ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: แอร์เอเชีย QZ8501 สูญหาย พบแล้วใต้ทะเลชวา กู้ได้แล้ว 30 ศพ – ร้านญี่ปุ่นขายข้าวเปล่าถ้วยละ 100 บาทลูกค้าถึงกับร้อง

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 28 ธันวาคม – 3 มกราคม 2558

  • แอร์เอเชีย QZ8501 สูญหาย-พบใต้ทะเลชวา กู้ได้แล้ว 30 ศพ
  • ร้านญี่ปุ่นขายข้าวเปล่าถ้วยละ 100 บ. ลูกค้าถึงกับร้อง
  • เหตุตายสยองยกบ้าน 5 ศพ รับปีใหม่ คาดเหตุน้อยใจเงินไม่พอใช้
  • วัยรุ่นนครปฐมคะนองยิงปืนขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ – ตร. เร่งล่า
  • งานปีใหม่ชาวเซี่ยงไฮ้เหยียบกันตาย 36 ศพ

แอร์เอเชีย QZ8501 หาย-พบใต้ทะเลชวา กู้ได้แล้ว 30 ศพ

ที่มาภาพ: http://www.bbc.com/news/world-asia-30654163

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกสังคมออนไลน์มีการแสดงความเสียใจและแชร์ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินแอร์เอเขีย เที่ยวบินที่ QZ8501 พร้อมลูกเรือและผู้โดยสาร 162 คน ที่ขาดการติดต่อหลังออกเดินทางจากเมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ไปยังสนามบินนานาชาติชางงี ประเทศสิงคโปร์ เวลา 08.30 น. ในเช้าวันที่ 28 ธันวาคม 2557

หลังเครื่องบินออกจากเมืองสุราบายา พบว่ากัปตันเครื่องบินได้แจ้งขอเปลี่ยนเส้นทางบิน เนื่องจากเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้าย และขอเพิ่มความสูงจาก 32,000 ฟุต เป็น 38,000 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล เพื่อหลบหลีกกลุ่มเมฆที่จับตัวหนา ก่อนเครื่องบินจะหายไปจากเรดาร์ ซึ่งกัปตันผู้ควบคุมเครื่องบินมีชั่วโมงบินทั้งสิ้น 6,100 ชั่วโมง ส่วนนักบินผู้ช่วยมีชั่วโมงบินทั้งสิ้น 2,275 ชั่วโมง และในวันเดียวกันนั้นเอง สายการบินแอร์เอเชียออกแถลงการณ์ฉบับแรก ระบุว่า เครื่องบินโดยสารแอร์บัส A320-200 เที่ยวบิน QZ8501 ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน

ต่อมา 30 ธันวาคม 2557 2 วันหลังการสูญหาย ทีมค้นหาพบชิ้นส่วนประตูฉุกเฉินของเครื่องบิน ใกล้ช่องแคบการีมาตา ห่างจากเมืองพังกาลันบันไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 110 ไมล์ทะเล จากนั้นเริ่มพบศพผู้โดยสารและได้ทำการค้นหารายอื่นต่อไปท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย

ล่าสุดเมื่อ 2 มกราคม 2558 หรือ 5 วันหลังการสูญหาย บีบีซีรายงานความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาร่างผู้โดยสารว่า ทีมค้นหาพบร่างผู้โดยสารแล้ว 30 ราย และผู้เสียชีวิตที่พบเพิ่มบางส่วนยังคงนั่งอยู่บนเบาะที่นั่งของตัวเอง และไม่พบศพใดสวมเสื้อชูชีพ

ขณะเดียวกัน ข่าวจากข้อมูลชี้แจงฉบับที่ 9 ของสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย วันที่ 2 มกราคม 2558 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้ประสบภัยพิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Disaster Victim Identification of Police Department Republic of Indonesia หรือ DVI POLRI) ได้ตรวจอัตลักษณ์บุคคลและยืนยันรายชื่อผู้โดยสารแล้วทั้งสิ้น 4 คน จากจำนวนร่างของผู้โดยสารของเที่ยวบิน QZ8501 ที่ค้นพบแล้ว 22 คน เท่านั้น โดยสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย ได้ทำพิธีส่งมอบร่างของผู้โดยสารที่ยืนยันได้ให้แก่ครอบครัวที่โรงพยาบาลบายังคารา เมืองสุราบายาแล้ว

