
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางศาสนามากที่สุดในโลกโดยรวม ขณะที่สหรัฐอเมริกาติดอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีประชากรขนาดใหญ่มาก ส่วนในระดับภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก มีความหลากหลายทางศาสนามากที่สุดจากทั้ง 6 ภูมิภาค จากรายงานวิจัยล่าสุดของ Pew Research Center
Pew Research Center ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ระดับโลก Religious Diversity Around the World ซึ่งรวบรวมข้อมูลความหลากหลายทางศาสนาใน 201 ประเทศทั่วโลก โดยผลการศึกษานี้เผยแพร่อย่างเป็นทางการหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบ ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนมานานหลายปี (นับจากช่วงเริ่มต้นเก็บข้อมูล)
การศึกษานี้อาศัยข้อมูลจากการสำมะโนประชากรระดับชาติ การสำรวจประชากรขนาดใหญ่ และสถิติประชากรอย่างเป็นทางการ ซึ่งทาง Pew Research Center ได้นำมาคำนวณเป็น ดัชนีความหลากหลายทางศาสนา (Religious Diversity Index – RDI) เพื่อวัดความสมดุลของการกระจายตัวของกลุ่มศาสนาต่าง ๆ ในแต่ละประเทศ
ข้อค้นพบสำคัญส่วนหนึ่งจากการวิเคราะห์ของ Pew Research Center เกี่ยวกับความหลากหลายทางศาสนาทั่วโลก เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Pew-Templeton Global Religious Futures ที่มุ่งทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาในระดับโลกและผลกระทบต่อสังคม
Pew Research Center ได้จัดอันดับประเทศและดินแดนทั้งหมด 201 แห่ง โดยใช้ดัชนีความหลากหลายทางศาสนา (Religious Diversity Index: RDI) ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0 (ประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาเดียวทั้งหมด) ถึง 10 (ประเทศที่มีการกระจายตัวของทั้ง 7 กลุ่มอย่างสมดุลสมบูรณ์ โดยแต่ละกลุ่มมีสัดส่วนราว 14% ของประชากร)
นอกจากการจัดอันดับประเทศตามคะแนนดัชนีความหลากหลายทางศาสนา (Religious Diversity Index: RDI) แล้ว Pew Research Center ยังจัดกลุ่มประเทศและภูมิภาคของโลกออกเป็น 5 ระดับของความหลากหลาย ตั้งแต่ระดับสูงมากไปจนถึงต่ำมาก
การจัดเรียงประเทศตามระดับความหลากหลายโดยรวมช่วยให้เห็นได้ว่าภูมิภาคใดของโลกมีความหลากหลายทางศาสนามากหรือน้อยที่สุด และผู้คนมักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายสูงหรือต่ำมากกว่า
ประเทศและดินแดนที่มีคะแนนตั้งแต่ 7.0 ถึง 10.0 จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความหลากหลายทางศาสนาสูงมาก ส่วนพื้นที่ที่มีคะแนนต่ำกว่า 1.0 จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความหลากหลายต่ำมาก
จากประเทศและดินแดน 201 แห่งในการวิเคราะห์นี้ กลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดคือระดับความหลากหลายปานกลาง (89 แห่ง) ขณะที่หลายประเทศอยู่ในระดับต่ำ (30) หรือ ต่ำมาก (41) และมีจำนวนน้อยกว่าในระดับสูง (33) และสูงมาก (8)

สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ของโลก
สิงคโปร์ได้คะแนนสูงถึง 9.3 จาก 10 คะแนน ในดัชนีความหลากหลายทางศาสนา (Religious Diversity Index) ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในโลก
ชาวพุทธ (31%) เป็นกลุ่มศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ แต่ประชากรของประเทศยังประกอบด้วยผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ศาสนา (20%) ชาวคริสต์ (19%) ชาวมุสลิม (16%) ชาวฮินดู (5%) และผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ รวมกันอีก (9%)
ซูรินามมีด้านความหลากหลายทางศาสนาสูงอันดับสอง และเป็นประเทศเดียวในลาตินอเมริกาที่ติด 10 อันดับแรก ประชากรราวครึ่งหนึ่งของประเทศ (53%) เป็นชาวคริสต์ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู (22%) ชาวมุสลิม (13%) และผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนา (8%)
