1721955
ซีรีส์เกาหลี 10 ตอนจบ Gold Land (2026) ที่ตอนนี้กำลังเข้มข้นและกำลังไต่เข้าสู่ช่วงกลางของเรื่องในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เป็นผลงานกำกับและเขียนบทโดย คิมซังฮุน ผู้เคยสร้างชื่อในหนังซอมบี้เลือดสาดพีเรียดยุคโชซอนจาก Rampant (2018) ก่อนจะโดดลงมากำกับซีรีส์ Chief Detective 1958 (2024) และ A History of Losers (2025)
Gold Land เป็นซีรีส์ระทึก สืบสวนสอบสวน และเล่นกับใจคนโลภ เล่าเรื่องของ คิมฮีจู (พัคโบยอง จากหนัง Concrete Utopia ซีรีส์ Our Unwritten Seoul, Melo Movie, Light Shop) เธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นความปลอดภัยที่สนามบินนานาชาติ วันหนึ่งเพราะอีโดคยอง (อีฮยอนอุค จากซีรีส์ Shark: The Storm, The Queen Who Crowns) แฟนหนุ่มของเธอซึ่งทำงานเป็นนักบินผู้ช่วยสายการบิน เธอจึงจับพลัดจับผลูได้รับทองคำจากองค์กรลักลอบขนของเถื่อนโดยไม่ตั้งใจ ก่อนที่เรื่องจะดำดิ่งไปสู่อาชญากรรมต่าง ๆ จนเธอกลายเป็นศูนย์กลางของความวุ่นวาย ความโลภ และการหักหลัง ที่พัวพันผู้คนหลากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นจางอุค (คิมซองชอล จากซีรีส์ Hellbound 2, No Way Out: The Roulette, Our Beloved Summer) ลูกน้องบริษัทเงินกู้, นักสืบคิมจินมัน และหัวหน้าแก๊งกึมซอง ซึ่งทุกคนล้วนมีความเกี่ยวข้องกับคาสิโนโรงแรม “โกลด์แลนด์”
หากดูตามบริบทจะพบว่าโรงแรมคาสิโนโกลแลนด์นี้ตั้งอยู่บนยอดเขาในเมืองห่างไกลจากกรุงโซล อันเป็นเมืองเหมืองเก่าแก่ที่ปิดตัวลง บ้านนางเอกเป็นโรงรับจำนำ เพราะผู้คนในเมืองนั้นเมื่อเงินหมดก็เอาของส่วนตัวไปจำนำเพื่อแลกเงินไปเล่นพนันต่อ โดยฉากต่าง ๆ ในเรื่องนี้ถ่ายเมืองจองซาน ซึ่งเป็นเมืองเหมืองถ่านหินเก่าและเป็นที่ตั้งของคาสิโนที่มีอยู่จริงเรียกว่า “คังวอนแลนด์”
คาสิโนและรีสอร์ตแห่งเดียวในเกาหลีใต้ที่คนเกาหลีเข้าได้อย่างถูกกฎหมาย คังวอนแลนด์ (Kangwon Land) เป็นสถานบันเทิงครบวงจรขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ซาบุก-อึป อำเภอจองซอน จังหวัดคังวอน ประเทศเกาหลีใต้ บนที่ราบสูงของภูเขาแบกอุนซาน ที่ความสูง 883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สถานที่แห่งนี้ถือเป็นจุดหมายปลายทางพิเศษที่ไม่มีใครเหมือนในโลก เนื่องจากเป็น คาสิโนแห่งเดียวในเกาหลีใต้ที่ประชาชนชาวเกาหลีสามารถเล่นพนันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในขณะที่คาสิโนอื่น ๆ ทั่วประเทศเปิดให้บริการเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น
คังวอนแลนด์ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 1998 ภายใต้ “พระราชบัญญัติพิเศษว่าด้วยการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เหมืองแร่ที่ปิดตัว” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนที่ซบเซาลงภายหลังการล่มสลายของอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ปัจจุบันกิจการแห่งนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเกาหลีใต้ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ KOSPI โดยมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3.4 ล้านล้านวอน (ประมาณ 74,800 ล้านบาท / ข้อมูลปลายปี 2023)
FYI เมืองจองซาน เคยถูกใช้เป็นต้นแบบเมืองอาชญากรรมออนซองแลนด์มาก่อนแล้วในหนัง The City of Violence (2006)
ความเป็นมา
ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 อุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินในแถบเมืองแทแบกและอำเภอจองซอนประสบกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เหมืองถ่านหินที่เคยเป็นแหล่งรายได้หลักของชุมชนต่างทยอยปิดตัวลงพร้อมกัน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่สูญเสียอาชีพและรายได้ เศรษฐกิจท้องถิ่นตกต่ำอย่างรวดเร็ว ประชากรอพยพออกนอกพื้นที่จำนวนมาก ชุมชนที่เคยรุ่งเรืองจากการทำเหมืองกลายเป็นเมืองร้างที่ขาดความเจริญ
รัฐบาลเกาหลีใต้ตอบสนองต่อวิกฤตนี้ด้วยการออกกฎหมายพิเศษในปี 1995 อนุญาตให้จัดตั้งคาสิโนภายในประเทศเป็นกรณีพิเศษเป็นระยะเวลา 10 ปี จากนั้นในปี 1998 บริษัทคังวอนแลนด์จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ และเริ่มก่อสร้างโรงแรมคาสิโนขนาดเล็กในปี 1999 ก่อนจะเปิดให้บริการในปี 2000 ต่อมาในเดือนเมษายน 2003 คาสิโนหลัก โรงแรมใหญ่ และสวนสนุกได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้คังวอนแลนด์กลายเป็นรีสอร์ตครบวงจร
แม้เดิมจะมีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการเพียง 10 ปี แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของท้องถิ่นยังคงพึ่งพาคาสิโนเป็นหลัก ระยะเวลาดำเนินการจึงได้รับการต่ออายุหลายครั้ง ล่าสุดในปี 2021 มีการขยายเวลาออกไปอีก 20 ปี ทำให้คังวอนแลนด์ได้รับอนุญาตให้เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีได้จนถึงปี 2045
คาสิโนหลัก
หัวใจสำคัญของคังวอนแลนด์คือคาสิโนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่รวม 12,793 ตารางเมตร เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ สิบโมงเช้าจนถึงหกโมงเช้าของวันถัดไป หรือ 20 ชั่วโมงต่อวัน ภายในคาสิโนประกอบด้วยโต๊ะเกมกว่า 200 โต๊ะ และสล็อตแมชชีน 1,360 เครื่อง เกมที่ให้บริการได้แก่ แบล็คแจ็ค บาคาร่า รูเล็ต บิ๊กวีล ไทไซ คาริบเบียนสตั๊ดโป้กเกอร์ คาสิโนวอร์ เท็กซัสโฮลเดม และโป้กเกอร์สามใบ รายได้ของคาสิโนแห่งนี้เทียบเท่ากับคาสิโนสำหรับชาวต่างชาติทั้ง 16 แห่งทั่วประเทศรวมกัน
คลิปโฆษณารีสอร์ตและลานสกีไฮ1
ไฮ1 รีสอร์ต
นอกเหนือจากคาสิโน คังวอนแลนด์ยังดำเนินกิจการรีสอร์ตครบวงจรภายใต้ชื่อ ไฮ1 รีสอร์ต ซึ่งประกอบด้วยลานสกีและสโนว์บอร์ดชั้นนำของจังหวัดคังวอน คอนโดมิเนียมพักอาศัย สนามกอล์ฟ สวนน้ำ ไฮ1วอเตอร์เวิลด์ และสวนสาธารณะไฮ1 ชูชูพาร์ก สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นภาพลักษณ์หลักของบริษัทเพื่อลดภาพธุรกิจการพนัน อย่างไรก็ตามรายได้จากคาสิโนคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 85 ของรายได้รวม ในขณะที่กิจการอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังคงขาดทุน เช่น ลานสกีขาดทุนปีละกว่า 23,700 ล้านวอน (ราว 520.45 ล้านบาท)
ค่าธรรมเนียมและกฎระเบียบ
นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2016 ค่าธรรมเนียมเข้าคาสิโนสำหรับชาวเกาหลีอยู่ที่ 9,000 วอน (ราว 200 บาท) โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวแยกออกเป็นภาษีการบริโภค 6,300 วอน ภาษีการศึกษา 1,890 วอน และภาษีมูลค่าเพิ่ม 810 วอน ชาวต่างชาติและชาวเกาหลีที่มีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศสามารถเข้าได้ฟรี
เพื่อป้องกันการติดการพนัน คังวอนแลนด์กำหนดข้อจำกัดการเข้าชมสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมทางรถไฟแทแบกไลน์ โดยได้รับอนุญาตให้เข้าได้เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น หลังผ่านการตรวจสอบประวัติ สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถเข้าได้ไม่เกิน 14 วันต่อเดือน หากเกินจำนวนนี้จะถูกระงับการเข้าเป็นเวลา 2-3 เดือน และหากฝ่าฝืนซ้ำเป็นครั้งที่สองจะถูกห้ามเข้าตลอดชีวิต
FYI แทแบกไลน์คืออะไร?
แทแบกไลน์ (태백선) คือเส้นทางรถไฟสายหนึ่งในเกาหลีใต้ ที่วิ่งผ่านพื้นที่ภูเขาในจังหวัดคังวอน ผ่านเมืองต่าง ๆ เช่น เจชอน → ยองวอล → แทแบก → และผ่านสถานีโกฮัน/ซาบุก ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้คังวอนแลนด์มากที่สุด ประชาชนริมแทแบกไลน์ หมายถึงประชาชนที่อาศัยอยู่จริงในชุมชนแถวนั้น ได้แก่ เมืองแทแบก, ด็อกเย-อึป (แซมชอก), ซาบุก-อึป, โกฮัน-อึป, นัม-มยอน, ชินดง-อึป (จองซอน) และซังดง-อึป (ยองวอล) ซึ่งล้วนเป็นชุมชนที่อยู่ตามแนวรถไฟสายนี้และอยู่ใกล้คังวอนแลนด์มากที่สุด
ทำไมถึงมีกฎนี้ หนึ่ง เพราะความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ประชาชนกลุ่มนี้อาศัยอยู่ใกล้คาสิโนมากจนสามารถเดินทางไปกลับได้ง่ายทุกวัน ซึ่งต่างจากคนกรุงโซลที่ต้องเดินทางไกลหลายชั่วโมง ความง่ายในการเข้าถึงนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดการพนันอย่างมาก
สองคือ บริบทของชุมชน คนในพื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่คือ อดีตคนงานเหมืองถ่านหินและครอบครัวของพวกเขา ซึ่งตกงานและยากจนหลังจากเหมืองปิดตัว พวกเขาจึงมีแรงจูงใจสูงในการพนัน และมีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ สุ่มเสี่ยงต่อการติดพนันอย่างหนัก
ปรากฎว่าในช่วงแรกที่เปิด มีผู้คนในพื้นที่บางส่วนหลบเลี่ยงกฎโดยย้ายทะเบียนบ้านออกไปพื้นที่อื่น เพื่อจะได้เข้าคาสิโนได้บ่อยขึ้น แต่สุดท้ายหลายคนก็ล้มละลายอยู่ดี กลายเป็นว่าปัจจุบันคนในพื้นที่ที่ล้วนติดการพนันและชีวิตย่อยยับไปหมด ส่วนคนที่ยังเหลืออยู่ก็ไม่ได้เล่นพนันอยู่ก่อนแล้ว ผู้ที่นำเงินมาทิ้งที่คาสิโนจึงกลายเป็นคนต่างถิ่นที่หวังจะรวยทางลัดเป็นส่วนใหญ่
มาตรการป้องกันการติดการพนัน
ในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มุ่งเน้นประโยชน์สาธารณะ คังวอนแลนด์ได้ดำเนินมาตรการหลากหลายเพื่อลดผลกระทบจากการติดการพนัน ซึ่งแตกต่างจากคาสิโนเอกชนทั่วไปอย่างชัดเจน มาตรการที่น่าสนใจประกอบด้วย การติดตั้งกระจกและนาฬิกาในคาสิโนทั่วทุกมุม เพื่อให้ผู้เล่นตระหนักถึงเวลาที่ผ่านไปและภาพลักษณ์ของตนเอง ซึ่งขัดกับแนวปฏิบัติของคาสิโนทั่วโลกที่ตั้งใจหลีกเลี่ยงนาฬิกาและกระจก เพื่อให้พนันเพลินจนหลงลืมเวลา คาสิโนต่างประเทศอย่างลาสเวกัสหรือมาเก๊าจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ภายในอาคาร
ระบบการติดตามการเข้าเล่นกำหนดให้หากผู้ใดเข้า 15 วันขึ้นไปในหนึ่งเดือนจะได้รับคำเตือน และหากเข้าถึง 15 วันต่อเนื่องกัน 2 เดือน จะต้องถูกบังคับให้เข้ารับการปรึกษาด้านการติดการพนัน ส่วนผู้ที่เข้าชม 15 วันต่อเดือนติดต่อกันถึง 3 เดือนจะมีการแจ้งครอบครัวและระงับการเข้าชมพร้อมรับเงินค่าเดินทางกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีระบบครอบครัวระงับการเข้าชม ที่อนุญาตให้ญาติสนิทยื่นคำร้องระงับสิทธิ์การเข้าชมของสมาชิกในครอบครัวได้ โดยผู้ถูกระงับสิทธิ์จะไม่สามารถยกเลิกได้ด้วยตนเอง