ที่มาภาพ: http://www.bbc.com/news/world-asia-30632735

ทั้งนี้ ผู้สูญหายทั้งหมดแบ่งเป็นผู้ใหญ่ 137 ราย เด็ก 17 ราย ทารก 1 ราย ประกอบด้วยเชื้อสายสิงคโปร์ 1 ราย มาเลเซีย 1 ราย เกาหลีใต้ 3 ราย อังกฤษ 1 ราย อินโดนีเซีย 149 ราย ส่วนลูกเรือทั้งหมด 7 ราย เป็นชาวอินโดนีเซีย 6 ราย และฝรั่งเศส 1 ราย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเร่งหาร่างผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ต่อไป โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และออสเตรเลียเข้ามาช่วยเหลือในการค้นหากล่องดำ แต่ด้วยคลื่นทะเลแรงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ดี สาเหตุและรายละเอียดการตกของเครื่องบินยังคงไม่มีใครทราบอย่างชัดเจน จนกว่าจะค้นพบกล่องดำซึ่งจะช่วยคลี่คลายเงื่อนงำทั้งหมด

ร้านญี่ปุ่นขายข้าวเปล่าถ้วยละ 100 บ. ลูกค้าถึงกับร้อง

Screen Shot 2558-01-02 at 10.18.10 PM
ที่มาภาพ: http://pantip.com/topic/33043725/comment196
1419919880-image-o
ที่มาภาพ: http://pantip.com/topic/33043725

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา สมาชิกเว็บบอร์ดพันทิปได้โพสต์เล่าเรื่องราวหลังไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นซูชิโอตารุ ย่านทองหล่อ ที่ต้องตกใจเมื่อเรียกเก็บค่าอาหารแล้วพบว่าราคาข้าวเปล่าถ้วยละ 100 บาท เมื่อสอบถามทางผู้จัดการก็ได้รับคำตอบว่า “เป็นข้าวญี่ปุ่นแท้ นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีราคาแพงกว่าข้าวทั่วไป”

จากเหตุการณ์ในสังคมออนไลน์มีการแชร์กระทู้ “ยุคนี้อะไรก็แพงครับ แต่เจอข้าวเปล่าถ้วยละ 100 นี่ทำใจไม่ได้จิงๆ” อย่างแพร่หลายและตั้งคำถามว่าอาหารประเภทข้าวเปล่าในร้านนี้ราคาแพงเกินไปหรือไม่ โดยรายละเอียดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556 เจ้าของกระทู้ระบุว่า ตนพาครอบครัวไปทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ย่านทองหล่อ คุณแม่สั่งเทมปูระกับข้าวเปล่า 1 ถ้วย เมื่อพนักงานนำบิลค่าอาหารมาให้ปรากฎว่าทางร้านคิดค่าข้าวเปล่าถ้วยละ 100 บาท ตนจึงเรียกผู้จัดการร้านมาถามว่าข้าวเปล่าถ้วยละ 100 บาทนี่สมเหตุสมผลไหม แถมราคาไม่ได้ถูกระบุอยู่ในเมนูด้วย ทางผู้จัดการตอบว่าร้านของเราเป็นร้านระดับพรีเมี่ยม ฉะนั้นราคาอาจจะแพง เนื่องจากข้าวญี่ปุ่นของทางร้านเป็นสินค้านำเข้าไม่เหมือนข้าวสวยไทย เมล็ดมันจะเหนียวนุ่มกว่าส่วนกรณีไม่ได้ระบุราคาไว้ในเมนูนั้นต้องขอโทษด้วยครับ”

ด้านฝ่ายร้านอาหารญี่ปุ่นออกมาชี้แจงกรณีข้างแพงว่า “ในนามของบริษัทซูชิ โอตารุจำกัด กราบขออภัยอย่างสูงสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขออภัยทางเจ้าของกระทู้ที่ทำให้เสียความรู้สึกและความตั้งใจจะมารับประทานอาหารที่ร้าน

เนื่องจากทางบริษัทซูชิโอตารุจำกัดซึ่งเป็นบริษัทใหม่ได้เข้าซื้อกิจการจากเจ้าของธุรกิจเดิมตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 และเปลี่ยนทีมบริหารงาน ทางร้านกราบขออภัยที่ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดในเล่มเมนูให้ดีจึงทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น โดยทางร้านขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงใดๆ โดยในวันที่เกิดเหตุทางผู้จัดการได้ส่งเรื่องมายังทีมบริหารทันที และเบื้องต้นทางหน้าร้านได้ทำการระบุราคาข้าวลงในเมนู ซึ่งตามแผนการดำเนินงานภายในต้นปีหน้าจะมีการปรับปรุงเมนูใหม่ ทางร้านจะนำข้อคิดเห็นดังกล่าวไปพิจารณาต่อไป

สุดท้ายนี้ทางบริษัทซูชิโอตารุ ต้องกราบขออภัยกับทางเจ้าของกระทู้อีกครั้ง ทางเราจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ทางร้านยินดีน้อมรับความคิดเห็นของทุกท่านเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาอาหารและการบริการของเราต่อไป”

ล่าสุดเดลินิวส์ออนไลน์รายงานว่า ทางร้านซูชิโอตารุได้มีการติดป้ายราคาลงไปในเมนู แต่ไม่ได้มีการปรับลดราคาแต่อย่างใด

เหตุตายสยองยกบ้าน 5 ศพ รับปีใหม่คาดเหตุน้อยใจเงินไม่พอใช้

5bodies
ที่มาภาพ: http://www.posttoday.com/338819

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา ในโลกสังคมออนไลน์มีการแชร์ข่าวพบผู้เสียชีวิตในบ้านเขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยเป็นบ้านเช่าสูง 2 ชั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจภายในบ้านชั้นล่างพบศพผู้หญิงสูงอายุทราบชื่อคือ นางเคี้ยงเซี้ยม แซ่ลิ้ม อายุ 89 ปี ลักษณะเป็นชาวจีน นอนหงายเหยียดตรง ถูกคลุมตัวด้วยผ้านวมสีขาว ข้างกันพบศพหญิงสาว ซึ่งเป็นลูกของนางเคี้ยงเซี้ยม ทราบชื่อคือ น.ส.เพชรรัตน์ จารุพรรณกิจ อายุ 61 ปี สภาพนอนหงายเหยียดยาว ถูกคลุมด้วยผ้าลายสก็อตสีแดง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน พบอีก 3 ศพ ถูกผูกคอเรียงกันบริเวณริมบันได คนแรกเป็นหญิงวัยรุ่น ทราบชื่อคือ น.ส. สุวรรณทิพย์ จารุพรรณกิจ อายุ 16 ปี คนกลางเป็นชายวัยกลางคน ทราบชื่อคือ นายอนันต์ จารุพรรณกิจ อายุ 64 ปี และคนริมเป็นเด็กชาย ทราบชื่อคือ ด.ช.อภิสิทธิ์ จารุพรรณกิจ อายุ 14 ปี ทั้ง 3 คน เป็นพ่อแม่ลูกกัน

นายอนันต์ เป็นลูกชายของนางเคี้ยงเซี้ยม และเป็นพี่ชายของ น.ส.เพชรรัตน์ ศพทั้งหมดถูกผูกคอด้วยเชือกไนลอนสีน้ำเงิน บริเวณปากและมือทั้ง 3 คนมีรอยเขียวคล้ำ บริเวณเท้ามีเก้าอี้ล้มอยู่ 3 ตัว และมีมีดวางอยู่ 4 เล่ม นอกจากนี้บริเวณข้างเก้าอี้มีขวดน้ำอัดลมวางอยู่ 2 ขวด ขวดแรกเป็นขวดเปล่า อีกขวดเหลือน้ำอยู่ครึ่งเดียว คาดว่าเป็นน้ำอัดลมผสมสารเคมี เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

รายงานระบุอีกว่า ครอบครัวดังกล่าวย้ายเข้ามาอยู่ได้ 2 ปีกว่า คนในบ้านไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ลูกสาวของอาม่าและอาม่ามีอาการทางประสาท ส่วนนายอนันต์ก่อนหน้านี้ขายของที่ระลึกจากเมืองจีนที่ย่านเยาวราช แต่ขณะนี้ไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนลูกชายของนายอนันต์เรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ลูกสาวเรียน กศน. กระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมานายอนันต์แจ้งเจ้าของบ้านว่าจะย้ายออกวันสิ้นปี และนัดเจ้าของบ้านให้ตกลงกันที่บ้าน เพื่อที่จะย้ายไปอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลเพื่อให้แม่รักษาตัวได้สะดวกขึ้น จนเจ้าของบ้านเข้ามาตามนัดและตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงไขกุญแจเข้าไปก็พบสภาพศพดังกล่าว จึงแจ้งตำรวจมาตรวสอบ

ล่าสุดเว็บไซต์ไอเอ็นเอ็นรายงานว่า นางอุไรวรรณ เสริมศักดิ์ แม่ของเด็กที่เสียชีวิตพร้อมพ่อและอาม่านั้นเผยข้อมูลกับตำรวจว่า ตนได้เลิกกับนายอนันต์ มาได้ 8 ปีแล้ว และขณะนี้ขายของอยู่ย่านสะพานใหม่ ส่งเงินให้ลูกสาวกับลูกชายใช้สัปดาห์ละ 900 บาท โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 หรือ 2 เดือนที่ผ่านมาบุตรสาว ได้โทรศัพท์มาขอเงินจำนวน 20,000 บาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่ตนไม่มีให้ บุตรสาวก็ขู่ว่าหากไม่ยอมให้เงินจะฆ่าตัวตายยกบ้าน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุขึ้นจริง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนหนึ่งในครอบครัวดังกล่าว น่าจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม โดยสาเหตุมาจากความเครียดไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือวางยาในน้ำอัดลม และเป็นผู้ใช้เชือกผูกคอ เพราะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ไม่ต่ำกว่า 15 วัน จึงจะทราบผล

วัยรุ่นนครปฐมคะนองยิงปืนขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ – ตร. เร่งล่าที่เหลือ

Screen Shot 2558-01-02 at 9.43.23 PM
ที่มาภาพ: https://www.youtube.com/watch?v=G5a0L_1VrqQ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2558 ในโลกสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปกลุ่มชายวัยรุ่นจำนวนหลายคนกำลังยิงปืนขึ้นฟ้าในบรรยากาศคล้ายกับงานเลี้ยงในสถานที่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยได้มีการวิพากษ์ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตผู้อื่นได้

โดยรายละเอียดเว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า ในวันที่เกิดเหตุเป็นช่วงรอยต่อระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2557 และวันที่ 1 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบริเวณบ้านที่จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน โดยกลุ่มที่ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ทราบชื่อแล้วรวม 8 คน เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว 6 คน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างญาติประสานพาเข้ามอบตัว 1 ราย อีกหนึ่งรายตรวจประวัติพบมีหมายจับค้างเก่าคดีพระราชบัญญัติอาวุธปืน และยังไม่ติดต่อขอเข้ามอบตัว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีข้อหายิงอาวุธปืนซึ่งมีดินระเบิดในเมืองหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร หากตรวจพบว่า อาวุธปืนผิดมือหรือไม่มีใบอนุญาตจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และจะติดตามจับกุมผู้ที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดต่อไป

งานปีใหม่ชาวเซี่ยงไฮ้เหยียบกันตาย 36 ศพ

sh-stampede
ที่มาภาพ: http://shanghaiist.com/2014/12/31/35_dead_42_injured_in_bund_stampede.php

สำนักข่าว Shanghaiist รายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2557 เข้าวันที่ 1 มกราคม 2558 เกิดเหตุเหยียบกันบริเวณจัตุรัสเฉินยี่ สถานที่จัดงานฉลองวันส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ 2015 ที่ย่านเดอะบันด์ ซึ่งเป็นย่านโบราณเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำหวงผู่ ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 36 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 47 คน โดย 13 คนบาดเจ็บสาหัส

จากการรายงานผ่านโลกออนไลน์อย่างเวยโป๋ ระบุว่าสาเหตุของโศกนาฏกรรมสลดครั้งนี้ว่า เกิดจากผู้คนจำนวนมากที่กำลังยืนเบียดเสียดรอเคาท์ดาวน์ปีใหม่อยู่นั้น ได้พยายามเข้าไปแย่งเก็บธนบัตรปลอม ที่ถูกโปรยลงมาจากระเบียงของไนท์คลับแห่งหนึ่งบนตึก เนื่องจากคิดว่าเป็นธนบัตร 100 ดอลลาร์จริง จนทำให้เกิดการเหยียบกันตายอย่างน่าสลด

ขณะเดียวกัน ตำรวจเซี่ยงไฮ้ปฏิเสธว่า เหตุเหยียบกันตายในงานฉลองต้อนรับปีใหม่ที่จัตุรัสเฉินยี่ว่าไม่ได้เกิดจากการแย่งรับคูปอง โดยทางตำรวจยืนยันว่ามีการโปรยคูปองที่มีลักษณะคล้ายธนบัตร 100 ดอลลาร์จริง ซึ่งการโปรยคูปองมาจากอาคารชั้น 3 ใกล้ย่านเดอะบันด์ และการโปรยเริ่มขึ้นเวลา 23.47 น.ถึง 23.48 น. มีคนแย่งเข้าไปรับคูปอง แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีคนเข้าไปแย่งรับคูปองเป็นจำนวนน้อย และเหตุดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดการเหยียบกันตายจนทำให้มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามพยานผู้อยู่ในเหตุการณ์และสื่อท้องถิ่นยืนยันว่า คูปองที่โปรยลงมาเป็นสาเหตุของการเหยียบกันตาย

ขณะที่ในย่านเดอะบันด์ ยังคงมีประชาชนนำดอกไม้ไปวางไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต ประชาชนมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจเซี่ยงไฮ้ที่ไม่มีมาตรการและแผนรองรับเพียงพอกับผู้คนจำนวนมากที่มาร่วมเฉลิมฉลองงานต้อนรับปีใหม่ที่จัตุรัสเฉินยี่ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี