ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน
ท่ามกลางความสนใจของสังคม เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว จาก “สอนไซ สีพันดอน” มาเป็น “สะเหลิมไซ กมมะสิด” เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2569
ช่วงเวลาเดียวกัน ในอีกเจเนอเรชั่นหนึ่ง “ทองลี สีสุลิด” บุตรชายของ “ทองลุน สีสุลิด” เลขาธิการใหญ่ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ประธานประเทศ สปป.ลาว ก็มีความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ เป็นความเคลื่อนไหวที่กำลังสร้างบทบาททางการเมืองของเขาให้โดดเด่น ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
……
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 วันแรกของการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติลาว ชุดที่ 10 ซึ่งที่ประชุมมีมติรับรองการแต่งตั้งสะเหลิมไซ กมมะสิด ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ของลาว แทนสอนไซ สีพันดอน ที่ถูกโยกไปเป็นประธานสภาแห่งชาติ
วันเดียวกัน(5 ต.ค.69) ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ทองลี สีสุลิด กรรมการศูนย์กลางพรรค เลขาคณะบริหารงานศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว ได้นำคณะผู้แทนซาวหนุ่มเดินทางไปเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ
เพจสื่อมวลชนซาวหนุ่มลาว(Lao Youth Mass Media) รายงานว่า การเดินทางเยือนกัมพูชาของทองลีและคณะครั้งนี้ เป็นการตอบรับคำเชื้อเชิญจาก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และรองประธานพรรคประชาชนกัมพูชา(CPP) และยังเป็นประธานศูนย์กลางเยาวชนพรรคประชาชนกัมพูชาอีกตำแหน่งหนึ่ง
ฮุน มาเนต เป็นบุตรชายของฮุน เซ็น ประธานวุฒิสภา ประธานคณะองคมนตรีสูงสุดแห่งพระมหากษัตริย์ และประธานพรรคประชาชนกัมพูชา และหากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี เสด็จไปต่างประเทศ ฮุน เซ็น ก็จะรักษาการณ์ประมุขแห่งรัฐแทน

ทองลีและคณะมีกำหนดการปฏิบัติภารกิจในกัมพูชาระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2569 โดยมีภารกิจสำคัญ คือ
วันที่ 7 ตุลาคม ทองลีนำคณะเข้าเยี่ยมคำนับฮุน เซ็น และได้เข้าประชุมร่วมกับฮุน มาเนต
ตามการรายงานของเพจสื่อมวลชนซาวหนุ่มลาว ที่ประชุมระหว่างทองลีและฮุน มาเนตได้เห็นพ้องกันถึงทิศทางความร่วมมือขององค์กรเยาวชนลาวและกัมพูชา ประกอบด้วย
1.การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเยาวชนจากลาวกับกัมพูชาในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
2.ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจของเยาวชนจาก 2 ประเทศ สร้างโอกาสให้สมาคมธุรกิจหนุ่ม คนรุ่นใหม่ของลาวและกัมพูชาได้มีการพบปะ จับคู่ธุรกิจ แลกเปลี่ยนบทเรียนการค้า และการลงทุนร่วมกัน
3.ผลักดันความร่วมมือระดับท้องถิ่น ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนกิจกรรมด้านวัฒนธรรม กีฬา และการไปมาหาสู่กันของเยาวชนในจังหวัดชายแดน 2 ประเทศ ที่มีพื้นที่ติดกัน
วันที่ 8 ตุลาคม ทองลีนำคณะเข้าประชุมร่วมกับสาย ซัมอัล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งยังมีตำแหน่งเป็นรองประธานสหพันธ์เยาวชนกัมพูชา และประธานสหพันธ์เยาวชนกรุงพนมเปญด้วย
หนังสือพิมพ์ “ปะซาซน” สื่อทางการของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว รายงานว่าทั้ง 2 ฝ่าย ได้หารือถึงความร่วมมือกันใน 3 ด้าน ประกอบด้วย
1.การแลกเปลี่ยนผู้นำเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นผู้นำ การบริหารองค์กร และการพัฒนางานเยาวชน
2.ความร่วมมือในการพัฒนาทักษะดิจิตัล ปัญญาประดิษฐ์(AI) การฝึกอาชีพ การทำธุรกิจ และเศรษฐกิจสีเขียว
3.การส่งเสริมกิจกรรมความร่วมมือกันของเยาวชนในพื้นที่ชายแดน โดยเน้นงานอาสาสมัคร การพัฒนาชุมชน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
