ThaiPublica > สู่อาเซียน > ASEAN Roundup 3 ชาติอาเซียนเปิดประเทศรับต่างชาติ คลายเงื่อนไขกักตัว

ASEAN Roundup 3 ชาติอาเซียนเปิดประเทศรับต่างชาติ คลายเงื่อนไขกักตัว

17 ตุลาคม 2021


ASEAN Roundup ประจำวันที่ 10-16 ตุลาคม 2564

  • มาเลเซียลดระยะเวลากักตัวผู้เดินทางเข้าที่ฉีดวัคซีนครบ
  • ฟิลิปปินส์เพิ่มรายชื่อประเทศ-ปรับเงื่อนไขรับต่างชาติเดินทางเข้า
  • อินโดนีเซียเปิดบาหลีรับต่างชาติแต่ไร้เที่ยวบิน
  • เวียดนามอนุมัติโครงการพัฒนาวัคซีนระดับประเทศ
  • ธนาคารกลางเมียนมาอนุญาตให้ซื้อขายสกุลเงินหยวน-เยนได้
  • มาเลเซียลดระยะเวลากักตัวผู้เดินทางเข้าที่ฉีดวัคซีนครบ

    สนามบินมาเลเซีย ที่มาภาพ: https://www.moodiedavittreport.com/malaysia-airports-signals-hope-for-potential-travel-recovery-in-months-ahead/

    มาเลเซียได้ตัดสินใจที่จะ ลดระยะเวลากักตัวสำหรับผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนที่เดินทางกลับหรือเดินทางมามาเลเซียจาก 14 วันเป็น 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ (18 ต.ค.) ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะลดระยะเวลาการแยกตัวของผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ฉีดวัคซีนครบแล้วจาก 10 วันเป็น 7 วัน แต่ผู้ที่เดินทางซึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบจะถูกกักกัตัว 10 วันเมื่อเดินทางเข้ามาเลเซีย นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ประกาศในแถลงการณ์

    ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบซึ่งจัดว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดจะถูกกักตัวเป็นเวลา 10 วัน

    การผ่อนคลายเหล่านี้เป็นหนึ่งในการผ่อนคลายขั้นตอนแนวปฏิบัติมาตรฐาน (Standard Operating Procedures:SOPs) ที่นายกรัฐมนตรีประกาศ หลังจากที่อัตราการแพร่เชื้อโควิด ลดลงต่ำกว่า 1.0 เป็น 0.86 จากการที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยกว่า 10,000 รายต่อวันใน สองสัปดาห์ที่ผ่านมาและ 91.2% ของประชากรผู้ใหญ่ของประเทศได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่ 95% ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็ม

    นอกจากการผ่อนคลาย SOP นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่า เขตเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้แก่ คลังวัลเลย์ (ประกอบด้วยกรุงกัวลาลัมเปอร์ เซลังงอร์ และปุตราจายา) จะเข้าสู่ระยะที่ 4 ของแผนฟื้นฟูแห่งชาติ(NRP) พร้อมกับมะละกา เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ ส่วน กลันตัน เประ ปีนัง ซาบาห์ และเคดาห์ จะเปลี่ยนจากระยะ 2 เป็นเฟสที่ 3 ในวันเดียวกัน

    “การปรับเปลี่ยนตามเฟสนี้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดของแผนฟื้นฟูแห่งชาติและอัตราการฉีดวัคซีนครบของประชากรผู้ใหญ่ และจากการปรับสู่ระยะของรัฐที่ระบุไว้ มาเลเซียโดยรวมกำลังเข้าสู่ระยะที่ 3”

    สำหรับการผ่อนคลาย SOP อื่น ที่นายกรัฐมนตรีประกาศได้แก่

  • พื้นที่พักผ่อนและให้บริการ (R&R) บนทางหลวงทุกสายทั่วประเทศจะเปิดให้บริการตลอดเวลาตั้งแต่วันเสาร์
  • บริการเรียกรถ e-hailing จะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการตั้งแต่วันเสาร์ เพื่อขนส่งผู้โดยสารตามความจุที่นั่งของยานพาหนะสำหรับทุกเฟสของแผน NRP
  • ไซเบอร์คาเฟ่และศูนย์ไซเบอร์จะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยจำกัดที่นั่งไว้ 80% สำหรับรัฐที่อยู่ในเฟสที่ 3 และเปิดให้นั่งได้ 100% สำหรับรัฐที่อยู่ในเฟสสี่
  • การประชุมแบบตัวต่อ การประชุมและนิทรรศการ (MICE) ได้รับอนุญาตสำหรับรัฐที่อยู่ในเฟส 3 สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนครบตั้งแต่วันจันทร์ โดยจะต้องทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเริ่มกิจกรรม แต่ละต้องเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย แลมะมีจำนวนไม่เกินครึ่งหนึ่งของพื้นที่
  • ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี อิสมาอิล ซาบรี กล่าวว่า SOP สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อเข้าร่วมอุมเราะฮ์ ได้มีการยกเลิกข้อกำหนด MyTravelPass เพื่อเดินทางไปต่างประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.

    อิสมาอิล ซาบรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจใช้โครงการนำร่องเพื่อทดลองการเดินทางอย่างเป็นทางการ สำหรับ ประมุขแห่งรัฐ รัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ มุขมนตรีแห่งรัฐ หัวหน้าคณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารรัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและข้าราชการ โดยมีเงื่อนไขว่าการเดินทางหรือกำหนดการเดินทางของพวกเขาเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางการ และจะกระชับและจำกัด

    “การดำเนินการตามโครงการนำร่องนี้จะมีผลในวันที่ 18 ต.ค. และได้รับการอนุมัติสำหรับผู้เดินทางเพื่อภาระกิจโดยเร็วที่สุด”

    ฟิลิปปินส์เพิ่มรายชื่อประเทศรับต่างชาติ-ปรับเงื่อนไขรับต่างชาติเดินทางเข้า

    ที่มาภาพ: https://pcoo.gov.ph/news_releases/iatf-releases-updated-list-of-red-green-and-yellow-list/

    ฟิลิปปินส์ได้ ปรับรายชื่อประเทศและเขตปกครองตามความรุนแรงของการระบาดของไวรัสโควิดที่แยกออกเป็นสี “แดง เหลือง และเขียว” รวมถึงระเบียบการตรวจหาเชื้อและการกักตัวสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ

    การปรับรายชื่อประเทศตามสีแดง สีเหลือง และสีเขียว ได้มีการพิจารณาระหว่างการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อการจัดการโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ (IATF-EID) ในวันพฤหัสบดี(15 ต.ค.)

    ในการแถลงข่าวโฆษกประธานาธิบดีแฮร์รี โรเก้ กล่าวว่า โรมาเนียเป็นประเทศเดียวที่จัดอยู่ในบัญชีแดง ในทางกลับกัน มีประเทศและเขตปกครอง 49 แห่งจัดอยู่ในบัญชีสีเขียว ซึ่งได้แก่ แอลจีเรีย, อเมริกันซามัว, ภูฏาน, บูร์กินาฟาโซ, แคเมอรูน, หมู่เกาะเคย์แมน, ชาด, จีน (แผ่นดินใหญ่), คอโมโรส, สาธารณรัฐคองโก, หมู่เกาะคุก, เอริเทรีย, หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (มัลวินาส), ยิบรอลตาร์, ฮ่องกง (เขตปกครองพิเศษของจีน), คิริบาส, มาดากัสการ์, มาลี, หมู่เกาะมาร์แชลล์, สหพันธรัฐไมโครนีเซีย, มอนต์เซอร์รัต, นาอูรู, นิวซีแลนด์, นิการากัว, ไนเจอร์, นีอูเอ, เกาหลีเหนือ, หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา, ปาเลา, โปแลนด์, ซาบา (เขตเทศบาลพิเศษ แห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์), เซนต์เฮเลนา, แซงปีแยร์และมีเกอลง, ซามัว, เซียร์ราลีโอน, ซินต์เอิสตาซี, หมู่เกาะโซโลมอน, ซูดาน, ซีเรีย, ไต้หวัน, ทาจิกิสถาน, แทนซาเนีย, โตเกเลา, ตองกา, เติร์กเมนิสถาน, ตูวาลู, อุซเบกิสถาน, วานูอาตูและเยเมน

    ประเทศ เขตปกครองอื่นนอกเหนือจากนี้อยู่บัญชีสีเหลือง รายชื่อที่ปรับใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 31 ตุลาคม

    โรเก้ กล่าวว่า IATF-EID ยัง ปรับเปลี่ยนแนวทางการตรวจหาเชื้อและการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าสู่ฟิลิปปินส์

    ผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงจากประเทศสีแดงจะไม่อนุญาตให้เข้าหากพักอยู่ที่นั่น 14 วันก่อนเดินทางมาถึงฟิลิปปินส์

    “การเดินทางระหว่างประเทศขาเข้าของทุกคน ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่ หรือมาจากหรือเคยอยู่ในประเทศในบัญชีแดงภายใน 14 วันก่อนเดินทางมาถึงฟิลิปปินส์จะไม่ได้รับอนุญาต” โรเก้กล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทั้งหมดที่เปลี่ยนเครื่องผ่านประเทศสีแดงไม่ถือว่า “มาจากหรือเคยไปยังประเทศหรือเขตปกครองดังกล่าว หากว่าอยู่ในสนามบินตลอดเวลาและไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง”

    “เมื่อมาถึงฟิลิปปินส์ ผู้โดยสารที่อยู่ในบัญชีรายชื่อนอกจากสีแดงจะต้องปฏิบัติตามกระบวนการแนวปฏิบัติที่มีอยู่และรับการตรวจหาเชื้อ”

    สำหรับชาวฟิลิปปินส์ที่เดินทางกลับประเทศผ่านการส่งตัวกลับประเทศโดยรัฐบาลหรือที่ไม่ใช่รัฐบาล รวมทั้งที่มากับเที่ยวบิน Bayanihan อาจได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้ “ขึ้นอยู่กับการตรวจหาเชื้อและแนวปฏิบัติการกักตัว

    ชาวฟิลิปปินส์ที่เดินทางกลับจากประเทศที่อยู่ในบัญชีแดงจะต้องอยู่ในสถานกักตัว 10 วันแรกและ4 วันสุดท้ายที่บ้าน และต้องตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ในวันที่ 7 “แม้จะมีผลการทดสอบเป็นลบก็ตาม ผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงจะต้องผ่านช่วงเวลากักตัวตามสถานที่ที่กำหนด 10 วัน”

    สำนักกักกัน (Bureau of Quarantine) ได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบอาการของผู้เดินทางจากประเทศสีแดงอย่างเข้มงวดขณะอยู่ในสถานที่กักตัวเป็นเวลา 10 วัน

    สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับวัคซีนครบจากประเทศสีเหลือง ต้องกักตัวตามสถานที่กำหนดจนกว่าจะมีการรายงานผลการตรวจ RT-PCR เป็นลบในวันที่ 5 “หลังจากนั้น จะต้องถูกกักตัวที่บ้านจนถึงวันที่ 10 ส่วนชาวต่างชาติจะต้องจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 6 วัน”

    ผู้เดินทางเข้าที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับการฉีดวัคซีนไม่ครบ รวมทั้งผู้ที่ฉีดวัคซีนที่ไม่ได้รับการรับรอง จะต้องเข้ารับการกักตัว จนกว่าจะมีการเรายงานผลการตรวจ RT-PCR เป็นลบในวันที่ 7 และต้องกักตัวที่บ้านอีกหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ชาวต่างชาติต้องจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 8 วัน

    ในขณะเดียวกัน ชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนจากประเทศที่อยู่ในบัญชีสีเขียวไม่ต้องเข้ารับการกักตัว โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องมีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง “เมื่อเดินทางมาถึง จะไม่มีการกักตัว แต่ผู้โดยสารจะได้รับคำสั่งให้เฝ้าสังเกตอาการต่างๆ ด้วยตนเองจนถึงวันที่ 14”

    ชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในต่างประเทศ (OFWs) หรือผู้ที่ไม่ใช่ OFW จากประเทศสีเขียวยังมีทางเลือกที่จะเข้ารับการกักตัวตามสถานที่กำหนด จนกว่าจะมีการผลการตรวจ RT-PCR เป็นลบจากสถานที่กักตัวเมื่อเดินทางมาถึงประเทศ และอาจเลือกที่จะไม่เข้ารับการกักกัน หากมีผล RT-PCR เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง อย่างไรก็ตาม ควรเฝ้าสังเกตอาการของตัวเองจนถึงวันที่ 14

    ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับการฉีดวัคซีนไม่ครบ และผู้ที่มีฉีดวัคซีนที่ไม่ได้รับการรับรองและผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม “ข้อกำหนดในการทดสอบก่อนการเดินทาง” จะต้องกักตัวตามสถานที่ที่กำหนด จนกว่าจะมีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ ในวันที่ 5 1หลังเข้าประเทศ “ในกรณีของชาวต่างชาติจะต้องจองโรงแรมไว้อย่างน้อย 6วัน”

    ในกรณีของเด็กที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับการฉีดวัคซีนไม่ครบ ที่เดินทางกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน จะได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบการกักตัวที่สอดคล้องกับสถานะการฉีดวัคซีน โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองจะต้องอยู่กับเด็กไปในสถานที่กักตัวตลอดระยะเวลากักตัว

    ชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในต่างประเทศ และคู่สมรส ผู้ปกครอง หรือบุตรที่เดินทางในประเทศฟิลิปปินส์หรือต่างประเทศสามารถแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนดิจิทัล VaxCertPH ใบรับรองการฉีดวัคซีนระหว่างประเทศหรือการป้องกันโรค (ICV) ที่ออกโดย BOQ หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือใบรับรองดิจิทัลระดับประเทศ ที่รัฐบาลต่างประเทศยอมรับ VaxCertPH เพื่อตรวจสอบสถานะการฉีดวัคซีน

    ข้อกำหนดเดียวกันนี้สามารถใช้ได้กับผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนในประเทศหรือต่างประเทศ และชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนในฟิลิปปินส์

    ชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนในต่างประเทศสามารถแสดง ICV ที่ออกโดย WHO หรือใบรับรองดิจิทัลระดับชาติของรัฐบาลต่างประเทศที่ยอมรับ VaxCertPH ภายใต้ข้อตกลงซึ่งกันและกัน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก IATF-EID

    อินโดนีเซียเปิดบาหลีรับต่างชาติแต่ไร้เที่ยวบิน

    ที่มาภาพ:https://www.thejakartapost.com/news/2021/10/14/bali-reopens-to-eerie-hush.html

    เกาะบาหลีได้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวแล้ว แต่ยังไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ ขณะที่ผู้มาเยือนบาหลีต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และต้องกักตัวในช่วง 5 วันแรก

    เกาะบาหลีของอินโดนีเซียได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมอีกครั้งในวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) หรือ 18 เดือนหลังจากปิดพรมแดน แต่ไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศบินเข้า

    การที่เกาะบาหลีปิดเป็นเวลานาน ทำให้คนจำนวนมากต้องหยุดงาน ธุรกิจรวมทั้งโรงแรมและร้านอาหารต้องปิดตัว

    สนามบินนานาชาตินูราลัย ของเกาะบาหลีได้เตรียมพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับเข้ามา แต่ไม่คาดว่าจะกลับมาเร็ว

    “จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเที่ยวบิน” ตาอุฟาน ยุดิสติรา โฆษกสนามบิน กล่าว ในกรณีที่ไม่มีเที่ยวบินตรง นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะต้องบินผ่านจาการ์ตา

    รัฐบาลมุ่งที่จะฟื้นการท่องเที่ยวของบาหลีหลังจากจำนวนผู้ป่วยโรคโควิดลดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นช่วงที่อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ในเอเชีย แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดให้บริการอีกครั้ง เช่น ข้อกำหนดด้านวีซ่าและประเทศที่สมัคร นั้นยังไม่ชัดเจนนัก

    อินโดนีเซียอนุญาตเพียง 19 ประเทศเท่านั้นในแถลงการณ์เมื่อเบ็นวันพุธ รวมทั้งจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ พร้อมด้วยหลายประเทศจากยุโรปตะวันตกและตะวันออกกลาง

    การเปิดเกาะบาหลีเกิดขึ้นหลังจากประเทศไทยกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยที่เกาะสมุยและภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนจากหลายประเทศ และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาหลายร้อยคนในวันแรก

    เวียดนามวางแผนที่จะต้อนรับชาวต่างชาติที่เกาะฟู้โกว๊กในเดือนหน้า เกาะโบราไกย์ในฟิลิปปินส์เตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากแรงงานด้านการท่องเที่ยว 73% ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

    ตัวแทนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียบางคนกล่าวว่า แผนการเปิดรับชาวต่างชาติของบาหลียังไม่มีความต้องการนัก “เพราะจังหวะเปิดกะทันหันมาก” นักท่องเที่ยวต้องการเวลาในการขอวีซ่าและจองเที่ยวบิน”

    อย่างไรก็ตาม สายการบินการูดา อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของประเทศ ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ามีแผนจะเพิ่มเที่ยวบินระหว่างจาการ์ตาและบาหลีเพิ่มขึ้น โดยชี้ถึงการเติบโตของปริมาณนักท่องเที่ยวภายในประเทศ

    นอกจากการกำหนดให้นักท่องเที่ยวที่เข้าบาหลีต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว อินโดนีเซียยังได้กำหนดให้กักตัวในช่วง 5 วันแรก ซึ่งเป็นมาตรการที่ประเทศอื่นๆ ได้ตัดสินใจที่จะยกเลิก

    ไอด้า บากัส ปูร์วา ไซเดเมน กรรมการบริหารของสมาคมโรงแรมและร้านอาหารของเกาะกล่าวว่า “เราพร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนบาหลี แต่แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าแขกทุกคนจะมาเยือนบาหลีอย่างกะทันหัน” “อย่างเร็วที่สุด ภายในสิ้นปีนี้ เราสามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่

    เวียดนามอนุมัติโครงการพัฒนาวัคซีนระดับประเทศ

    ที่มาภาพ:https://en.vietnamplus.vn/vietnam-approves-national-programme-for-development-of-domestic-vaccines/209800.vnp

    รองนายกรัฐมนตรี วู ดุ๊ก ดั่ม ได้อนุมัติ โครงการเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์แห่งชาติเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการผลิตวัคซีนสำหรับมนุษย์ภายในปี 2573

    โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เวียดนามมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสำหรับการผลิตวัคซีน และสร้างขีดความสามารถขององค์กรในประเทศและบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและการผลิต เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

    ภายใต้โครงการนี้ การผลิตวัคซีนในประเทศทั้งหมดจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเพียงพอสำหรับโครงการขยายภูมิคุ้มกันแห่งชาติอย่างเพียงพอ และตั้งเป้าที่จะส่งออกวัคซีนที่ผลิตเอง

    ภายในปี 2568 เวียดนามคาดว่าจะเป็นเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตอย่างน้อย 10 วัคซีน และผลิตอย่างน้อย 3 วัคซีน และจะเพิ่มเป็น 15 และ 5 ตามลำดับภายในปี 2573

    ทั้งนี้จะมีการปรับปรุงกรอบกฎหมายและแก้ไขข้อกฎหมายเพื่อเร่งการพัฒนา ทดลอง และอนุมัติวัคซีนในประเทศ นอกจากนี้ยังจะส่งเสริมการใช้ทั้งเทคโนโลยีล่าสุดและแบบธรรมดาในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 มะเร็ง และอื่นๆ

    กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับมอบหมายให้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินโครงการ ในขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างสภาวะที่เป็นไปได้ทั้งหมดสำหรับนักพัฒนาเพื่อทำการศึกษา การทดลองทางคลินิก การรับรอง

    ธนาคารกลางเมียนมาอนุญาตให้ซื้อขายสกุลเงินหยวน-เยนได้

    ที่มาภาพ:https://elevenmyanmar.com/news/cbm-allows-trading-chinese-and-japanese-currencies

    ธนาคารกลางเมียนมาประกาศคำสั่ง (16/2021) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมอนุญาต ธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตธนาคารทุกแห่งที่มีใบอนุญาต ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต รับแลกเปลี่ยนเงินตรา และบริษัทและองค์กรทั้งหมดที่ถือใบอนุญาตรับแลกเปลี่ยนเงินตรา ทำการซื้อขายเงินหยวนของจีนและเยนญี่ปุ่นได้ ตั้งแต่วันที่12 ตุลาคม

    ก่อนหน้านี้เมียนมาอนุญาตให้ซื้อขายดอลลาร์สหรัฐ ยูโร ดอลลาร์สิงคโปร์ ริงกิตมาเลเซีย และบาทไทย