โอไมครอนทำเทศกาลวันหยุดปลายปีเฉา ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันกว่า 1 ล้านคน
ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายใหม่โอไมครอน ส่งผลกระทบต่อเทศกาลวันหยุดทั่วโลก เนื่องจากผู้ป่วยรายวันทั่วโลกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหนึ่งปีให้หลังนับจากที่มีวัคซีนออกสู่ตลาด และสองปีหลังจากการอุบัติครั้งแรกของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ในเดือนธันวาคม 2019 ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1.44 ล้านรายในวันจันทร์ (27 ธ.ค. 2564)
ค่าเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรอบ 7 วัน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ค่อนข้างระมัดระวัง แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 49% จากเดือนที่แล้ว และมีจำนวน 841,000 ราย
การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศเป็นผลมาจากไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนที่แพร่เชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิมถึง 70 เท่า แม้อาการป่วยที่เกิดขึ้นอาจไม่รุนแรงเท่า โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนและได้รับการฉีดกระตุ้น การที่แพร่เชื้อได้ง่ายและจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นยังคงกดดันโรงพยาบาลทั่วโลก ส่งผลให้ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่ต้องรับการรักษาทางการแพทย์สำหรับโรคอื่นๆ ต้องคอยต่อไป
ด้านการเสียชีวิตทรงตัว โดยการเสียชีวิตจากโควิดรายวันไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยอดผู้เสียชีวิตเฉลี่ยต่อเนื่อง 7 วันอยู่ที่ประมาณ 7,000 คนตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม หลังจากที่ลดลงมาจากระดับสูงสุดจากสายพันธ์ุเดลตาแม้พบสายพันธ์ุโอไมครอนก็ตาม ส่วนแนวโน้มปี 2022 ขึ้นอยู่กับยอดผู้เสียชีวิตจากยอดติดเชื้อและยอดติดเชื้อรายวันที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคตข้างหน้า
การระบาดของโควิดสร้างความเสียหายไปทั่วโลก โดยหลายประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือพยายามรักษาความสมดุลระหว่างการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เปราะบาง เช่น การเดินทาง
เที่ยวบินทั่วโลกกว่า 11,500 เที่ยวได้ถูกยกเลิกตั้งแต่วันศุกร์ (24 ธ.ค. 2564) และหลายหมื่นเที่ยวบินล่าช้า ในช่วงแห่งการเดินทางที่พลุกพล่านที่สุดช่วงหนึ่งของปี

สายการบินหลายแห่งชี้ว่า การขาดแคลนพนักงานเกิดจากการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนที่พุ่งสูงขึ้น สายการบินเชิญชวนให้พนักงานลาออกในปี 2020 เมื่อการเดินทางทางอากาศชะงักงัน และหลายสายการบินพยายามเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรับมือกับการเดินทางทางอากาศที่ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด แต่ไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นอีก
นอกจากนี้ยังมีการยกเลิกกิจกรรมหลายด้าน เช่น ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้เลื่อนการแข่งขันนัดที่ 16 ในฤดูกาลนี้ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีออกไป
พรีเมียร์ลีกนัดนี้เป็นการแข่งขันในบ้านของเอฟเวอร์ตันกับนิวคาสเซิลยูไนเต็ดตามคำขอของทีมเยือนซึ่งมีผู้เล่นไม่เพียงพอเนื่องจากการติดเชื้อโควิด-19 และการบาดเจ็บ เกมดังกล่าวซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีเป็นการแข่งขันพรีเมียร์ลีกนัดที่ 16 ที่จะถูกยกเลิกในฤดูกาลนี้เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19
“ผู้เล่นและทีมงานจำนวนหนึ่งมีผลตรวจเป็นบวกจากการตรวจแบบ PCR ตามปกติในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้เล่นหลายคนได้รับบาดเจ็บในระหว่างการแข่งขัน” นิวคาสเซิลยูไนเต็ดกล่าวในแถลงการณ์
ขณะที่ไอร์แลนด์และสหรัฐฯ เจ้าภาพตกลงที่จะยกเลิกรายการแข่งขันคริกเก็ต One Day International (ODI) หลังจากที่สมาชิกของทีมงานมีผลตรวจโควิดเป็นบวก โดยสมาชิกในทีมของไอร์แลนด์ 2 รายมีผลบวกแต่ส่งผลให้ผู้เล่นชาวไอริชสองคนจัดว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด

โอไมครอนดันสถิติผู้ป่วยโควิดรายวันพุ่งทั่วยุโรป
ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี กรีซ และโปรตุเกส มียอดติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยฝรั่งเศสมีผู้ป่วยเกือบ 180,000 ราย
ฝรั่งเศสรายงานผู้ป่วยโควิดรายใหม่ที่ได้รับการยืนยันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 179,807 รายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง และเป็นการติดเชื้อต่อวันสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มระบาด สถิติสูงสุดล่าสุดก่อนหน้านี้คือ 104,611 รายในวันเสาร์ หลังจากทำลายสถิติสูงสุด 86,852 รายเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 90,000 รายต่อวันติดต่อกัน 2 วันในปลายสัปดาห์ที่แล้ว
ฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อสายพันธ์ุโอไมครอนรายแรกช่วงต้นเดือนธันวาคม
เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลได้ประกาศมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการติดเชื้อ รวมถึงการจำกัดขนาดของการรวมตัว การห้ามกินและดื่มในระบบขนส่ง และบังคับให้สวมหน้ากากอีกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง
นายโอลิวิเยร์ เวราน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเตือนว่า “ทุกอย่างบ่งชี้ฝรั่งเศสอาจจะมีผู้ติดเชื้อรายวันสูงถึง 250,000 รายในต้นเดือนมกราคม” ขณะที่สมาพันธ์โรงพยาบาลระบุว่า สัปดาห์แห่งความเลวร้ายยังไม่เกิดขึ้น
ฝรั่งเศสเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยขณะนี้มีประชากรกว่า 23 ล้านคนได้รับวัคซีนเข็มสามเรียบร้อยแล้ว
สหราชอาณาจักรรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่จำนวน 129,471 รายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาในวันอังคาร (27 ธ.ค. 2564) สถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดครั้งก่อนอยู่ที่ 122,186 รายในวันที่ 24 ธันวาคม
สหราชอาณาจักรรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กล่าวว่า จะไม่มีมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสในปีนี้ได้เพียงหนึ่งวัน
ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้รวมตัวเลขของสกอตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือ เนื่องจากแนวทางการรายงานในช่วงวันหยุดคริสต์มาสต่างกัน รัฐบาลรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตใหม่ 18 รายภายใน 28 วันจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ให้ผลบวก ซึ่งต่ำกว่าแนวโน้มล่าสุดที่มากกว่า 100 รายต่อวัน
โปรตุเกสรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันที่สูงเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร แม้มีอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงที่สุดในโลก เช่นเดียวกับไซปรัส อิตาลี และกรีซ
หน่วยงานสาธารณสุขในวันอังคาร (28 ธ.ค. 2564) ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,172 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แซงหน้าสถิติเดิมที่ 16,432 ราย ณ วันที่ 28 มกราคม ซึ่งพบสายพันธุ์อัลฟาครั้งแรกในสหราชอาณาจักร และแพร่กระจายไปทุกประเทศในยุโรปตอนใต้
โปรตุเกสมีผู้ติดเชื้อรายวันต่อประชากรล้านคน สูงสุดเป็นอันดับ 7 ของยุโรปในสัปดาห์นี้ เมื่อประเมินจากค่าเฉลี่ย 7 วัน เลื่อนขึ้นจากอันดับ 11 เป็นผลจากผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเพิ่มจาก 433 เป็น 768 รายต่อประชากรล้านคน
ประชากรเกือบ 90% ของโปรตุเกสได้รับการฉีดวัคซีน และเกือบ 2.4 ล้านคนได้รับการฉีดเข็มกระตุ้น
ด้านอิตาลีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 78,300 รายเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากวันจันทร์ และเป็นสถิติใหม่ของประเทศ

สหรัฐฯ ติดเชื้อใหม่กว่า 4 แสนราย
ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) สหรัฐฯ รายงานผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 441,278 รายเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นับเป็นการติดเชื้อรายวันที่สูงสุดนับตั้งแต่มีการรายงานข้อมูล ขณะที่ยอดการติดเชื้อใหม่เฉลี่ย 7 วันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2021
เจ้าหน้าที่ CDC กล่าวกับสำนักข่าว Politico ว่าข้อมูลการติดเชื้ออาจจะเกินจริงเพราะต้องรอผลการตรวจประกอบกับศูนย์ตรวจหาเชื้อปิดทำการช่วงคริสต์มาส และคาดว่าหลังปีใหม่ยอดติดเชื้อน่าจะทรงตัว
CDC ยังได้ขยายคำแนะนำการเดินทางให้ครอบคลุมหลายพื้นที่ในยุโรปมากขึ้น รวมไปถึง มอลตา มอลโดวา และสวีเดน ซึ่งติดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก
นอกจากนี้ยังเตือนผู้เดินทางให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 4 ซึ่งหมายถึงประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่สะสม 500 ราย ในช่วง 28 วันที่ผ่านมาต่อประชากร 100,000 คน
อาเมช อดัลจา ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อ กล่าวกับบีบีซีว่า โอไมครอนจะหลบเลี่ยงการป้องกันจากวัคซีนได้ ดังนั้นคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเพิ่มขึ้น จึงควรเลี่ยงคนที่มีความเสี่ยงสูง
แคลิฟอร์เนียกลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่มียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากว่า 5 ล้านคน ตามฐานข้อมูลของรัฐเมื่อวันอังคาร ซึ่งรายงานล่าช้าเพราะติดวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่งผลให้แคลิฟอร์เนียมีผู้ติดเชื้อมากกว่ารัฐอื่นๆ โดยเท็กซัสมียอดติดเชื้อกว่า 4.4 ล้านคน และฟลอริดา 3.9 ล้านคน ณ วันที่ 26 ธ.ค. 2564 ส่วนผู้เสียชีวิตจากโควิดในแคลิฟอร์เนียมีจำนวนกว่า 75,500 ราย

ในจุดตรวจหาเชื้อโควิดทั่วสหรัฐอเมริกา ปรากฏว่ามีคิวรอตรวจยาวมากท่ามกลางการติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ และจองคิวนัดหมายตรวจที่ร้านขายยาแทบไม่ได้เลย
มิดกาเลีย แดนเซล ที่กำลังหาที่ตรวจหาเชื้อในฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย บอกกับ WPVI สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า “บ้าไปแล้ว เพราะคิวออนไลน์ทั้งที่ CVS, Rite-Aid (ร้านขายยา) ไม่มีวันว่างเลย ขนาดร้านขายยาในละแวกบ้านก็ไม่มี”
แดนเซลไปที่จุดตรวจเคลื่อนที่แบบโมบายยูนิต ที่จัดเตรียมโดยเทศบาลของเมืองในย่านรอห์นอเฮิสต์ ของฟิลาเดลเฟียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ตรวจ
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจหาเชื้อในสหรัฐอเมริกาเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อจากสายพันธุ์โอไมครอน รวมถึงการแจกชุดตรวจที่บ้าน 500 ล้านชุดในเดือนหน้า
เมืองควิเบกของแคนาดาอนุญาตให้พนักงานที่มีผลตรวจเป็นบวกทำงานได้
เมืองควิเบกของแคนาดาจะอนุญาตให้พนักงานที่จำเป็นบางคนทำงานต่อไปได้ แม้จะตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แล้วก็ตาม ตามที่มนตรีสาธารณสุขควิเบก คริสเตียน ดูเบ ระบุว่าเป็นความพยายามที่จะป้องกันการขาดแคลนพนักงาน ไม่ให้การบริการด้านสุขภาพชะงัก
การติดเชื้อโอไมครอนสูงเป็นหลายเท่า จนต้องถอนกำลังบุคลากรจำนวนมาก และเป็นความเสี่ยงต่อความสามารถของเครือข่ายในการดูแลชาวเมืองควิเบก รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการบรรยายสรุปเมื่อวันอังคาร
“เราได้ตัดสินใจว่าภายใต้เงื่อนไขบางประการ พนักงานที่มีผลตรวจเป็นบวกจะสามารถทำงานต่อไปได้ตามลำดับความสำคัญและการจัดการความเสี่ยง”
นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ประชาชนลดการสัมผัสกับผู้อื่น หลังจากยอดผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นกว่า 140 รายในช่วง 4 วันที่ผ่านมา เฉพาะวันที่ 26 ธันวาคมวันเดียวโรงพยาบาลรับตัวผู้ป่วยใหม่ถึง 93 ราย

ในวันเดียวกัน เว็บไซต์หน่วยงานสาธารณสุขของประเทศ รายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในแคนาดามีทั้งสิ้น 2,000,976 ราย ในขณะที่หลายเมืองยอดผู้ติดเชื้อใหม่ทำสถิติใหม่
ควิเบก ซึ่งสร้างสถิติรายวันตั้งแต่โอไมครอนทำให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ 12,833 รายในวันจันทร์ สูงสุดภายในวันเดียวในระดับภูมิภาคในแคนาดาในช่วงการระบาดใหญ่ และ พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรกในวันที่ 29 พฤศจิกายน
ในออนแทริโอ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,418 ราย ลดลงเล็กน้อยจากสถิติสูงสุดในวันคริสต์มาส แต่มีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 480 ราย โดยเข้าไอซียูเพิ่มขึ้นมาที่ 176 ราย
ในโนวาสโกเทีย รายงานการระบาด แต่ไม่มีการเปิดเผยจำนวนที่ชัดเจน ระบุเพียงว่าน้อยกว่า 5 คนที่ได้รับผลการระบาด
จำนวนผู้ป่วยด้วยไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นทั่วแคนาดา สาเหตุมาจากไวรัสสายพันธ์ุโอไมครอน
อินโดนีเซียพบติดเชื้อโอไมครอนรายแรกในประเทศ
หน่วยงานด้านสุขภาพของอินโดนีเซียได้เริ่มดำเนินการติดตามการติดต่อของโรคหลังจากตรวจพบการติดเชื้อโอไมครอนในประเทศรายแรก
ผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นชายอายุ 37 ปีจากเมืองเมดาน ซึ่งไปร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านธุรกิจกลางของกรุงจาการ์ตา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ซิติ นาเดีย ทาร์มิซี กล่าวในการการแถลงข่าว
ชายคนนี้ไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศหรือติดต่อกับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะเวลาอันใกล้ แต่เขาไม่แสดงอาการและถูกกักตัวที่โรงพยาบาลในจาการ์ตา หลังจากที่กักตัวอยู่ที่บ้านมาแล้วเบื้องต้น

จำนวนติดเชื้อโอไมครอนต่างจากการระบาดรอบก่อน
ไซมอน คลาร์ก รองศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาของเซลล์ที่มหาวิทยาลัยเรดดิง กล่าวว่า คนที่ไม่มีอาการรุนแรงจากการระบาดของโคโรนาไวรัสในตอนนี้มีจำนวนน้อยกว่าการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นครั้งก่อน
“อย่างน้อยในสหราชอาณาจักร จริงๆ แล้วเรามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาก แต่เป็นสายพันธุ์ที่ดูเหมือนว่าจะมีความรุนแรงน้อยกว่า ทำให้เกิดโรคได้น้อยกว่า อย่างน้อยก็ในคนอายุน้อยที่ติดเชื้อมาแล้ว” คลาร์กให้สัมภาษณ์อัลจาซีราผ่านสไกป์
“แต่การลดลงหรือไม่เกิดโรคได้นั้นอาจเป็นเพราะ … การที่เรามีโครงการฉีดวัคซีนขนาดใหญ่ และเรารู้ว่าวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยหนักจากไวรัสได้ และก็สมเหตุสมผลดีที่จะบอกว่ามีผลต่อโอไมครอนเช่นกัน”
WHO เตือนเจอภาระหนักจากโอไมครอน จีน-ยุโรปกำหนดมาตรการใหม่
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ได้เตือนว่า สายพันธุ์โอไมครอนอาจจะเป็นภาระหนักของระบบการดูแลสุขภาพ แม้ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ว่ามีอาการไม่รุนแรงขึ้น ขณะที่จีนและเยอรมนีได้นำมาตรการที่เข้มงวดเพื่อสกัดการระบาดมาใช้ใหม่
รายงาน WHO ที่เผยแพร่วันอังคารชี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จากทุกสายพันธ์ุเพิ่มขึ้น 57% ในยุโรปในช่วงของสัปดาห์ก่อนวันที่ 26 ธันวาคม และเพิ่มขึ้น 30% ในภูมิภาคอเมริกา
ทางการกังวลว่าสายพันธุ์โอไมครอนอาจเป็นสายพันธุ์ที่กระจายได้มากที่สุด แต่ยังมีการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวของสายพันธุ์โอไมครอนที่พบในแอฟริกาตอนใต้และฮ่องกง
นับตั้งแต่เกิดการระบาดในประเทศจีนในเดือนธันวาคม 2019 ไวรัสโคโรนาได้คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 5,400,024 คน จากข้อมูลที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์
โดยรวมแล้ว สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตจากโควิดมากที่สุด 816,819 ราย ตามมาด้วยบราซิล 618,448 ราย อินเดีย 479,997 ราย และรัสเซีย 305,155 ราย
องค์การอนามัยโลกประมาณการว่ายอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอาจสูงขึ้น 2-3 เท่าเมื่อประเมินการเสียชีวิตส่วนเกินที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19