สาย ซัมอัล เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2523 เป็นบุตรของสาย ฌุม อดีตประธานพฤฒสภา หรือสภาสูงของกัมพูชา และรองประธานพรรคประชาชนกัมพูชา
สาย ซัมอัล เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลฮุน เซน ส่วนรัฐบาลฮุน มาเนต สาย ซัมอัล เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจัดการที่ดิน การผังเมือง และการก่อสร้าง ก่อนถูกดันขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี…
“ศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว” (ສູນກາງຊາວໜຸ່ມປະຊາຊົນປະຕິວັດລາວ) เป็นองค์กรจัดตั้งมหาชนที่เป็นกำลังสำคัญปีกหนึ่งของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2498 เดิมมีชื่อว่า “สมาคมซาวหนุ่มต่อสู้กู้ชาติ”
สถานะของศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาวเทียบเท่ากระทรวงในคณะรัฐบาล มีบทบาทและความเคลื่อนไหวในการรวบรวมสมาชิกซึ่งเป็นเยาวชน คนรุ่นใหม่ของลาว ที่มีอายุระหว่าง 15-30 ปี ปลูกฝังอุดมการณ์ ให้การศึกษา อบรม และนำพาสมาชิกให้ดำเนินไปตามแนวทาง นโยบายของพรรค
ตำแหน่งเลขาคณะบริหารงานศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว เทียบเท่ารัฐมนตรี
ภาระบทบาทและหน้าที่เบื้องต้นของศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว มี 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย
- ด้านการเมือง-แนวคิด ให้การศึกษา อบรมเยาวชนให้มีความรักชาติ มีความจงรักภักดีต่อพรรคและระบอบการปกครอง
- ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคม ผลักดันกระบวนการ”ซาวหนุ่ม 4 บุก” คือการบุกด้านแนวคิด , บุกด้านการฝึกฝน หล่อหลอม และร่ำเรียน , บุกด้านการจัดตั้ง และบุกด้านวิชาชีพ การสร้างงาน พร้อมจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาเยาวชนไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- ด้านการปกป้องสิทธิ-ผลประโยชน์ เป็นตัวแทนในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของเยาวชนลาว
- ด้านการต่างประเทศ ติตต่อให้ความร่วมมือกับองค์กรจัดตั้งด้านเยาวชนของประเทศเพื่อนมิตร เช่น เวียดนาม และจีน รวมถึงองค์กรเยาวชนของประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน และนานาชาติ
ทองลี สีสุลิด เคยเป็นรองเลขาคณะบริหารงานศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาวมาก่อน เขาถูกเลือกจากที่ประชุมใหญ่ผู้แทนซาวหนุ่มทั่วประเทศ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ให้เป็นเลขาคณะบริหารงานศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว ต่อจากมอนไซ ลาวมัวซ่ง…
วันที่ 6 มกราคม 2569 เป็นวันเปิดการประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 12 ที่หอประชุมแห่งชาติ โดยใช้เวลาประชุมรวม 3 วัน
พรรคประชาชนปฏิวัติลาวจัดประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศทุก 5 ปี เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ
ทองลีที่เพิ่งเป็นเลขาคณะบริหารงานศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาวได้ไม่ถึงครึ่งปี ได้เข้าร่วมการประชุมผู้แทนทั่วประเทศของพรรคครั้งที่ 12 ด้วย
ก่อนการประชุม ทองลีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนลาวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพราะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญต่อการเติบโต ขยายตัวของพรรค ในการบริหารประเทศชาติมาตลอด 70 ปี
ที่ประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวระหว่างวันที่ 6-8 มกราคม 2569 ได้มีการเลือกตั้งคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคสมัยที่ 12 ประกอบด้วย กรรมการสมบูรณ์ 73 คน และกรรมการสำรองอีก 15 คน
