี่ยนกรรมการ ทำไมไม่รอเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นการประชุมสามัญประจำปีอยู่แล้ว รออีกไม่กี่เดือน ก็สามารถทำได้อย่างถูกต้องและโปร่งใส
คณะกรรมการสรรหา ที่มีนางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ล่าสุดมีการประชุมคณะกรรมการการบินไทยเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มีวาระที่ต้องเสนอรายชื่อกรรมการใหม่ให้บอร์ดพิจารณา กลับแจ้งให้ทราบว่ามีรายชื่อเป็นใครบ้างที่ผู้ถือหุ้นทั้งหมดเสนอมา ไม่มีตัดสินใจเคาะรายชื่อแต่อย่างใด
ดังนั้น วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2568 นี้จึงเป็นที่จับตาว่า คณะกรรมการสรรหา จะเสนอรายชื่อทั้งหมดกี่ราย จะ 8 ราย หรือ รายชื่อทั้งหมด ที่ผู้ถือหุ้นเสนอมา ซึ่งมีด้วยกันประมาณ 17 ชื่อ หากต้องเคาะจริงๆ ได้แต่หวังว่าประธานสรรหา ซึ่งเป็นคนกระทรวงการคลัง จะมีวิสัยทัศน์และธรรมาภิบาลในการ ‘เลือก’ คนเก่งๆดีๆ เข้ามาทำให้การบินไทยเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น/นักลงทุน
อย่าลืมว่า 4 กุมภาพันธุ์ 2569 ปีหน้า ผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าหนี้ซึ่งถืออยู่ประมาณ 25% ครบกำหนดสามารถที่จะขายหุ้นออกได้ หาก ‘กรรมการ’ ไม่มีความน่าเชื่อถือและยังมีสัญญาณว่าการเมืองยังแทรกแซงได้ คงจะยากที่มีนักลงทุนสถาบันจะเข้ามาลงทุน เพราะ ‘ไม่เชื่อมั่น’ ในอนาคตของการบินไทย ก็จะสะท้อนที่ ‘ราคาหุ้น’ นั่นเอง
ดังนั้นจึงมีความหวังต่อคณะกรรมการสรรหาว่า คงไม่มีชื่อกรรมการที่มีคุณสมบัติ “ไม่มีความรู้” เสนอเข้ามาให้การบินไทยต้อง “เสียค่าโง่” ในการจ้างที่ปรึกษาแพงๆอีก
ทั้งนี้รายชื่อจะถูกเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวาระพิเศษในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ทั้ง ‘จำนวน’ และรายชื่อที่จะถูกเสนอ จะบ่งบอกว่า มีใบสั่งหรือไม่ หรือคัดมืออาชีพมาจริงๆ
ที่น่าจับตามากไปกว่านั้น เพราะมีรายชื่อที่ถูกเสนอโดยกระทรวงคมนาคม 2 ราย เป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งๆที่การบินไทย เป็นบริษัทมหาชน ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคมอีกแล้ว ทำไมสามารถเสนอชื่อกรรมการเข้ามาได้ ถ้าไม่ใช่ ‘ใบสั่ง’
อย่างไรก็ตามรายชื่อที่เคาะมาจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด (ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าหนี้ด้วย) มีรายชื่อมืออาชีพเพียงพอที่ช่วยให้การบินไทยมีความแข็งแกร่ง สร้างความเชื่อมั่น สร้างความน่าเชื่อถือให้นักลงทุนได้ อยู่ที่ว่าจะกล้าเพียงพอที่จะตัดสินใจ ‘เลือก’ โดยยึดผลประโยชน์องค์กรเป็นสำคัญหรือไม่ หรือจะเลือกตามใบสั่ง
…….
อนึ่งที่ผ่านมาจากกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่รายชื่อกรรมการมาบ้างแล้ว และบางส่วนได้มีการเสนอเพิ่มเติมได้แก่
1.นายวราห์ สุจริตกุล รองประธานกรรมการ บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) อดีตกรรมการการบินไทย
2.นางชาริตา ลีลายุทธ กรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ทีเอ็มบีธนชาต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์ แอร์เวย์ จำกัด ตั้งแต่ปี 2562 -2564
3.นายวัชรา ตันตริยานนท์ อดีตบอร์ดการบินไทย ( 21 เมษายน 2560 ลาออกเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2564) เคยเป็นประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นกรรมการบริหาร กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
4.นายพลากร หวั่งหลี กรรมการ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด(มหาชน) และกรรมการ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด
5.นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
6.นายณนน์ โภคทรัพย์ มีประสบการณ์มากมายในธุรกิจค้าปลีก โดยร่วมงานกับบริษัท ยูนิลีเวอร์นานถึง 17 ปี รวมถึงกลุ่มบริษัท ดัชมิลล์ และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในช่วงปี 2558-2559
7.นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ เป็นกรรมการอิสระ กรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการในคณะกรรมการกำกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีเอ็มบีธนชาต
8.นายรัฐพล ภักดีภูมิ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ได้รับการเสนอชื่อทั้งจากกลุ่มผู้ถือหุ้นกระทรวงการคลังและกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่น)
9. นายขจิตภูมิ สุดศก ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง / กรรมการตรวจสอบ / กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน กรรมการบรรษัทภิบาล และการพัฒนาด้านความยั่งยืน และกรรมการอิสระ, บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
10.นายรพี สุจริตกุล อดีตผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
11.นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการการบินไทย อดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
12. ดร.วิรไท สันติประภพ ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมากรในองค์กรต่างประเทศ
13. นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการการบินไทย ปัจจุบัน และอดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัทการบินไทย จำกัด
14.ผศ.ดร.ประชา คุณธรรมดี
15.นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร อดีตกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แต่ไม่รับตำแหน่ง
ส่วนรายชื่อที่มาจากสายกระทรวงคมนาคม
16.นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
17. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง
……



