
‘เอกนิติ’ เบรกเก็บภาษีเดินทาง 1,000 บาท ยึดหลักวินัยการคลัง – หนุนสภาฯยกเลิก “Ear Marked Tax” เตรียมเรียกสำนักงบฯ – แบงก์ชาติ – สภาพัฒน์ – คลัง ทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางภายใน พ.ย.นี้ หลังปิดงบปี’69 เก็บภาษีทะลุเป้า – ขาดดุลต่ำกว่าประมาณการ คาดบรรลุเป้าหมายขาดดุล 3%ต่อ GDP ก่อนกำหนด
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นว่า หลังจากที่ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการสายการบิน ตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน และนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว การจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในช่วงนี้ ไม่ใช่จังหวะเวลาที่เหมาะสม คงต้องชะลอออกไปก่อน เนื่องจากรัฐบาลต้องการรักษาบรรยากาศของการท่องเที่ยว โดยใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งมีกระแสตอบรับดีมาก ผู้ที่มาประชุมหลายคนอยากจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก คาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ การท่องเที่ยวน่าจะคึกคัก และรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท
“หากจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในช่วงนี้ คงไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยมีภาระหนักเกินไป โดยขาเข้าก็ต้องจ่ายค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท ขาออกจ่ายอีก 1,000 บาท กลายเป็นภาระกับผู้ประกอบการสายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยวที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเมืองไทยด้วย โดนทั้ง 2 ขาเลย ตอนนี้จึงยังไม่ควรเก็บภาษีเดินทาง” ดร.เอกนิติ กล่าว
ปิดงบปี’69 ฐานะแข็งแกร่ง คาดบรรลุเป้าขาดดุล 3% ก่อนกำหนด
ถามว่า หากไม่เก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแล้วจะกระทบกับประมาณการรายได้ในแผนการคลังระยะปานกลางปีงบประมาณ 2570 – 2573 หรือไม่
ดร.เอกนิติ ตอบว่า วันนี้ฐานะการคลังของรัฐบาลดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ จากเดิมเคยคาดว่าในปีงบประมาณ 2569 จะขาดดุล 4.4% ของ GDP ปรากฎว่าตัวเลขล่าสุดที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังรายงานมา ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ขาดดุลงบประมาณจริงแค่ 3.4% ของ GDP เท่านั้น คาดว่าการบริหารดุลการคลังน่าจะเข้าสู่เป้าหมาย 3% ต่อ GDP ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
เรียก 4 หน่วยงาน ทบทวนแผนการคลังฯใน พ.ย.นี้
ส่วนกรณีที่สภาพัฒน์ ฯประเมินว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP ของรัฐบาล อาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด 70% ภายในปีงบประมาณ 2571
ดร.เอกนิติ ตอบว่า วันนี้สถานการณ์ทางการคลังปรับดีขึ้น โดยผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้มาก โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เก็บจากการบริโภค ซึ่งคำนวณมาจากมูลค่า เมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น จึงทำให้การจัดเก็บภาษีสูงกว่าเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นว่าฐานะการคลังของรัฐบาลปรับตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
ในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ ผมจะเรียก 4 หน่วยงาน อาทิ สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ ฯ กระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติ มาประชุมเพื่อทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางต่อไป เรื่องนี้ก็ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้ตลาดพันธบัตร หรือ ตลาดบอนด์ของไทยแข็งแกร่งมาก วันนี้อเมริกาจะออกพันธบัตรอายุ 10 ปี มากู้เงินต้องจ่ายดอกเบี้ย 5.2 – 5.3% ฝรั่งเศสเกือบ 5% ส่วนเมืองไทยแค่ 2.3-2.4% ต้นทุนของเราถูกเยอะครับ
ยึดหลักวินัยการคลัง หนุนยกเลิก “Ear Marked Tax”
ถามถึงเรื่องการร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับ ที่ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุน หรือ “Ear Marked Tax” แล้วเปลี่ยนใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน หลักทำประชาพิจารณ์แล้วมีผู้ไม่เห็นด้วย หรือ คัดค้านเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯต่อไปหรือไม่
ดร.เอกนิติ ตอบว่า “วันนี้เราต้องแยกระหว่างอำนาจของฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเสนอของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ถ้าถามความคิดเห็นของกระทรวงการคลังแล้วจะเห็นว่า ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 มาตรา 26 สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้มี Ear Marked Tax เลย ตรงนี้คือหลักวินัยการคลังครับ”