ระบบ My Choice ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกจำกัดจำนวนวันเข้าชมของตนเองในช่วง 6 เดือน ถึง 1, 2, 3 ปี หรือตลอดชีวิต และเมื่อเลือกแล้วไม่สามารถยกเลิกหรือเพิ่มจำนวนวันได้อีก ส่วนระบบสนับสนุนค่าเดินทางกลับบ้าน จะจ่ายเงิน 60,000 วอน (ราว 1,300 บาท) ให้แก่ผู้ที่ยืนยันว่าจะไม่กลับมาที่คาสิโนอีก โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ 3 ครั้ง แต่หากใช้ครั้งที่ 3 จะถูกห้ามเข้าตลอดชีวิต
ปัญหาและผลกระทบทางสังคม
แม้จะมีมาตรการป้องกันมากมาย คังวอนแลนด์ก็ยังคงเป็นแหล่งสะสมของผู้ติดการพนันจากทั่วประเทศ โดยเฉลี่ยมีผู้เข้าชมถึง 10,000 คนต่อวัน ทั้ง ๆ ที่คาสิโนรองรับได้พร้อมกันเพียง 2,000 คน ในวันหยุดสุดสัปดาห์จำนวนผู้เข้าชมอาจสูงถึง 20,000 คน ทำให้บรรยากาศในยามวิกาลรอบบริเวณเมืองนั้นมืดหม่นน่าเป็นห่วง บรรดาผู้ติดการพนันที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานานหลายชั่วโมงโดยไม่ยอมพักผ่อน มักแสดงสภาพที่เหนื่อยล้าและซูบผอม
รอบ ๆ บริเวณคังวอนแลนด์มักพบรถยนต์ถูกทอดทิ้งโดยมีฝุ่นจับเต็มคัน ส่วนมากเป็นยานพาหนะที่ผู้ติดการพนันนำมาจำนำเพื่อนำเงินไปเล่นพนัน บางครั้งพบผู้เสียชีวิตภายในรถจากการใช้ยาหรือสิ่งอื่น ทำให้ผู้สัญจรไปมาเขียนข้อความอย่าง “อย่าตาย” หรือ “ลองใช้ชีวิตต่อดูก่อน” ไว้บนรถเหล่านั้น
ปัญหาความแออัดและพฤติกรรมผู้เล่น
ความแออัดสุดขีดทำให้บรรยากาศภายในคาสิโนตึงเครียดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่โต๊ะแบล็คแจ็คซึ่งเป็นเกมที่ได้รับความนิยมสูงสุด ผู้เล่นที่ไม่ได้ที่นั่งสามารถวางเดิมพันบน “หลัง” ของผู้ที่นั่งอยู่ได้ ทำให้เกิดการโต้เถียงและความขัดแย้งบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้วางเดิมพันด้านหลังมักพยายามแทรกแซงการตัดสินใจของผู้เล่นหลัก ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การทะเลาะวิวาทรุนแรง แม้ปัจจุบันจะมีการเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลแล้วก็ตาม
เรื่องอื้อฉาวและการทุจริต
คังวอนแลนด์มีเหตุการณ์การโกงการพนันหลายครั้ง เช่น การฉ้อโกงบาคาร่ามูลค่า 5,500 ล้านวอนในปี 2007 และการค้นพบกล้องซ่อนในปี 2012 รวมถึงการยักยอกเงินภายในองค์กรมูลค่ารวมกว่า 12,100 ล้านวอนก่อนปี 2011
นอกจากนี้ยังเคยประสบกับเรื่องอื้อฉาวอีกหลายครั้ง ที่โดดเด่นที่สุดคือการทุจริตในกระบวนการรับสมัครงานระหว่างปี พ.ศ. 2012-2013 จากการตรวจสอบพบว่าพนักงานใหม่ที่รับเข้ามา 493 จาก 518 คน ล้วนผ่านการฝากฝังจากนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล ต่อมาในปี 2018 ในสมัยประธานาธิบดีมุนแจอิน ได้จัดตั้งทีมสืบสวนพิเศษและดำเนินการไล่ออกพนักงานที่ได้รับการว่าจ้างโดยมิชอบจำนวน 226 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในกรณีทุจริตในสถาบันรัฐที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้
