ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน

ท่ามกลางความขัดแย้ง-ตึงเครียดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งทางฝั่งตะวันตกที่ติดกับรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา และฝั่งตะวันออกที่ติดกับกัมพูชา
ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องถึงกลางเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมามา ได้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจบนโครงข่ายทางรถไฟจีน ปรากฏขึ้นอย่างคึกคัก รอบๆประเทศไทย!!!
ความเคลื่อนไหวแต่ละเรื่อง แม้ไม่ถึงกับเป็นข่าวใหญ่ที่สื่อหลักทุกแห่งต้องนำเสนอ ส่วนมากเป็นข่าวที่ถูกรายงานไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่เมื่อนำข่าวเหล่านี้มาประติดประต่อ ร้อยเรียงเข้าด้วยกันแล้ว สังเกตุได้ถึงนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน
ความเคลื่อนไหวเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ประมวลภาพให้เห็นคร่าวๆ ดังนี้…
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าว Mizzima รายงานว่า คณะกรรมการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) เมียนมา ได้ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล (Project Steering Committee) โครงการสร้างทางรถไฟความเร็วสูง จากเมืองหมู่เจ้ลงไปยังเมืองมัณฑะเลย์ จำนวน 19 คน

คณะกรรมการชุดนี้มี พล.อ.เมียะทูนอู รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร เป็นประธาน กรรมการส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญ เช่น กระทรวงการคลังและภาษี กระทรวงการลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯลฯ
ตามข่าวของ Mizzima ประกาศแต่งตั้งดังกล่าวถูกเผยแพร่ไว้ใน မြန်မာနိုင်ငံပြန်တမ်း เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน แต่เป็นประกาศแต่งตั้งที่ได้ลงวันที่ไว้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568
မြန်မာနိုင်ငံပြန်တမ်း หรือ Republic of the Union of Myanmar Gazette คือราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการของ “สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา” เป็นหนังสือที่บันทึกเรื่องราว การประกาศใช้กฎหมาย คำสั่ง หรือประกาศใหม่ๆของรัฐบาลกลางเมียนมา รวมถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการ การเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ ตลอดจนเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศให้ประชาชนได้รับทราบ มีการเผยแพร่เป็นภาษาพม่าทุกสัปดาห์ในวันศุกร์
เมืองหมู่เจ้ จังหวัดหมู่เจ้ เป็นเมืองชายแดนในภาคเหนือของรัฐฉาน เป็นเมืองหน้าด่านและประตูการค้าสำคัญของเมียนมาและจีน ฝั่งตรงข้ามหมู่เจ้คือเมืองรุ่ยลี่ เขตปกครองตนเองชนชาติไตและจิ่งพัว มณฑลยูนนาน

เส้นทางรถไฟหมู่เจ้-มัณฑะเลย์เป็นเส้นทางคมนาคมหลักสายหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา ส่วนหนึ่งของข้อริเริ่ม 1 แถบ 1 เส้นทาง(BRI) เพื่อเปิดทางออกสู่ทะเลทางมหาสมุทรอินเดียให้กับพื้นที่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่เมืองเจ้าก์ผิ่ว รัฐยะไข่
ตามภาพใหญ่ ทางรถไฟสายหมู่เจ้-มัณฑะเลย์ต้องเชื่อมเข้ากับโครงข่ายทางรถไฟจีนที่เมืองรุ่ยลี่
โครงข่ายทางรถไฟจีนบริเวณนี้ได้ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ มีการสร้างรางเชื่อมจากกรุงปักกิ่งลงมายังเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน นครคุนหมิง เมืองต้าลี่ และเมืองหลินชาง มณฑลยูนนาน โครงข่ายส่วนใหญ่เสร็จสมบูรณ์และมีรถขบวนขนส่งสินค้าวิ่งแล้ว
การรถไฟจีนมีโครงการสร้างทางรถไฟสายต้ารุ่ย (Darui) ระยะทาง 336 กิโลเมตร จากเมืองต้าลี่ลงไปยังเมืองรุ่ยลี่ แต่ทางรถไฟสายต้ารุ่ยก็ล่าช้า ปัจจุบันเพิ่งสร้างเสร็จจากเมืองต้าลี่ไปถึงเมืองเป่าซานระยะทาง 100 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ยังเหลือระยะทางอีกประมาณ 160 กิโลเมตร จากเป่าซานไปยังเมืองรุ่ยลี่ ที่ยังสร้างไม่เสร็จ
นอกจากทางรถไฟจากหมู่เจ้มายังมัณฑะเลย์แล้ว จีนและเมียนมายังมีโครงการสร้างทางรถไฟจากมัณฑะเลย์ต่อลงไปถึงชายฝั่งทะเลที่เมืองเจ้าก์ผิ่ว รัฐยะไข่ แต่ทุกวันนี้ ยังไม่สามารถสร้างได้เพราะพื้นที่ตลอดแนวที่วางไว้ว่าจะสร้างทางรถไฟจากมัณฑะเลย์ลงไป ยังมีการสู้รบกันอยู่ระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังติดอาวุธฝ่ายต่อต้าน(PDF) และกองทัพอาระกัน(AA)
วันที่ซึ่งลงไว้ในประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการสร้างทางรถไฟหมู่เจ้-มัณฑะเลย์ (30 สิงหาคม 2568) เป็นช่วงที่ความตึงเครียดในภาคเหนือของรัฐฉาน โดยเฉพาะตามแนวทางหลวงหมายเลข 3 ที่เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าหลักโดยรถยนต์ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา เริ่มคลี่คลายลงแล้ว เนื่องจากกองทัพพม่า สามารถเข้าควบคุมเมืองสำคัญที่ตั้งอยู่ตามแนวถนนสายนี้ไว้ได้แล้วเกือบหมด
เป็นจังหวะเดียวกับที่ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย รักษาการประธานาธิบดี และประธานคณะกรรมการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในจีน เพื่อร่วมประชุมสุดยอดองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้(SCO) ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2568
วันที่ 31 สิงหาคม พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้กล่าวต่อที่ประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเมียนมา-จีน ซึ่งจัดที่โรงแรม Tangle ในนครเทียนจิน ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-เมียนมา ยังคงเดินหน้าต่อ โดยในอนาคตเส้นทางรถไฟปักกิ่ง-คุนหมิง-รุ่ยลี่ จะเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟหมู่เจ้-มัณฑะเลย์ ที่กำลังจะสร้าง เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างเมียนมาและจีน
การประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเมียนมา-จีน มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นักธุรกิจจีน ตัวแทนหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่การทูต ทั้งของจีนและเมียนมา รวมถึงตัวแทนสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา
พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย กล่าวกับที่ประชุมแห่งนี้ว่า เส้นทางรถไฟปักกิ่ง-คุนหมิง-รุ่ยลี่-หมู่เจ้-มัณฑะเลย์-เจ้าก์ผิ่ว เป็นหนึ่งในโครงการร่วมมือขนาดใหญ่ระหว่างจีนและเมียนมา ที่มีบทบาทสำคัญเทียบเท่าโครงการท่าเรือน้ำลึกเจ้าก์ผิ่ว โครงการท่อแก๊สและน้ำมันจีนที่วางจากเจ้าก์ผิ่วขึ้นไปยังจีน และโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตโส่ง ในรัฐคะฉิ่น…
จากเมียนมาทางฝั่งตะวันตกของไทย ไปยังฝั่งตะวันออกที่ประเทศเวียดนาม
สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 มีเนื้อความดังนี้
เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ได้เปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงสายใหม่เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ เชื่อมจากนครหนานหนิง เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองฯ ลงไปยัง “ผิงเสียง” เมืองชายแดนที่ติดกับเวียดนาม เพื่อเป็นการยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน
รายงานระบุว่ารถไฟความเร็วสูงสายหนานหนิง-ผิงเสียง เริ่มให้บริการอย่างเต็มรูปแบบด้วยรถไฟขบวน D9668 ออกเดินทางจากสถานีผิงเสียงตะวันออกเมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 75 นาที เร็วกว่าการเดินทางโดยรถไฟโดยสารทั่วไป 178 นาที หรือเกือบ 3 ชั่วโมง
ทางรถไฟความเร็วสูงสายนี้แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ช่วงหนานหนิง-ฉงจั่ว ที่เปิดให้บริการไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2565 และช่วงฉงจั่ว-ผิงเสียง ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการล่าสุด โดยช่วงฉงจั่ว-ผิงเสียง มีระยะทาง 81 กิโลเมตร และรับรองการเดินรถด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทางรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ถือเป็นการเพิ่มช่องทางบนระเบียงการขนส่งจีน-กลุ่มประเทศอาเซียนที่มีประสิทธิภาพ ต่อจากทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองฝางเฉิงกั่งกับเมืองตงซิง ซึ่งเป็นเมืองชายแดนจีน-เวียดนามอีกแห่งหนึ่งของกว่างซี ที่เปิดให้บริการการเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 และเป็นทางรถไฟความเร็วสูงของจีนสายแรกที่เชื่อมต่อถึงชายแดนจีน-เวียดนาม
สำนักข่าวซินหัวระบุว่า เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงมีบทบาทสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน การเปิดทางรถไฟความเร็วสูงสายหนานหนิง-ผิงเสียงอย่างเต็มรูปแบบทำให้ปัจจุบันผิงเสียงได้บูรณาการเข้ากับเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูงของจีนผ่านศูนย์กลางในหนานหนิง
เมืองผิงเสียงอยู่ติดกับจังหวัดหลั่งเซินในภาคเหนือของเวียดนาม ส่วนเมืองตงซิงอยู่ติดกับจังหวัดกว๋างนิญ จังหวัดชายทะเลในภาคตะวันเฉียงเหนือของเวียดนาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวฮาลอง ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จัก
วันที่ 19 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า การก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมจากเมืองหล่าวกาย ผ่านกรุงฮานอย ต่อลงไปยังเมืองไฮฟอง ที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม จะเริ่มต้นในปีหน้า และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573
ทางรถไฟสายนี้ยาว 391 กิโลเมตร หรือ 243 ไมล์ ใช้เงินลงทุนรวม 203.2 ล้านล้านด่ง หรือประมาณ 7,720 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับเงินกู้จากรัฐบาลจีน
เมืองหล่าวกายอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม มีชายแดนติดกับเขตปกครองตนเองหงเหอ มณฑลยูนนาน
……….

ถัดเข้ามายังลาว ประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
จีนได้วางเส้นทางรถไฟไว้ในลาว ยาวตั้งแต่เมืองบ่อหาน เขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา ข้ามชายแดนมายังเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ผ่านแขวงอุดมไซ หลวงพระบาง ลงมาถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ตรงข้ามอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย และเปิดให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร ขนส่งสินค้าแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2564
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เพจ Lao Youth Radio 90.0 Mhz นำเสนอข่าวโครงการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่างลาวและรัสเซีย โดยอาศัยโครงข่ายทางรถไฟจีน โดยพาดหัวข่าวว่า “รัสเซียพิจารณาเชื่อมต่อทางรถไฟ ลาว-จีน” ในข่าวอ้างจากรายงานของหนังสือพิมพ์ ປະເທດລາວ มีเนื้อหาโดยสรุปว่า

สหพันธรัฐรัสเซียได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า กำลังพิจารณาเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าและผู้โดยสารครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างลาว-รัสเซีย ผ่านประเทศจีนสู่อาเซียน ในโอกาสที่ สปป.ลาว ฉลอง 3 วันสำคัญของชาติ คือ วันครบรอบ 65 ปี ของสายสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างลาวและรัสเซีย , วันก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครบรอบ 70 ปี และวันสถาปนา สปป.ลาว ครบรอบ 50 ปี
รุ่งขึ้น วันที่ 30 พฤศจิกายน สุลิอุดง สุนดาลา อดีตรองรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา และรองรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่ ของลาว ได้โพสต์ยืนยันข่าวนี้ลงในเพจเฟซบุ๊กของเขา โดยระบุว่า ต้นทางของขบวนรถไฟเริ่มจากเมืองวลาดีวอสตอค ที่เป็นเมืองต้นทางของขบวนรถไฟทรานส์-ไซบีเรีย และมีจุดที่เชื่อมเข้ากับโครงข่ายทางรถไฟจีน จากนั้นวิ่งตามทางรถไฟจีนลงมาถึงลาว
สุลิอุดง เขียนความเห็นไว้ในโพสต์เดียวกันนี้ว่า การเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่างรัสเซียและลาว คือการเปิดประตูการค้าใหม่ระหว่างรัสเซียและประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยที่มีลาวเป็นศูนย์กลาง
การเปิดเดินรถไฟเชื่อมจากรัสเซีย ผ่านจีน ลงมาถึงลาว เคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงที่ทองลุน สีสุลิด เดินทางไปเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2568 โดยข่าวของลาวในครั้งนั้น ระบุว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นผู้ประกาศแผนการนี้ออกมาด้วยตนเอง เนื่องจากรัสเซียต้องการเพิ่มความร่วมมือทางการค้า การลงทุนกับประเทศในกลุ่มอาเซียน จึงต้องแสวงหาเส้นทางคมนาคมลงมาบริเวณนี้ผ่านทางจีน
ตามข่าวในครั้งนั้น ระบุว่า นอกจากการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเข้าด้วยกันแล้ว รัสเซียยังมีแผนเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลไปยังท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง ในจังหวัดฮาติงห์ ชายทะเลตอนกลางของเวียดนาม อีกด้วย
ท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋างเป็นทางออกสู่ทะเลของลาวในเวียดนาม ท่าเรือแห่งนี้มีรัฐวิสาหกิจ ลาว-เอเซีย โทรคมนาคม รัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงป้องกันประเทศของลาวถือหุ้น 100% เป็นผู้บริหาร
วันที่ 5 ธันวาคม 2568 หนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา รายงานข่าวการให้สัมภาษณ์ของจันทอน สิดทิไซ ผู้อำนวยการใหญ่ และผู้ก่อตั้งบริษัทปิโตรเลียม เทรดดิ้ง ลาว มหาชน ที่ได้รับสัมปทานก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว-เวียดนาม จากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง ระบุว่า บริษัทจะเริ่มก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายจากลาวไปเวียดนามในปีหน้า(2569) และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573
ทางรถไฟลาว-เวียดนาม ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 6,600 ล้านดอลลาร์ โดยขณะนี้ บริษัทปิโตรเลียม เทรดดิ้ง ลาว มหาชน สามารถระดมเงินทุนเตรียมพร้อมรอไว้แล้ว
ทางรถไฟสายนี้มีระยะทาง 571 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทางในลาว 2 ช่วง ยาวรวม 452 กิโลเมตร ช่วงแรก จากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ยาว 312.81 กิโลเมตร ช่วงที่ 2 จากเมืองท่าแขกไปยังชายแดนลาว-เวียดนาม ยาว 139.19 กิโลเมตร ส่วนระยะทางในเวียดนามจากชายแดนไปถึงท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง ยาว 119 กิโลเมตร
…..
ภูมิภาคอาเซียน เป็นพื้นที่ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลายประเทศมหาอำนาจในโลก ทั้ง อเมริกา จีน รัสเซีย รวมถึงอินเดีย ต่างจ้องหาโอกาสเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคอาเซียนอย่างตาเป็นมัน
โครงข่ายเส้นทางรถไฟ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่แสดงให้เห็นอิทธิพลของมหาอำนาจ
อีกไม่นาน เสียงหวูดรถไฟของประเทศต่างๆอาจดังก้องกังวาล สลับกันไปมา อยู่รอบๆประเทศไทย…



