
วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/
‘เอกนิติ’ เตรียมมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว “เมืองหลัก” หักภาษีได้ 1 เท่า “เมืองรอง” หักภาษี 1.5 เท่า สูงสุด 20,000 บาท ชง ครม.ไฟเขียวสัปดาห์หน้า เริ่มใช้สิทธิ์ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค.นี้
วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมีคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณคณะกรรมการ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกในวันนี้ โดยจะให้จัดประชุม กนศ. ทุกสัปดาห์ ก่อนการประชุม ครม. และเพื่อให้การสื่อสารรวดเร็ว จึงตั้ง กนศ. ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี มีภาคเอกชนมาร่วมด้วย มั่นใจว่าความร่วมมือนี้ จะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต แก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนได้ โดยเน้นการทำนโยบาย Quick Big Win
วันนี้เป็นการประชุม กนศ. ครั้งแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้เวทีนี้พูดคุย อัปเดตข้อมูลงานที่กำลังขับเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนให้เกิดความสำเร็จ เห็นผลภายในเวลาอีกไม่ถึง 4 เดือน ตามแนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว”
“นายกรัฐมนตรีได้ให้ปลัดกระทรวง และหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อเป็นสะพานเชื่อม นำที่หารือไปช่วยกันดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้เชิญตัวแทนภาคเอกชนทั้ง 3 สถาบัน เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลและความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะดำเนินการ เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างรวดเร็ว” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงความคล่องตัว การลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และถ้าอยู่ในอำนาจตามกฎหมาย ให้ทำทันที หากมีความคืบหน้า หรือ ติดขัดให้มารายงานในที่ประชุม เพราะจะมีการประชุมนี้ทุกวันจันทร์ช่วงบ่าย และหากต้องใช้อำนาจของ ครม. จะได้นำเรื่องเสนอ ครม. ต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า วันนี้มีเปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าวันแรก ฝากให้ช่วยประชาสัมพันธ์ ให้เร่งลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 โอกาสนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบเสื้อยืดโครงการคนละครึ่ง พลัส ให้นายกรัฐมนตรี และ กนศ. ด้วย
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 8.00 น. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านบริหาร และผู้บริหารธนาคารกรุงไทย นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมการเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง พลัส วันแรก สำหรับร้านค้า พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนร้านค้าเข้าร่วมลงทะเบียน ณ ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง
โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า สัปดาห์หน้านี้กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยกรมสรรพากรจะให้สิทธิ์ผู้เสียภาษี นำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่เกิน 20,000 บาท/ราย สำหรับกรณีท่องเที่ยวเมืองหลักสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายไปจริง ส่วนกรณีท่องเที่ยวเมืองรอง หักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คาดว่าจะเปิดให้ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568
ทั้งนี้ นโยบาย Quick ต้องดำเนินการได้ทันที Big พอที่จะสามารถดันเศรษฐกิจ และที่สำคัญต้องกระจายตัว Win ประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ระยะยาว พร้อมขอให้คำนึงถึงวินัยการเงินการคลังด้วย ได้เห็นการตอบรับของประชาชนเป็นอย่างดี
โดยที่ประชุม กนศ.ได้พิจารณามาตรา Quick Big Win 5 เสาหลัก “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” 1. กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว 2. ลดภาระหนี้ประชาชน 3. เพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs 4. เพิ่มการออมของประชาชน และ 5. การลงทุนเพื่ออนาคต โดยได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ ที่มีโครงการภายใต้นโยบาย Quick Big Win กำหนด Action Plan ตัวชี้วัดความสำเร็จให้ชัดเจน และสามารถประเมินผลได้จริง สอดคล้องกับแนวทาง “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งจะได้นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป



