นายกฯ เล็งปรับโครงสร้างพลังงาน-บรรเทาผลกระทบปชช. – มติ ครม. ไฟเขียวร่างแถลงนโยบาย

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ครม. (นัดพิเศษ) ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th

  • นายกฯ ยอมรับวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง แถลงข้อเท็จจริงให้ ปชช. ปรับตัว
  • เตรียม “ลดงบประมาณรัฐ-ปรับโครงสร้างพลังงาน-มาตรการช่วยเหลือ”
  • เห็นชอบร่างแถลงนโยบาย ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนประเทศ
  • แต่งตั้ง ‘วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล’ ที่ปรึกษานายกฯ – ‘รัชดา ธนาดิเรก’ เป็นโฆษกฯ

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ครม. (นัดพิเศษ) ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ เตรียม “ลดงบประมาณรัฐ-มาตรการช่วยเหลือ”

นายอนุทิน แถลงมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์ดังกล่าวว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลกทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลางถึงประมาณร้อยละ 50

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นตามลำดับ และยกระดับสู่การโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในอนาคตเหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาผลิตได้ตามปกติ ดังนั้น ราคาพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีจะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง

นายอนุทินกล่าวต่อว่า รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อ “ให้เกิดความเข้าใจ” และ “พร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต” เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนจะทำงานหนัก เพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ โดยสิ่งที่รัฐบาลจะทำ ดังนี้

  1. ปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือลดผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก
  2. ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน  โดยเร็วที่สุด
  3. จัดมาตรการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

“เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก ‘ต้องยอมรับความจริง’ และต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ เชื่อว่าความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคนจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้”

มติ ครม. มีดังนี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี ที่มาภาพ www.thaigov.go.th

เห็นชอบร่างแถลงนโยบาย ชู 5 เสาหลัก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านเศรษฐกิจ (2) ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง (3) ด้านสังคม (4) ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ (5) ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

นางสาวรัชดากล่าวต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดความชะงักงัน ปริมาณลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และด้านความมั่นคงด้วย

โดยการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ จะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” โดยจะรวมพลังภาคเอกชนและประชาชน ปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ   โดยกลไกการบริหารราชการในรูปแบบ “Cluster” แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่

  1. ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
  2. ด้านการผลิต การค้าและบริการ
  3. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  4. ด้านสังคมและสวัสดิการ
  5. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

“รัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จะมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารได้ผ่านทาง www.thaigov.go.th” นางสาวรัชดา กล่าว

ตั้ง ‘วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล’ ที่ปรึกษานายกฯ – ‘รัชดา’ นั่งโฆษกฯ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอจำนวน 4 ตำแหน่ง ได้แก่

  1. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
  2. พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
  3. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
  4. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป