“ฟู้เถาะ” อีก 1 ชุมทางเศรษฐกิจ “ลาว-จีน-ไทย” ในเวียดนาม

ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน

พิธีลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่างลาวกับเวียดนาม 6 ฉบับ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มาภาพ : หนังสือพิมพ์บ่อแก้ว

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างที่ โต เลิม เลขาธิการใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เดินทางเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ เขาได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่างลาวและเวียดนาม 6 ฉบับ ร่วมกับ ทองลุน สีสุลิด เลขาธิการใหญ่ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว และประธานประเทศลาว

พิธีลงนามจัดขึ้นที่ “หอคำ” หรือทำเนียบประธานประเทศ ต้นทางถนนล้านช้าง ถนนเศรษฐกิจสายหลักของนครหลวงเวียงจันทน์

เอกสารความร่วมมือทั้ง 6 ฉบับ ประกอบด้วย

1. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ลาว กับกระทรวงศึกษาและก่อสร้าง เวียดนาม ว่าด้วยการก่อตั้งมหาวิทยาลัยมิตรภาพลาว-เวียดนามขึ้นในลาว

2. บันทึกการรับ-มอบหนังสือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ลาว กับกระทรวงศึกษาและก่อสร้าง เวียดนาม

3. แผนความร่วมมือประจำปี 2026 ระหว่างกระทรวงยุติธรรมของลาวกับเวียดนาม

4. บันทึกความเข้าใจในความร่วมมือระหว่างแขวงหลวงน้ำทา ของลาว กับจังหวัดฟู้เถาะ ของเวียดนาม

5. บันทึกความเข้าใจในความร่วมมือระหว่างแขวงบ่อแก้ว ของลาว กับจังหวัดฟู้เถาะ ของเวียดนาม

6. บันทึกความเข้าใจในความร่วมมือระหว่างแขวงหลวงพระบาง ของลาว กับจังหวัดฟู้เถาะ ของเวียดนาม

เอกสารความร่วมมือฉบับที่ 4, 5 และ 6 คือประเด็นหลักที่หยิบมากล่าวถึง ณ ที่นี้…

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ เพจหนังสือพิมพ์บ่อแก้ว มีรายงานเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจ “ความร่วมมือระหว่างแขวงบ่อแก้วกับจังหวัดฟู้เถาะ” ประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. ความร่วมมือด้านการเมือง เป็นแผนร่วมมือในการแลกเปลี่ยน-เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สายสัมพันธ์แบบพิเศษระหว่างลาวและเวียดนาม การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนในทุกระดับ ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนบทเรียนในการสร้างพรรค องค์การปกครอง ฯลฯ เพื่อเพิ่มความเข้าใจ ไว้เนื้อเชื่อใจ ความใกล้ชิดของประชาชนของ 2 พื้นที่

2. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน แขวงบ่อแก้วและจังหวัดฟู้เถาะจะส่งเสริมภาคธุรกิจของกันและกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การสำรวจตลาด การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เป็นจุดแข็ง สนับสนุนการเชื่อมต่อ และส่งเสริมการค้าที่เป็นเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นของแต่ละพื้นที่

3. ความร่วมมือด้านการศึกษา การฝึกอบรม วัฒนธรรม กีฬา การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา มีการแลกเปลี่ยนบทเรียนระหว่างครู อาจารย์ นักศึกษา สร้างกลไกที่สนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องและความต้องการของภาคธุรกิจในแขวงบ่อแก้วและจังหวัดฟู้เถาะ

4. ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้วและจังหวัดฟู้เถาะจะประสาน ร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นด้านยุทธศาสตร์ เพื่อรับประกันความมั่นคงทางด้านการเมือง ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัยทางสังคม ปกป้องพลเมือง รวมถึงต่อต้านและสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ

5. ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเกษตร เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล และการปกปักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ มีการแลกเปลี่ยน แบ่งปันบทเรียน ประสบการณ์ในการจัดตั้งองค์กรกำกับด้านอิเล็กทรอนิกส์ เมืองอัจฉริยะ และการนำเทคโนโลยีดิจิตัลมาใช้ควบคุมการบริหาร มีความร่วมมือในการค้นคว้า ถ่ายโอนเทคโนโลยีในการพัฒนาการเกษตรและป่าไม้แบบยั่งยืน การปรับตัวเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศ

ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์บ่อแก้ว ระบุว่า ความร่วมมือทั้ง 5 ด้าน จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างแขวงบ่อแก้วและจังหวัดฟู้เถาะลงลึกรอบด้านยิ่งขึ้น มีการเชื่อมโยงระหว่างกันทางด้านการขนส่ง คมนาคม ด้านพลังงาน เพิ่มการสร้างงาน และเพิ่มโอกาสให้เยาวชนลาวได้ไปศึกษาต่อในประเทศเวียดนามได้มากขึ้น

