ครม.นัดแรก ‘อนุทิน’ อนุมัติ 22,780 ล้าน ก่อนปิดงบปี’68 เพิ่มวงเงิน “บัตรคนจน” 850 บาท/คน เริ่ม พ.ย.-ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/

ครม.นัดแรก ‘อนุทิน’ อนุมัติ 22,780 ล้าน ก่อนปิดงบปี’68 เพิ่มวงเงิน “บัตรคนจน” 850 บาท/คน เริ่ม พ.ย.-ธ.ค.นี้ รวม 2 เดือน คนละ 1,700 บาท – ขยายเวลาประกาศพื้นที่ความมั่นคง 20 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนใต้อีก 1 ปี – ตั้ง  ‘สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ’ เป็นโฆษกรัฐบาล

เมื่อวันที่  30 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2568 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม กระทรวงการคลังเสนอ

วัตถุประสงค์ : เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาค่าครองชีพ และจัดประชารัฐสวัสดิการเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวให้แก่ผู้มีบัตรฯ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 13.4 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูงและได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว โดยจะเป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีบัตรฯ รวมถึงช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้เกิดการบริโภค การผลิต และการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นลูกโซ่ ทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม

กลุ่มเป้าหมาย : ผู้มีบัตรฯ ตามฐานข้อมูลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 กันยายน 2568 จำนวนไม่เกิน 13.4 ล้านคน ทั้งนี้ กรณีที่รัฐบาลจะดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป ควรพิจารณาดำเนินการโดยไม่รวมผู้มีบัตรฯ ที่ได้รับสิทธิในโครงการเพิ่มวงเงินฯ ข้างต้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนของกลุ่มเป้าหมาย

วิธีดำเนินการ : กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ช่วยเหลือผู้มีบัตรฯ ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่นๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยผู้มีบัตรฯ จะได้รับวงเงินเพิ่มอีกจำนวน 850 บาทต่อคนต่อเดือน (โดยเพิ่มเติมจากวงเงินที่ได้รับเดิมจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน) เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 (กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใดจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป) รวมทั้งสิ้น 1,700 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ : 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568

งบประมาณ : ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 22,780 ล้านบาท โดยจัดสรรให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำหรับกองทุนฯ

โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 22,780 ล้านบาท จะทำให้ผู้มีบัตรฯ มีวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ผู้มีบัตรฯ พึงพอใจและมีการใช้ประโยชน์เกือบเต็มวงเงิน โดยการเพิ่มวงเงินดังกล่าวจะทำให้ผู้มีบัตรฯ มีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และเป็นการเพิ่มยอดขายกับร้านธงฟ้าฯ และร้านอื่นๆ ที่ผู้มีบัตรฯ ไปใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศโดยรวม ทั้งนี้ คาดว่าการดำเนินโครงการเพิ่มวงเงินฯ จะส่งผลให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.07-0.08 ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการ และเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีบัตรฯ

ขยายเวลาประกาศพื้นที่ความมั่นคง 20 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนใต้อีก 1 ปี

นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.นัดแรกยังมีมติตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เสนอ ดังนี้

1. รับทราบสรุปผลการประเมินพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในเขตพื้นที่อำเภอยี่งอ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส อำเภอยะหริ่ง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ อำเภอมายอ อำเภอแม่ลาน อำเภอปะนาเระ และอำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี อำเภอเบตง อำเภอกาบัง อำเภอกรงปินัง อำเภอยะหา และอำเภอรามัน จังหวัดยะลา และอำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อประกอบการพิจารณาขอขยายเวลาการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

2. อนุมัติให้ขยายระยะเวลาการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในเขตพื้นที่อำเภอยี่งอ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้งและอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส อำเภอยะหริ่ง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ อำเภอมายอ อำเภอแม่ลาน อำเภอปะนาเระ และอำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี อำเภอเบตง อำเภอกาบัง อำเภอกรงปินัง อำเภอยะหา และอำเภอรามัน จังหวัดยะลา และอำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

3. ให้ความเห็นชอบ

3.1 ร่างประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

3.2 ร่างประกาศ เรื่อง การให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

3.3 ร่างประกาศ เรื่อง กำหนดลักษณะความผิดอันมีผลกระทบ ต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

3.4 ร่างข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ตั้ง  ‘สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ’ เป็นโฆษกรัฐบาล

ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการ หรือ ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐ ในวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

อ่าน มติ ครม.ประจำวันที่ 30 กันยายน 2568 เพิ่มเติม