ทองลุน สีสุลิด ได้ถูกเลือกให้เป็นเลขาธิการใหญ่ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว เป็นสมัยที่ 2 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี (2569-2573)
ทองลี บุตรชาย ถูกเลือกเข้าเป็น 1 ใน 73 คน ของคณะกรรมการสมบูรณ์ คณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว โดยมีรายชื่ออยู่ในลำดับที่ 60…
วันที่ 28 เมษายน 2569 ทองลีได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ผู้แทนแนวลาวสร้างชาติทั่วประเทศ ครั้งที่ 12 เขามีโอกาสได้ขึ้นกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมในหัวข้อ “การจัดตั้งปฏิบัติเนื้อใน 4 ร่วม ระหว่างแนวลาวสร้างชาติ , สหพันธ์นักรบเก่า และองค์การจัดตั้งมหาชนของพรรค” มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
ผลสำเร็จการจัดตั้งปฏิบัติ 4 ร่วม ใน 5 ปีที่ผ่านมา ศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาวได้ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคีในการปรับปรุงรากฐานการเมืองและแก้ไขปัญหาในสังคม มีตัวอย่างผลสำเร็จที่โดดเด่น ได้แก่
- การร่วมศึกษาอบรม สร้างความเป็นเอกภาพด้านแนวคิดทั่วสังคม
- การร่วมติดตามตรวจตรา ปกป้องสิทธิ ผลประโยชน์ของประชาชนตามระเบียบ กฎหมาย
- การร่วมสร้างกระบวนการ จัดกิจกรรม เช่น กีฬา การกุศล และการลงใกล้ชิด ติดตามรากฐาน
- การร่วมสร้างรายรับ จัดตั้งสำนักงานประสานงาน 3 องค์การจัดตั้งมหาชนภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่รากฐาน
บทบาทของซาวหนุ่มต่อเศรษฐกิจ ศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาวได้เน้นการสร้างเศรษฐกิจเอกราช เป็นของตนเอง โดยเปลี่ยนจากการโฆษณามาเป็นการสร้างอาชีพ เพื่อสร้างงานทำที่แท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงาน และยกระดับซาวหนุ่มให้เป็นกำลังการผลิตที่ทันสมัย
สำหรับในอนาคต ทองลีได้เสนอ 4 แนวทางเพื่อยกระดับบทบาทขององค์กรภาคี คือ
1.เพิ่มการศึกษาอบรม-มุ่งสู่รากฐานที่เกี่ยวพันธ์กับขบวนการรักชาติ และพัฒนาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวาง
2.ยุทธศาสตร์การสร้างคน-พัฒนาฝีมือแรงงานที่มีวินัย และยกระดับขีดความสามารถให้ทันกับยุคสมัย
3.เปลี่ยนไปสู่ดิจิตัล-เชื่อมต่อข้อมูลเยาวชนกับตลาดแรงงาน และใช้เทคโนโลยีเข้าไปในงานสื่อมวลชนให้กว้างขวางขึ้น
4.สร้างโครงการรวมศูนย์ร่วมกัน เช่น โครงการเศรษฐกิจครอบครัว สิ่งแวดล้อมสีเขียว และการแก้ไขปัญหาในกลุ่มวัยรุ่น
“แนวลาวสร้างชาติ” (ແນວລາວສ້າງຊາດ) เป็นองค์กรแนวร่วมทางการเมืองและสังคมภายใต้ปีกพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2522 มีภารกิจและบทบาทสำคัญ ได้แก่
- รวมพลังมวลชน ทำหน้าที่รวบรวมประชาชนทุกชนเผ่าในลาวให้สนับสนุนนโยบายของพรรคและรัฐ
- รับผิดชอบงานชนกลุ่มน้อยและศาสนา โดยองค์กรทางศาสนาทุกแห่งในลาว ต้องขึ้นทะเบียนและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแนวลาวสร้างชาติ
- เป็นองค์กรกึ่งพรรค-รัฐ ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างพรรคกับภาคประชาสังคม และสร้างเสถียรภาพทางการเมือง…

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ก่อนวันปิดประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติลาว ชุดที่ 10 เพียง 1 วัน ทองลีนำคณะไปเยือนเวียดนาม และร่วมประชุมกับ บุย กวาง ฮุย เลขาธิการคนแรกของคณะกรรมการกลาง สหภาพเยาวชนคอมมิวนิสต์โฮจิมินห์ ซึ่งเป็นองค์กรเยาวชนที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของเวียดนาม
บุย กวาง ฮุย ปัจจุบันอายุ 49 ปี ถูกเลือกเป็นเลขาธิการ คณะกรรมการกลางสหภาพเยาวชนคอมมิวนิสต์โฮจิมินห์ มาตั้งแต่ปี 2565 นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการเยาวชนแห่งชาติเวียดนาม , กรรมการส่วนกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และสมาชิกสภาแห่งชาติเวียดนามอีกด้วย
