
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง
‘เอกนิติ’ แจง “Quick-Big-Win” แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำ 4 เดือนเห็นผลเป็นรูปธรรม ชง ครม.ไฟเขียว “คนละครึ่งพลัส” ต้นเดือน ต.ค.นี้ เปิดลงทะเบียนทันที หารือ รมว.พลังงานปลดล็อกข้อจำกัด – ขยายโครงการลงทุน Solar Floating – Solar Rooftop ทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 12.40 น.วันแรกที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เดินทางมากระทรวงการคลัง เพื่อเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังอย่างเป็นทางการ โดย ดร.เอกนิติได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง ตามประเพณี โดยเริ่มจากการไหว้ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณครบทั้ง 4 หน้า , พระภูมิเจ้าที่ , พระคลังมหาสมบัติ เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของกระทรวงการคลัง , พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 , คล้องพวงมาลัยให้ช้างเอราวัณประจำกระทรวงการคลัง และต้นโพธิ์ขนาดใหญ่
เสร็จพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีสโลแกน หรือ หัวใจสำคัญ คือ “Quick-Big-Win” ซึ่งจะต้องเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 4 เดือนข้างหน้านี้ เป็นนโยบายที่ต้องทำได้อย่างรวดเร็ว มีขนาดใหญ่พอที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วเกิดผลดีต่อประเทศในระยะยาว และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อย่างเช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่คำนึงถึงเรื่องการส่งเสริมวินัยการเงินการคลังเป็นสำคัญดังนี้
- ผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้มากกว่าผู้ที่อยู่นอกระบบภาษี
- ยกระดับศักยภาพพ่อค้า แม้ค้าที่เข้าร่วมโครงการทั้ง Up-Skill และ Re-Skill เช่น ยกระดับพ่อค้า แม่ค้าหมูปิ้ง จากเดิมที่ขายอยู่ตามซอย ก็จะส่งเสริมให้ขายผ่านออนไลน์ ช่วยเพิ่มยอดขาย ซึ่งอาจขายได้ 10 ซอย หรือ ขายได้ทั้งอำเภอ เป็นต้น
- จัดทำโปรแกรมบัญชีแบบง่าย ๆ ช่วยยกระดับพ่อค้า แม่ค้าให้สามารถลงบันทึกบัญชีได้อย่างถูกต้อง ทำให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้นด้วย
“หัวใจของนโยบายเศรษฐกิจที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ต้องพลิกฝืนเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นมาตรการในระยะสั้น แต่มีผลต่อเนื่องในระยะยาวด้วย เช่น ยกระดับศักยภาพคนไทยให้เก่งขึ้น หารายได้ได้มากขึ้น และกระจายตัวทั่วประเทศ (กระจายรายได้) นี่คือเป้าหมายหลักของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล” ดร.เอกนิติ กล่าว
ดร.เอกนิติ กล่าวต่อว่า นอกจากโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว ยังมีโครงการอื่นอีก ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดูแลคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ “BOI” ด้วย ก็จะใช้ประสบการณ์จากการทำ PPP Fast Track ปลดล็อกปัญหาอุปสรรคในการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมามีนักลงทุนต่างชาติยื่นคำขอการลงทุนกับ BOI เป็นจำนวนมาก แต่การลงทุนไม่เกิดขึ้น เพราะติดปัญหาเรื่องกฎกติกา เช่น ขอน้ำ ขอไฟฟ้า ขอใบอนุญาตต่าง ๆ เป็นต้น รวมทั้งจัดหลักสูตร Up-Skill และRe-Skill แรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนำไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายใน 4 เดือน
“จากประสบการณ์ที่ผมเคยไปอยู่กรมจัดเก็บภาษี ไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และกรมธนารักษ์ ทำให้ทราบวิธีการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการหารายได้ให้กับรัฐบาล ซึ่งจะมีการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล โดยที่ไม่ต้องไปแก้กฎหมาย และที่สำคัญผมตั้งใจอย่างมาก ที่จะทำการยกระดับธรรมาภิบาลการคลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศและบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งผมขอนายกรัฐมนตรีไว้แล้ว การดำเนินโครงการต่างๆทุกโครงการจะต้องประกาศต้นทุนในการดำเนินการ ผลประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับอย่างชัดเจน เพื่อให้บริษัทเครดิต เรตติ้งได้รับทราบ อันไหนทำได้ก็จะทำทันทีไม่ต้องรอ ทำไม่ได้ก็จะกำหนดเอาไว้ในแผนที่จะต้องทำต่อไป การดำเนินนโยบายการคังต้องมีความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล และมีเป้าหมายชัดเจน” ดร.เอกนิติ กล่าว
ส่วนกรณี Fitch Ratings ปรับมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยออกมาในเชิงลบ ดร.เอกนิติ กล่าวว่า “ผมได้อ่านรายละเอียดของ Fitch และ Moody’s แล้ว ผมจะทำ Action Plan ในการดำเนินวินัยการเงินการคลัง และลงมือทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหารายได้เพิ่ม การรักษาวินัยการคลัง ซึ่งการกระทำสำคัญนั้นกว่าคำพูด อย่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น เราไม่ได้เพิ่มงบประมาณเลย เราใช้งบฯเดิม แต่ใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และตรงตามเป้าหมาย โดยรัฐบาลจะมีการจัดทำแผนการเงินการคลังระยะปานกลางในเดือนพฤศจิกายนนี้”
“ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัสนั้นใช้แหล่งเงินจากงบประมาณปกติ ไม่ได้ตั้งงบขาดดุลเพิ่มแต่อย่างใด คาดว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ หลังจากผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ก็จะเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทันที จริงๆแล้วรัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายโครงการ โดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ ช่วงที่อยู่กรมธนารักษ์ ผมได้ทำโครงการนำร่องไว้หลายโครงการ เช่น Solar Floating และ Solar Rooftop โครงการไฟฟ้าพลังงานสะอาดเหล่านี้นี้ ผมได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว ผมจะขยายทั่วประเทศ และปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการลงทุน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศ” ดร.เอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย
ภาพบรรยากาศ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวันแรก มีข้าราชการของกระทรวงการคลังมายืนรอต้อนรับเป็นจำนวนมาก