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ใน 10 อันดับแรกส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (ไต้หวัน เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย) หรือในแอฟริกาซับซาฮารา (มอริเชียส กินี-บิสเซา โตโก และเบนิน)
ฝรั่งเศสเป็นประเทศยุโรปเพียงประเทศเดียวที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ (46%) และผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนา (43%) พร้อมด้วยชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่มีสัดส่วนค่อนข้างมาก (9%)
สหรัฐอเมริกาไม่ได้อยู่ใน 10 ประเทศที่มีความหลากหลายทางศาสนามากที่สุดของโลก (อยู่อันดับที่ 32 โดยรวม) แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะ 10 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด สหรัฐอเมริกามีความหลากหลายทางศาสนาสูงเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือไนจีเรีย รัสเซีย อินเดีย และบราซิล
การวิเคราะห์นี้แบ่งประชากรโลกออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ ชาวคริสต์ ชาวมุสลิม ชาวฮินดู ชาวพุทธ ชาวยิว ผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ ทั้งหมด และผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ศาสนา จากนั้นวัดว่ากลุ่มเหล่านี้มีการกระจายตัวอย่างสมดุลเพียงใดภายในแต่ละประเทศหรือดินแดน
ด้วยคะแนน 9.3 สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการกระจายตัวของกลุ่มศาสนาใกล้เคียงสมดุลที่สุด เมื่อเทียบกันแล้ว เกาหลีใต้ได้ 7.3 ฝรั่งเศสได้ 6.9 และสหรัฐอเมริกาได้ 5.8
ไม่มีประเทศใดในการวิเคราะห์ได้คะแนน 10 แต่มีสามประเทศที่ได้คะแนนใกล้ศูนย์ จึงเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางศาสนาน้อยที่สุดในโลก ได้แก่ เยเมน อัฟกานิสถาน และโซมาเลีย โดยในแต่ละประเทศ ชาวมุสลิมมีสัดส่วนตั้งแต่ 99.8% ขึ้นไปของประชากร
โดยรวมแล้ว ใน 8 จาก 10 ประเทศและดินแดนที่มีความหลากหลายทางศาสนาน้อยที่สุด ประชากรอย่างน้อย 99% เป็นชาวมุสลิม ส่วนอีกสองแห่ง ได้แก่ ติมอร์-เลสเต และมอลโดวา มีประชากรเกือบทั้งหมดเป็นชาวคริสต์

เอเชียแปซิฟิกมีความหลากหลายสูงสุด
ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีคะแนน RDI โดยรวมอยู่ที่ 8.7 อยู่ในระดับความหลากหลายสูงมาก และเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางศาสนามากที่สุดในบรรดา 6 ภูมิภาคที่ทำการศึกษา
เมื่อพิจารณาในภาพรวม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของประชากรหลายล้านคน ทั้งผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ศาสนา ชาวมุสลิม ชาวฮินดู ชาวพุทธ ชาวคริสต์ และผู้ที่อยู่ในกลุ่ม “ศาสนาอื่น ๆ” โดยมีเพียงชาวยิวเท่านั้นที่เป็นกลุ่มศาสนาหลักเพียงกลุ่มเดียวที่มีสัดส่วนประชากรน้อยในภูมิภาคนี้
ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไม่มีศาสนาใดมีสัดส่วนใหญ่ กลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดคือผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ศาสนา ซึ่งมีเพียงประมาณหนึ่งในสามของประชากรทั้งภูมิภาคเท่านั้น
สามภูมิภาคในการวิเคราะห์นี้มีระดับความหลากหลายทางศาสนาสูง ได้แก่ อเมริกาเหนือ (มีคะแนน RDI 6.0) แอฟริกาซับซาฮารา (5.9) และยุโรป (5.6) โดยในแต่ละภูมิภาค ชาวคริสต์เป็นประชากรส่วนใหญ่ของภูมิภาคนั้นทั้งหมด ส่วนกลุ่มที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง ได้แก่ ผู้ที่ไม่สังกัดศาสนาในอเมริกาเหนือและยุโรป และชาวมุสลิมในแอฟริกาใต้ซาฮารา(sub-Saharan Africa) ซึ่งมีสัดส่วนตั้งแต่หนึ่งในสี่ของประชากรขึ้นไป
ภูมิภาคลาตินอเมริกา–แคริบเบียนอยู่ในกลุ่มที่มีความหลากหลายระดับปานกลาง โดยมีคะแนน RDI อยู่ที่ 3.1 ภูมิภาคนี้มีชาวคริสต์เป็นคนส่วนใหญ่ และมีสัดส่วนผู้ไม่สังกัดศาสนาในระดับพอประมาณ
ส่วนภูมิภาคตะวันออกกลาง–แอฟริกาเหนือ มีคะแนน RDI เพียง 1.3 จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความหลากหลายต่ำ และเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางศาสนาน้อยที่สุดในการศึกษา โดยประชากรร้อยละ 94 เป็นชาวมุสลิม ภูมิภาคนี้ยังรวม 5 ใน 10 ประเทศและดินแดนที่มีความหลากหลายทางศาสนาน้อยที่สุดในโลก ได้แก่ เยเมน โมร็อกโก เวสเทิร์นซาฮารา อิรัก และตูนิเซีย

ความหลากหลายทางศาสนาในสังคมขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
หากพิจารณาเฉพาะ 10 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ซึ่งแต่ละประเทศมีประชากรอย่างน้อย 120 ล้านคน พบว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางศาสนามากที่สุด
ในปี 2563 ชาวคริสต์มีสัดส่วนประมาณ 64% ของประชากรสหรัฐ ขณะที่ผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนามีราว 30% ส่วนที่เหลืออีก 6% ได้แก่ ชาวมุสลิม ฮินดู พุทธ ยิว และผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ โดยแต่ละกลุ่มมีประมาณ 1%–2%
ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางศาสนามากเป็นอันดับสองในกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ โดยชาวมุสลิมและคริสต์ ซึ่งเป็นสองกลุ่มหลัก ต่างมีสัดส่วนมากกว่า 40% ของประชากร และถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนระหว่างสองศาสนาใกล้เคียงกันมากที่สุด
ในทางตรงกันข้าม ปากีสถาน ซึ่งมีประชากรมุสลิม 97% เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางศาสนาน้อยที่สุดในบรรดา 10 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด
คะแนน RDI ของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกมีช่วงกว้าง ตั้งแต่ 5.8 ในสหรัฐอเมริกา ไปจนถึง 0.8 ในปากีสถาน โดยรวมแล้ว 10 ประเทศนี้คิดเป็นเกือบ 60% ของประชากรโลก

เกือบทุกประเทศกลุ่มศาสนาเดียวเป็นคนส่วนใหญ่
แม้บางพื้นที่ของโลกจะมีความหลากหลายทางศาสนาสูง แต่โดยทั่วไปแล้ว ประชากรในประเทศต่างๆมักประกอบด้วยกลุ่มศาสนาเดียวเป็นหลัก
ใน 194 ประเทศและดินแดน ประชากรอย่างน้อย 50% อยู่ในกลุ่มศาสนาเดียว และในจำนวนนี้มี 43 แห่งที่ประชากรอย่างน้อย 95% นับถือศาสนาเดียวกัน โดยส่วนใหญ่เป็นประเทศมุสลิม (25 แห่ง) คริสต์ (17 แห่ง) และพุทธ (1 แห่ง)
นอกจากนี้ หลายประเทศยังมีศาสนากลุ่มที่สองซึ่งคิดเป็นสัดส่วนของประชากรส่วนใหญ่ที่เหลือ
มีเพียง 49 ประเทศเท่านั้นที่มีศาสนาอย่างน้อยสามกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีสัดส่วนตั้งแต่ 5% ขึ้นไป และในจำนวนนี้มี 7 แห่ง (กินี-บิสเซา มาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา ซูรินาม ไต้หวัน และโตโก) ที่มีอย่างน้อยสี่ศาสนา แต่ละศาสนามีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 5%
มี 7 ประเทศที่มีกลุ่มไม่ฝักใฝ่ศาสนาเป็นคนส่วนใหญ่ ได้แก่ สหราชอาณาจักร มอริเชียส เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ไอวอรีโคสต์ และสิงคโปร์
10 ประเทศที่ประชากรเกือบเท่า ๆ กันระหว่างสองศาสนา
ใน 173 ประเทศและดินแดน ประชากรอย่างน้อย 90% นับถืองเพียง 2 จาก 7 กลุ่มศาสนาที่ทำการศึกษา ซึ่งบางแห่งทำให้มีสัดส่วนที่ค่อนข้างสมดุล Pew Research Center ได้คำนวณ “คะแนนความแบ่งแยกทางศาสนา” เพื่อวิเคราะห์ว่าประชากรถูกแบ่งอย่างเท่าเทียมเพียงใด
เอริเทรียอยู่อันดับหนึ่งของตัวชี้วัดนี้ โดยในปี 2020 มีการแบ่งเกือบเท่ากันระหว่างชาวมุสลิม (52%) และชาวคริสต์ (47%)
ไนจีเรียและบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งอยู่อันดับสองและสามตามลำดับ ก็มีสัดส่วนชาวคริสต์และมุสลิมจำนวนมากเช่นกัน
ในบรรดา 10 ประเทศที่มีสัดส่วนทางศาสนาใกล้เคียงกันมากที่สุดนั้น มี 6 ประเทศที่เป็นการแบ่งระหว่างคริสต์กับมุสลิม ส่วนอีก 4 ประเทศ แบ่งระหว่างคริสต์กับผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนา (อุรุกวัย และเอสโตเนีย) หรือระหว่างพุทธกับผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนา (มองโกเลีย และญี่ปุ่น)

คนอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายทางศาสนามากแค่ไหน?
ประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในประเทศและเขตปกครองที่มีความหลากหลายทางศาสนาในระดับปานกลาง
มีเพียง 1% ของประชากรโลกเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายสูงมาก อีก 19% อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายสูง ขณะที่ส่วนที่เหลืออยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายต่ำ (9%) หรือ ต่ำมาก (12%)
ชาวมุสลิม เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มอาศัยอยู่ในประเทศและดินแดนที่มีความหลากหลายต่ำมากมาก แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายปานกลางจำนวนมากด้วย เนื่องจากชาวมุสลิมจำนวนมากอยู่ในประเทศตะวันออกกลาง–แอฟริกาเหนือ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และในประเทศเอเชียที่มีความหลากหลายปานกลาง เช่น อินโดนีเซียและอินเดีย
ชาวคริสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่กระจายตัวทางภูมิศาสตร์มากที่สุดในการวิเคราะห์นี้ มีแนวโน้มอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความหลากหลายปานกลางมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ชาวคริสต์จำนวนมากยังอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความหลากหลายสูง เช่น สหรัฐอเมริกา ไนจีเรีย และเอธิโอเปีย
ผู้ไม่นับถือศาสนา ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายปานกลาง เช่น จีน ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนาถึงสองในสามของโลก
ชาวยิว กระจายอยู่เกือบเท่า ๆ กันระหว่างประเทศที่มีความหลากหลายปานกลางและสูง โดยเกือบ 40% ของชาวยิวทั่วโลกอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา (ประเทศที่มีความหลากหลายสูง) และ 46% อยู่ในอิสราเอล (ความหลากหลายปานกลาง)
ชาวฮินดู อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายปานกลางเป็นหลัก เนื่องจากชาวฮินดูส่วนใหญ่ของโลก (95%) อยู่ในอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความหลากหลายปานกลาง
ชาวพุทธ กระจายตัวค่อนข้างสมดุลในทั้งห้าระดับของความหลากหลายทางศาสนา โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีความหลากหลายปานกลาง (38%) หรือสูง (31%) และยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีแนวโน้มอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายสูงมาก เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน
การเปลี่ยนแปลงของความหลากหลายทางศาสนาตั้งแต่ปี 2553
โดยภาพรวม ระดับความหลากหลายทางศาสนาทั่วโลกแทบไม่เปลี่ยนแปลงมากนักระหว่างปี 2553 ถึง 2563 เนื่องจากโครงสร้างศาสนาของประเทศส่วนใหญ่ค่อนข้างคงที่
อย่างไรก็ตาม คะแนน RDI ของกว่า 20 ประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษนั้น สาเหตุหลักมาจากการที่ชาวคริสต์จำนวนมากเลิกยึดโยงกับศาสนา ในพื้นที่ที่ประชากรคริสต์ขนาดใหญ่ลดลง และกลุ่มผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนาที่เดิมมีขนาดเล็กเพิ่มขึ้น คะแนน RDI จะสูงขึ้น แต่ในพื้นที่ที่กลุ่มไม่ฝักใฝ่ศาสนามีจำนวนมากอยู่แล้วและเพิ่มขึ้นอีก คะแนน RDI จะลดลง
การเปลี่ยนแปลงของคะแนน RDI ยังทำให้ระดับความหลากหลายทางศาสนาในบางประเทศเปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกามีระดับความหลากหลายเพิ่มจาก “ปานกลาง” เป็น “สูง” ในช่วงทศวรรษดังกล่าว เนื่องจากชาวคริสต์ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ลดลง 14 จุด เหลือ 64% ในปี 2563 และชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นไม่ระบุศาสนา ในทำนองเดียวกัน ไอร์แลนด์เพิ่มจาก “ต่ำ” เป็น “ปานกลาง” เมื่อสัดส่วนคริสต์ลดลง 11 จุด เหลือ 81%
ในทางกลับกัน บางประเทศมีคะแนน RDI ลดลง เช่น เนเธอร์แลนด์ ซึ่งสัดส่วนผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนาที่มีจำนวนมากอยู่แล้วนั้นเพิ่มขึ้นอีก 9 จุด เป็น 54% ขณะที่ประชากรคริสต์ลดลง ส่งผลให้ระดับความหลากหลายทางศาสนาของประเทศลดจาก “สูงมาก” ในปี 2553 เป็น “สูง” ในปี 2563