ผลการประชุม ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเห็นชอบแนวทางความร่วมมือระหว่างกันใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.ขยายการศึกษา อบรม เกี่ยวกับมรดกมิตรภาพ : ส่งเสริมการใช้สื่อดิจิตัลและกิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ร่วมกัน พร้อมทั้งศึกษาการตั้งโครงการ”ความทรงจำ ภาพประวัติศาสตร์ลาว-เวียดนาม”ในรูปแบบคลังข้อมูล หรือนิทรรศการดิจิตัล ในปี 2570
2.ยกระดับการแลกเปลี่ยนเยาวชน : จัดการแลกเปลี่ยนตัวแทนเยาวชน ค่ายพักร้อนอย่างต่อเนื่อง ศึกษาขยายกิจกรรมความร่วมมือด้านการพัฒนาเยาวชน ผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ ทักษะดิจิตัล และงานอาสาสมัคร
3.ผลักดันความร่วมมือระดับท้องถิ่น : ส่งเสริมให้องค์กรเยาวชนในพื้นที่ชายแดนร่วมจัดกิจกรรมอาสาสมัคร ปกปักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการศึกษา และพัฒนาทักษะอาชีพ
4.เพิ่มการประสานงาน : ร่วมฝึกอบรมพนักงานเยาวชน โดยใช้ศูนย์ฝึกเยาวชนลาว-เวียดนามให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งเพิ่มการประสานงานกับเวทีเยาวชนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ…
การประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติลาว ชุดที่ 10 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-21 ตุลาคม 2569
ก่อนเปิดการประชุมไม่กี่วัน มีข่าวกระจายไปทั่วชุมชนออนไลน์ของลาวอย่างกว้างขวางว่า ในการประชุมครั้งนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยโยกสอนไซ สีพันดอน ไปเป็นประธานสภาแห่งชาติ และแต่งตั้งสะเหลิมไซ กมมะสิด ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน
นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้งทองลี สีสุลิด จากเลขาคณะบริหารงานศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว มาเป็นรัฐมนตรี หัวหน้าห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี เพื่อจะได้ทำงานใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีสะเหลิมไซ
ข่าวนี้ ถูกต้องเพียงการเปลี่ยนตัวบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่จนถึงวันปิดการประชุม(21 ตุลาคม 2569) ไม่ปรากฏว่ามีการแต่งตั้งทองลี ขึ้นเป็นรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม หากดูเส้นทางการเมืองของผู้ที่เคยเป็นเลขาคณะบริหารงานศูนย์กลางซาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว 2 คนก่อนหน้าทองลี ล้วนได้รับการสนับสนุนให้มีบทบาทที่สูงขึ้น
มอนไซ ลาวมัวซ่ง เลขาฯคนก่อนหน้าทองลี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานสภาแห่งชาติลาว
อาลุนไซ สูนนะลาด ที่เป็นเลขาฯก่อนหน้ามอนไซ ถูกดันจากเลขาฯขึ้นเป็นรัฐมนตรี หัวหน้าห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี ในสมัยของนายกรัฐมนตรีพันคำ วิพาวัน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565
ปัจจุบัน อาลุนไซเป็นเลขาธิการคณะบริหารงานพรรคแขวงจำปาสัก และประธานสภาประชาชนแขวงจำปาสัก
……
ปัจจุบัน ภายในลาว เรียกได้ว่าทองลุน สีสุลิด บิดาของทองลี นับเป็นผู้ที่มีบทบาทและบารมีสูงสุด
สะเหลิมไซ กมมะสิด นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ก็เป็นบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดกับทองลุนมานาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐกร นักการทูตในกระทรวงการต่างประเทศ
ในเจเนอเรชั่นถัดไป ทองลี สีสุลิด ผู้เป็นบุตรชาย ยังมีโอกาสได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ แสดงผลงานให้ทุกคนได้เห็นเป็นประจักษ์ ก่อนจะขยับบทบาททางการเมืองของตนเองให้โดดเด่นขึ้นในช่วงต่อจากนี้...