สำหรับความร่วมมือระหว่างจังหวัดฟู้เถาะกับแขวงหลวงพระบางและหลวงน้ำทา ยังไม่มีรายงานเผยแพร่รายละเอียดในสื่อของลาว

วุย ทิมิ่ง รองเลขาธิการพรรค ประจำจังหวัดฟู้เถาะ นำคณะเยือนแขวงหลวงน้ำทา และร่วมประชุมกับเวียงสะหวัด สีพันดอน เจ้าแขวงหลวงน้ำทา เรื่องความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจของ 2 พื้นที่ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่มาภาพ : คลิปข่าวของสถานีโทละพาบแขวงหลวงน้ำทา

แต่ก่อนหน้านั้น ตามการรายงานของสถานีโทละพาบแขวงหลวงน้ำทา ไม่กี่ปีมานี้ มีตัวแทนจากองค์กรภาครัฐของจังหวัดฟู้เถาะ หลายหน่วยงาน นำคณะเดินทางไปเยือนและดูงานที่แขวงหลวงน้ำทา เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 พื้นที่อยู่บ่อยครั้ง เช่น

  • 23 ธันวาคม 2565 คณะของเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ประจำจังหวัดฟู้เถาะ ประธานสภาประชาชน และประธานคณะสมาชิกสภาแห่งชาติ ในจังหวัดฟู้เถาะ เดินทางไปเยือนแขวงหลวงน้ำทา และร่วมประชุมกับคณะของ คำไหล สีปะเสิด เจ้าแขวงหลวงน้ำทา ในขณะนั้น
  • วันที่ 5 เมษายน 2567 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฟู้เถาะ ได้เดินทางไปท่องเที่ยวและร่วมประชุมกับทีมงานของเวียงสะหวัด สีพันดอน เจ้าแขวงหลวงน้ำทา
  • วันที่ 27 เมษายน 2567 สหพันธ์สตรีจังหวัดฟู้เถาะ นำคณะไปเยือนและแลกเปลี่ยนบทเรียนกับสหพันธ์สตรีแขวงหลวงน้ำทา สหพันธ์สตรีจังหวัดฟู้เถาะยังได้มอบเงินทุนจำนวน 600 ล้านด่ง เพื่อสร้างบ้าน 10 หลัง ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในแขวงหลวงน้ำทา
  • วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 วุย ทิมิ่ง รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ประจำจังหวัดฟู้เถาะ นำคณะไปเยือนแขวงหลวงน้ำทา โดยเวียงสะหวัด สีพันดอน เจ้าแขวงหลวงน้ำทา ให้การต้อนรับ มีการประชุมหารือถึงความร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจของทั้ง 2 พื้นที่

…..

ตำแหน่งที่ตั้งจังหวัดฟู้เถาะ

จากข้อมูลของ “ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม” ระบุว่า “ฟู้เถาะ” เป็น 1 ใน 9 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม ทิศเหนือติดกับจังหวัดเอียนบ๊ายและจังหวัดเตวียนกวาง ทิศตะวันออกติดกับกรุงฮานอยและจังหวัดหวิญฟุ้ก ทิศใต้ติดกับจังหวัดฮว่าบิ่น และทิศตะวันตกติดกับจังหวัดเซินลา

จังหวัดฟู้เถาะมีพื้นที่ทั้งหมด 3,535 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 13 พื้นที่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงปานกลางสลับกับภูเขา ความสูงเฉลี่ย 200-500 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน

ในปี 2564 จังหวัดฟู้เถาะถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 20 จาก 63 จังหวัดของเวียดนาม ในด้านความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ (Productive Capacities Index หรือ PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ มีคุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง

ในจังหวัดฟู้เถาะมีมหาวิทยาลัย 2 แห่ง วิทยาลัยอาชีวะ 11 แห่ง ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำอยู่ระหว่าง 3.25-4.16 ล้านด่ง หรือประมาณ 139-176 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน (ข้อมูลปี 2565)

จังหวัดฟู้เถาะมีนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ได้แก่

1. นิคมอุตสาหกรรม Thuy Van – Viet Tri พื้นที่ 369 เฮกตาร์

2. นิคมอุตสาหกรรม Phu Ha พื้นที่ 450 เฮกตาร์

3. นิคมอุตสาหกรรม Cam Khe พื้นที่ 450 เฮกตาร์

4. นิคมอุตสาหกรรม Phu Ninh พื้นที่ 100 เฮกตาร์

5. นิคมอุตสาหกรรม Trung Ha พื้นที่ 200 เฮกตาร์

6. นิคมอุตสาหกรรม Tam Nong พื้นที่ 350 เฮกตาร์

7. นิคมอุตสาหกรรม Ha Hoa พื้นที่ 400 เฮกตาร์

จังหวัดฟู้เถาะไม่มีสนามบิน แต่สามารถเดินทางผ่านสนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย ใช้เวลาเดินทางจากฟู้เถาะไปสนามบินโหน่ยบ่าย 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง

โครงข่ายโลจิสติกส์พื้นที่โดยรอบกรุงฮานอยในภาคเหนือของเวียดนาม ที่มาภาพ : เว็บไซต์บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ในจังหวัดฟู้เถาะมีระบบการคมนาคมขนส่งทางบก ทั้งถนนและทางรถไฟ ส่วนการขนส่งทางน้ำ สามารถใช้ท่าเรือไฮฟองที่อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 220 กิโลเมตร

“ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม” ระบุว่า จังหวัดฟู้เถาะตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสาย R5 มีจุดเริ่มต้นจากนครไฮฟอง ที่ตั้งของท่าเรือเดินทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ไปสิ้นสุดที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ของจีน สามารถขนส่งสินค้าข้ามแดนได้ทั้งทางรถบรรทุกและรถไฟผ่านด่านชายแดนหล่าวกาย ที่อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 195 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่เขตปกครองตนเองชนชาติอาข่าและอี๋ หงเหอ มณฑลยูนนาน

นอกจากนี้ จากเมืองฟู้เถาะยังสามารถขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนหืวหงิ จังหวัดหลั่งเซิน ที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก 250 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน

ปลายปีที่แล้ว สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้เปิดให้บริการรถไฟขบวนที่ D9668 ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงสายใหม่อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเชื่อมจากนครหนานหนิงลงไปยังเมืองผิงเสียง เมืองชายแดนฝั่งตรงข้ามจังหวัดหลั่งเซิน

รถไฟความเร็วสูงสายใหม่ใช้เวลาเดินทางเพียง 75 นาที ระหว่างนครหนานหนิงกับเมืองผิงเสียง เร็วกว่าการเดินทางโดยรถไฟโดยสารธรรมดาถึง 178 นาที หรือเกือบ 3 ชั่วโมง

สำนักข่าวซินหัวระบุว่า เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงมีบทบาทสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน การเปิดทางรถไฟความเร็วสูงสายหนานหนิง-ผิงเสียงอย่างเต็มรูปแบบทำให้ผิงเสียงได้บูรณาการเข้ากับเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูงของจีนผ่านศูนย์กลางในหนานหนิง

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ปีนี้ (2569) เวียดนามจะเริ่มสร้างทางรถไฟเชื่อมจากเมืองหล่าวกาย ผ่านกรุงฮานอย ต่อลงไปยังนครไฮฟอง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573

ทางรถไฟสายนี้ยาว 391 กิโลเมตร หรือ 243 ไมล์ ใช้เงินลงทุนรวม 203.2 ล้านล้านด่ง หรือประมาณ 7,720 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับเงินกู้จากรัฐบาลจีน

วันที่ 30 ธันวาคม 2568 สื่อด้านเศรษฐกิจหลายสำนักในไทย มีรายงานการให้สัมภาษณ์ของสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV ระบุว่า AMATAV ได้รับอนุมัติการลงทุนในโครงการอมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,740 ล้านบาท บนพื้นที่ 475.67 เฮกตา (ประมาณ 2,973 ไร่)

สมหะทัยกล่าวว่า จังหวัดฟู้เถาะอยู่บนทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูเศรษฐกิจภาคเหนือ (North Economic Gateway) ของเวียดนาม สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับโครงข่ายคมนาคมหลัก ทั้งทางด่วนฟู้เถาะ-เตวียนกวาง และทางด่วนฮานอย-หล่าวกาย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมไปยังสนามบินโหน่ยบ่ายและท่าเรือหลักได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงแผนการพัฒนารถไฟสายหล่าวกาย-กว๋างนิญ ในอนาคต ที่จะช่วยยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมของภูมิภาคในระยะยาว ซึ่งทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดหมายปลายทางที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ

การพัฒนาโครงการอมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ เพื่อบริหารจัดการกระแสเงินสดและรองรับความต้องการของตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระยะที่ 1 (2568-2572) พื้นที่ 239.43 เฮกตาร์ เริ่มดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และระยะที่ 2 (2572-2576) พื้นที่ 236.24 เฮกตาร์ ขยายการรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง

โครงการนี้มีอายุสัมปทาน 50 ปี เน้นเป้าหมายดึงดูดนักลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นสูง (High-Tech), อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะยุคใหม่ (Smart Electronics) เช่น อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงรองรับการเติบโตของนักลงทุนในอุตสาหกรรมที่เน้นผสานเทคโนโลยีสะอาด และนวัตกรรมเพื่อความอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติและเป้าหมาย Net Zero ของประเทศเวียดนาม

โครงการอมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 5 ของ AMATAV โดยก่อนหน้านี้ AMATAV ได้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ อมตะ ซิตี้ เบียนหัว, อมตะ ซิตี้ ลองถั่น, อมตะ ซิตี้ ฮาลอง และนิคมอุตสาหกรรมกว๋างจิ สามารถดึงดูดนักลงทุนได้มากกว่า 220 ราย

งานรำลึกกษัตริย์หุ่ง ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ประจำปีของเวียดนาม ที่จัดขึ้นที่วิหารกษัตริย์หุ่ง ในจังหวัดฟู้เถาะ ที่มาภาพ : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม

วันที่ 20 มกราคม 2569 เว็บไซต์ “ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม” รายงานข่าว มีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้

จังหวัดฟู้เถาะ ซึ่งเดิมเป็นที่รู้จักในฐานะดินแดนแห่งมรดกทางวัฒนธรรมของเวียดนาม กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีพลวัตสูงสุดของภาคเหนือ หลังเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ที่โดดเด่นที่สุดคืออัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในจังหวัดที่ขยายตัวถึง 10.3% ในปี 2568 สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางและแถบภูเขาภาคเหนือ และสูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกลางกำหนดไว้สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการของรัฐบาลท้องถิ่น และความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของฟู้เถาะคือ ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ในฐานะประตูเชื่อมระหว่างกรุงฮานอยกับภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ โครงข่ายคมนาคมที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เช่น ทางด่วน โหน่ยบ่าย-หล่าวกาย ทางหลวงหมายเลข 2 และ 32 รวมถึงถนนโฮจิมินห์ ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าไปยังสนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย และด่านชายแดนทางตอนเหนืออย่างมีนัยสำคัญ

เครือข่ายคมนาคมที่แข็งแกร่งดังกล่าว เป็นรากฐานสำคัญทำให้ฟู้เถาะมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค รองรับคลังสินค้า การกระจายสินค้า และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เชื่อมโยงพื้นที่ภูเขากับเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงเข้าด้วยกัน

…..

2 สัปดาห์ถัดมา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 โต เลิม เลขาธิการใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ก็ได้มาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่างเวียดนามกับลาว 6 ฉบับ 3 ใน 6 ฉบับนี้ คือ บันทึกความเข้าใจในความร่วมมือระหว่างจังหวัดฟู้เถาะ กับแขวงหลวงพระบาง แขวงบ่อแก้ว และแขวงหลวงน้ำทา

แขวงหลวงพระบาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของลาวซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะนครหลวงพระบางที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

แขวงบ่อแก้ว เป็นจุดบรรจบของดินแดน 3 ประเทศ เมียนมา ไทย ลาว เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำผ่านแม่น้ำโขง 4 ประเทศ จีน เมียนมา ลาว ไทย เป็นจุดเริ่มต้นการเดินเรือท่องเที่ยวไปยังหลวงพระบาง และเป็นต้นทางของถนนสาย R3a เส้นทางคมนาคม-ขนส่งสินค้าหลักของไทยกับจีน ผ่านลาว

แขวงหลวงน้ำทาเป็นต้นทางของทางรถไฟลาว-จีน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจีนกับไทย ผ่านถนนสาย R3a และทางด่วนบ่อเต็น-ห้วยซาย ที่มีแผนจะสร้างขึ้นในอนาคต เมืองลองกับเมืองเชียงกกริมแม่น้ำโขงของแขวงหลวงน้ำทา ยังเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งสินค้า เมียนมา ลาว จีน ผ่านสะพานมิตรภาพลาว-เมียนมา และที่เมืองนาเตย ริมถนนสาย 13 เหนือ ยังเป็นที่ตั้งโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาด 410 เฮกตาร์ หรือ 2,562 ไร่ ของบริษัทอมตะซิตี้ ลาว จำกัด

การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเมืองเหล่านี้เข้าหากัน สร้างความน่าสนใจแก่จังหวัดฟู้เถาะ ในฐานะชุมทางเศรษฐกิจระหว่าง เวียดนาม ลาว จีน และไทย ในอนาคต…