FYI เพราะคังวอนแลนด์เป็นรัฐวิสาหกิจ
หมายความว่างานที่นี่คือ “งานรัฐ มีสวัสดิการดี มั่นคง และเงินเดือนดี คนแห่มาสมัครจำนวนมาก” แต่แทนที่จะคัดเลือกผู้สมัครงานตามความสามารถ ผู้บริหารของคังวอนแลนด์กลับรับรายชื่อจากนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลมาก่อน แล้วจัดการให้คนเหล่านั้นผ่านการคัดเลือก โดยทำเป็นขั้นตอนปกติ เช่น ปรับคะแนนสอบ หรือจัดการในกระบวนการสัมภาษณ์
แล้วนักการเมืองได้อะไรจากเรื่องนี้? ไม่ใช่เงิน (หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ในทางตรง) แต่ได้บุญคุณและฐานเสียง ลองนึกภาพตาม ถ้า ส.ส. คนหนึ่งช่วยให้ลูกหลานชาวบ้านในเขตเลือกตั้งได้งานดี ๆ ครอบครัวนั้นและเครือข่ายของเขาก็จะภักดีและโหวตให้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นี่คือระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในการเมืองเกาหลีมาช้านาน
ขนาดของปัญหาใหญ่แค่ไหน? ผู้ที่ส่งรายชื่อฝากไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่รวมถึง ประธานบริษัท, สมาชิกสภาเมืองและอำเภอ, ข้าราชการส่วนกลาง, ญาติของ ส.ส. , ประธานสหภาพแรงงาน, นักข่าว, รองอธิการโรงเรียนมัธยม และแม้แต่พระสงฆ์
ที่น่าตกใจที่สุดคือ อดีตประธานบริษัทนี้ ชเวฮึงจิบ เพียงคนเดียวส่งรายชื่อฝากถึง 267 คน และ 256 คนในนั้นผ่านการคัดเลือก และเนื่องจากจำนวนคนฝากมีมากกว่าตำแหน่งว่าง จึงเกิดการแข่งขันกันระหว่างผู้ฝากว่าใครมีอิทธิพลมากกว่า คนที่อิทธิพลน้อยกว่าก็ถูกดันออกแม้จะมีคนฝากให้แล้วก็ตาม
แล้วคนที่สอบผ่านจริงๆ เป็นยังไง? คำตอบคือ “ไม่มีทาง” ที่คนที่ใช่ “เด็กฝาก” จะผ่านเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน เพราะ 493 จาก 518 คนที่รับเข้ามาล้วนเป็น “เด็กฝาก” และบทความของเว็บเกาหลี Namu ยังระบุด้วยว่า “มีคนที่สอบตกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะไม่มีเส้นสาย บางคนถึงขั้นฆ่าตัวตายเพราะหางานไม่ได้และไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ระบบ ไม่ได้แพ้เพราะความสามารถตัวเอง”
ทำไมถึงเพิ่งถูกเปิดโปงในปี 2018? เพราะประธานาธิบดีมุนแจอิน ขึ้นมาหลังจากถอดถอนนางพักกึนฮเย โดยมีนโยบายหลักคือปราบปรามการทุจริตในรัฐวิสาหกิจ คังวอนแลนด์จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายแรก ๆ ในซีรีส์จึงได้เห็นว่านางเอกสอบผ่านด้วยความสามารถแม้ไม่ได้เป็นเด็กเส้น เพราะปัญหานี้ได้ถูกขจัดไปในช่วงปีนั้น หนำซ้ำคังวอนแลนด์ยังถูกกระหน่ำด้วยปัญหาโควิดในปีถัดมาทำให้บริเวณนี้แทบจะกลายเป็นเมืองร้างอย่างที่เห็นในซีรีส์
คลิปแสดงสภาพของคังวอนแลนด์ในปัจจุบัน
FYI คังวอนแลนด์ในช่วงปีโควิดจนถึงปัจจุบัน
คังวอนแลนด์ได้รับผลกระทบหนักมากในช่วงโควิด ในปี 2020 ต้องปิดทำการนานถึง 230 วัน เปิดแบบจำกัดอีก 82 วัน และเปิดปกติได้เพียง 53 วันเท่านั้น เมื่อเปิดแบบจำกัดก็รับผู้เข้าชมได้เพียง 750 คนต่อวัน คัดเลือกด้วยการจับฉลาก และงดเกมที่ต้องนั่งตรงข้ามดีลเลอร์ทั้งหมด ผลคือปี 2020 เป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ที่คังวอนแลนด์ขาดทุน นับตั้งแต่ก่อตั้งมา
ผลกระทบต่อเมืองรอบข้างหนักมากเช่นกัน ร้านอาหารและที่พักในละแวกนั้นกว่าครึ่งต้องปิดตัวลง รายได้ภาษีของอำเภอจองซอนลดลงอย่างฮวบฮาบ และมีข่าวลือว่าผู้ติดการพนันที่ไม่มีเงินและไม่มีที่ไป ประสบปัญหาอย่างหนักจนบางคนอดอาหาร
ช่วงฟื้นตัว 2022 แม้คังวอนแลนด์จะกลับมาเปิดแต่ก็ยังไม่เต็มที่ รายได้ในครึ่งแรกของปี 2022 ยังลดลงถึง 63.5% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด เพราะกฎระเบียบยังอนุญาตให้เปิดเฉพาะโซน VIP เท่านั้น จนกระทั่ง วันที่ 16 พฤษภาคม 2022 คังวอนแลนด์จึงกลับมารับผู้เข้าชมได้เต็มกำลังอีกครั้ง โดยรองรับได้สูงสุด 6,000 คนพร้อมกัน จากที่เคยจำกัดไว้ที่ 3,000 คน หรือ 50% ของกำลังรองรับ
ปัญหาที่ไม่คาดคิด — คู่แข่งใหม่จากโควิด นี่คือเรื่องที่น่าสนใจมาก ธนาคาร JP Morgan วิเคราะห์ว่าสาเหตุที่การฟื้นตัวของคังวอนแลนด์ช้ากว่าที่คาดไว้มาก เป็นเพราะในช่วงโควิดที่คาสิโนปิด ผู้คนหันไปเล่นการพนันผิดกฎหมายและกึ่งกฎหมาย โดยเฉพาะการเล่นโป้กเกอร์ในผับโฮลเดม และคาสิโนการพนันออนไลน์ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เติบโตขึ้นมากในช่วงโควิด และยังคงแย่งลูกค้าไปแม้หลังเปิดแล้ว ที่ต่อมากลายเป็นปัญหาลามไปกลายเป็นคอลเซ็นเตอร์ ดังในซีรีส์ได้ระบุว่า จำนวนทองที่ยัดมาในโลง คือเงินที่ได้มาจากการพนันออนไลน์และส่งตรงมาจากเสียมเรียบ กัมพูชา กล่าวคือโควิดทำให้ผู้ติดการพนัน “ค้นพบ” ช่องทางอื่น และบางส่วนก็ไม่กลับมา ซ้ำร้ายยังบานปลายไปสู่ปัญหาอื่นตามมาอีกมาก
การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง (2023-2024)
ไตรมาสแรกของปี 2023 รายได้จากการพนันเพิ่มขึ้นถึง 59.2% เมื่อเทียบปีก่อนนั้น โดยกำไรสุทธิพุ่งจากการขาดทุนในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นกำไร 101,500 ล้านวอน และ ในปี 2024 กำไรสุทธิอยู่ที่ 455,400 ล้านวอน เพิ่มขึ้นถึง 33.6% จากปีก่อน แต่นี่คือด้านมืดที่น่าเป็นห่วงที่สุด เฉพาะในปี 2023 มีผู้เข้าคังวอนแลนด์มากกว่า 100 ครั้งในปีเดียวถึง 1,122 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 209 คนในปี 2022 และตัวเลขนี้ยังเข้าใกล้ระดับก่อนโควิดที่ 1,604 คนในปี 2021
นักเที่ยวกลุ่มที่เข้าบ่อยที่สุดในช่วงตุลาคม 2023 ถึงตุลาคม 2024 เข้าไปถึง 159 ครั้งในปีเดียว แปลว่าเข้าเกือบทุกวันเว้นวัน และการสำรวจระดับชาติพบว่า 54% ของผู้ใช้บริการคังวอนแลนด์มีอาการติดการพนัน ซึ่งสูงเกือบ 10 เท่าของค่าเฉลี่ยประชากรผู้ใหญ่ทั่วไปอยู่ที่ราว 5.5%
แผนขยายตัวครั้งใหญ่ (2024-2035)
หลังโควิดคังวอนแลนด์ไม่ได้หดตัว แต่กลับขยายใหญ่ขึ้นมาก บริษัทได้รับอนุญาตให้เพิ่มโต๊ะเกมจาก 200 เป็น 250 โต๊ะ และเครื่องสล็อตจาก 1,560 เป็น 1,860 เครื่อง พร้อมเพิ่มวงเงินเดิมพันในโซนต่างชาติจาก 300,000 วอน (ราว 6,588 บาท) เป็น 300 ล้านวอน (ราว 6,588,000 บาท) และมีการปรับปรุงโรงแรมและคอนโดครั้งใหญ่มูลค่ากว่า 3,000 ล้านวอน ภายใต้โครงการ K-Hit 1.0 ซึ่งเป็นการปรับปรุงครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2003 โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2035
ใครคือผู้ถือหุ้นและการกำกับดูแล
คังวอนแลนด์เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ KOSPI ตั้งแต่ปี 2004 โดยมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้แก่ บรรษัทฟื้นฟูเหมืองแร่เกาหลี ร้อยละ 36.27 หุ้นคลัง ร้อยละ 6.33 อำเภอจองซอน ร้อยละ 5.02 บรรษัทพัฒนาเมืองคังวอน ร้อยละ 4.57 รวมถึงจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นต่าง ๆ รวมภาครัฐถือหุ้นร้อยละ 51 ทำให้คังวอนแลนด์มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจเชิงตลาดภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า
ข้อมูลทางการเงิน ณ สิ้นปี 2024 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกิจการ โดยมีรายได้รวม 1.3875 ล้านล้านวอน (สามหมื่นล้านบาท) กำไรสุทธิ 335,800 ล้านวอน (เจ็ดพันล้านบาท) สินทรัพย์รวม 4.4486 ล้านล้านวอน (เกือบหนึ่งแสนล้านบาท) และอัตราส่วนหนี้สินเพียงร้อยละ 20.96 ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับกิจการขนาดนี้
โฆษณาภาพลักษณ์ลักษณ์ของคังวอนแลนด์ เมืองที่จะนำรายได้เข้าสู่ชุมชนเหมืองเก่า
คังวอนแลนด์เป็นตัวอย่างที่น่าศึกษาของนโยบายรัฐที่ใช้การพนันที่ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น จากพื้นที่เหมืองถ่านหินร้างกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งรายได้หลักของจังหวัดคังวอน สถานที่แห่งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในแง่การเงิน โดยกำไรสุทธิประจำปีสามารถชดเชยการขาดทุนของกิจการอื่น ๆ ทั้งหมดภายในเครือได้
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางธุรกิจนี้มาพร้อมกับผลกระทบทางสังคมที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการติดการพนัน การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม หรือโศกนาฏกรรมส่วนตัวของผู้ที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างจากโต๊ะพนัน การศึกษากรณีคังวอนแลนด์จึงเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม
ในฐานะรัฐวิสาหกิจ คังวอนแลนด์พยายามดำเนินมาตรการป้องกันการติดการพนันที่เข้มงวดกว่าคาสิโนเอกชนทั่วไป แต่คำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านั้นยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
โฆษณาอีกตัวเล่าประวัติศาสตร์ของเหมืองเก่าแห่งนี้ที่กลายเป็นคาสิโนเพื่อชุมชน
คุ้มหรือไม่?
เป็นคำถามที่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ได้รับหรือเสียผลประโยชน์ คังวอนแลนด์เป็นรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นกำไรไหลไปหลายทางพร้อมกัน ภาครัฐและท้องถิ่นได้รับผ่านสองช่องทาง คือ เงินปันผลจากการถือหุ้น 51% และภาษีหลายประเภท ได้แก่ ภาษีนิติบุคคล ภาษีการบริโภคจากอุปกรณ์การพนัน และภาษีเปิดดำเนินการเพิ่มเติม 4% ของรายได้ ส่วนผู้ถือหุ้นเอกชนและกองทุนต่าง ๆ รวมถึงกองทุนบำนาญแห่งชาติก็ได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนด้วย
แต่เงินกลับมาช่วยประชาชนจริงไหม? ในทางทฤษฎี มีกลไกที่ควรจะช่วย เช่น กองทุนพัฒนาพื้นที่เหมืองแร่ปิด ที่บังคับให้คังวอนแลนด์จ่ายส่วนหนึ่งของรายได้เข้ากองทุนนี้โดยตรง เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างถนน โรงเรียน และสาธารณูปโภคในพื้นที่ และรายได้ภาษีท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นก็ช่วยให้อำเภอจองซอนมีงบประมาณดำเนินการมากขึ้น
แต่ในทางปฏิบัติกลับมีปัญหาใหญ่ คังวอนแลนด์ทำกำไรหลักแสนล้านวอน แต่กลับนำเงินไปขยายคาสิโนเป็นหลัก และเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่ จนถูกรัฐบาลจัดให้อยู่ในรายชื่อ “สถาบันที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ” มาตั้งแต่ปี 2014 ที่น่าคิดกว่านั้นคือ กิจการอื่น ๆ ในเครือที่ควรจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ลานสกี คอนโด สวนน้ำ ล้วนขาดทุนทุกปี และกำไรจากคาสิโนถูกนำมาอุดหนุนกิจการเหล่านี้แทนที่จะไปถึงมือประชาชนโดยตรง
หรือแม้เงินจะไหลกลับมาสู่ประชาชนบ้าง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนทางสังคมที่สูงกว่าหรือเปล่า เพราะรัฐยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข การบำบัดผู้ติดการพนัน การดูแลครอบครัวที่แตกแยก และกระบวนการยุติธรรมสำหรับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นรอบคาสิโน ซึ่งไม่มีใครนับรวมต้นทุนเหล่านี้อย่างเป็นทางการ
พูดง่าย ๆ คือ รัฐได้เงิน แต่ประชาชนที่อยู่ใกล้คาสิโนหรือที่ติดการพนันอาจแบกรับต้นทุนที่มองไม่เห็นเหล่านั้นไปแทน จนถึงกับครอบครัวล่มสลาย ฆ่าตัวตายไปก็ไม่น้อย และสิ่งเหล่านี้ถูกสะท้อนออกมาดังที่เห็นสภาพเมืองในซีรีส์ Gold Land


