การดิ้นรนของ EDL-Gen! บริษัทผลิตไฟฟ้าลาว

ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน

เขื่อนน้ำงึม 1 เขื่อนผลิตไฟฟ้าแห่งแรกของลาวที่ขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทยตั้งแต่ปี 2511 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ EDL-Gen ที่มาภาพ : เพจ EDL-Gen

ทุกวันพุธ ที่สำนักงานใหญ่ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว(EDL) บ้านทุ่งกาง เมืองสีสัดตะนาก นครหลวงเวียงจันทน์ มีตลาดนัด

เป็นตลาดนัดที่พนักงาน EDL และพนักงานบริษัทผลิต-ไฟฟ้าลาว มหาชน(EDL-Gen) ช่วยกันจัดหาสินค้ามาตั้งขายบนโต๊ะ เป็นสวัสดิการให้กับพนักงานของทั้ง 2 องค์กร

สินค้าที่วางขายมีหลากหลาย ทั้งไข่ไก่ ไข่เป็ด ผักสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสุก ไปจนถึงเครื่องหัตถกรรม เครื่องจักสาน และเสื้อผ้าสำเร็จรูปฯลฯ

ไม่กี่สัปดาห์มานี้ มีสินค้ากลุ่มหนึ่งถูกจัดวางตำแหน่งให้โดดเด่น แบรนด์ถูกขับให้เตะตา ได้รับความสนใจจากเหล่าพนักงาน เพราะเป็นสินค้าที่แปะตรายี่ห้อ “EDL-Gen” บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทผลิต-ไฟฟ้าลาว มหาชน

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ EDL-Gen ที่เริ่มนำมาตั้งขายอยู่บนโต๊ะ มี 2 ชนิด ได้แก่ กาแฟและข้าวกล้อง

ตามข้อมูลที่เผยแพร่บนเพจทางการของ EDL-Gen ระบุว่า กาแฟ EDL-Gen ปลูกและผลิตโดยเกษตรกรในชุมชนที่อยู่รอบเขื่อนผลิตไฟฟ้าเซเซด 3 ประกอบด้วย ชุมชนบ้านเสดคด เมืองปากซ่อง แขวงจำปาสัก ซึ่งเป็นที่ตั้งสันเขื่อน กับชุมชนบ้านพ่อเข้ม เมืองเล่างาม แขวงสาละวัน ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้า และบ้านพักของพนักงานเขื่อน

บ้านเสดคดมีชื่อเสียงด้านการปลูกกาแฟของเมืองปากซ่อง ส่วนบ้านพ่อเข้มได้ชื่อว่าเป็นดินแดน”กาแฟทองคำ” เกษตรกรที่นี่สามารถผลิตกาแฟได้เป็นจำนวนมากได้ในแต่ละปี

ตลาดนัดทุกวันพุธ ที่จัดในสำนักงานใหญ่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว(EDL) ที่มาภาพ : เพจ EDL-Gen

EDL-Gen ให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเหล่านี้ด้วยการนำเทคโนโลยี่ไปช่วยแปรรูป รับซื้อผลผลิตนำไปบรรจุหีบห่อ สร้างเป็นแบรนด์กาแฟ EDL-Gen และนำไปจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร รวมถึงยังมีแผนขยายจะไปช่วยจัดตั้งสหกรณ์ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

ส่วนข้าวกล้อง EDL-Gen ผลิตโดยเกษตรกรบ้านแจ้ง เมืองทุละคม แขวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่ท้ายเขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 1 มีสหกรณ์การเกษตรบ้านแจ้งเป็นศูนย์กลางรับซื้อผลผลิตข้าวจากชาวนา และขายต่อให้ EDL-Gen เพื่อนำไปบรรจุหีบห่อ ติดตรายี่ห้อ EDL-Gen ก่อนนำไปทำตลาด

การสร้างแบรนด์ EDL-Gen ให้กับผลิตภัณฑ์กาแฟและข้าวกล้อง เป็นผลงานของแผนกสิ่งแวดล้อมของ EDL-Gen ที่ต้องการสร้างความใกล้ชิดและไว้วางใจแก่ชุมชนโดยรอบที่ตั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้าแต่ละแห่ง

โจทย์ที่พนักงานแผนกสิ่งแวดล้อมของ EDL-Gen ได้รับมา คือต้องพยายามหาผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพทางธุรกิจของแต่ละชุมชน ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำตลาด ให้แก่ชาวบ้านในชุมชนเหล่านั้น รับซื้อผลผลิตนั้นๆมาใส่ยี่ห้อ EDL-Gen และนำไปขายต่อ

เป็นหนึ่งในกระบวนการ CSR (Corporate Social Responsibility) หรือความรับผิดชอบต่อสังคม และขยายการรับรู้ต่อแบรนด์ EDL-Gen ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น

นอกเหนือจากที่รู้กันแต่เพียงว่า EDL-Gen เป็นบริษัทลูกของ EDL ที่ถูกแปรรูปเพื่อนำเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาว(LSX) เมื่อ 10 ปีกว่าก่อน

…..

EDL-Gen เป็น 1 ใน 2 กิจการนำร่องที่ถูกปรับเปลี่ยนสถานะจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชน เพื่อนำเข้าจดทะเบียนในตลาดลักทรัพย์ลาว โดยอีก 1 บริษัท คือ ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน(BCEL)

หุ้น EDL-Gen และ BCEL เริ่มการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันที่ 11 มกราคม 2554

ในการแปรรูป EDL-Gen ให้เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชนนั้น รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว หรือ EDL ซึ่งบริษัทแม่ ได้แยกรายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนน้ำงึม 1 , น้ำมัง 3 , น้ำเลิก , เซเสด 1-2 , แซละบำ และเขื่อนน้ำโขง แล้วโอนเป็นแหล่งรายได้หลักของ EDL-Gen

นอกจากนี้ EDL-Gen ยังมีรายได้จากเงินปันผลที่ได้รับจากการถือหุ้นในเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่รัฐบาลลาวให้สัมปทานแก่บริษัทผลิตไฟฟ้าอิสระอีกบางแห่ง

หุ้น EDL-Gen จึงจัดเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนตัวหนึ่ง เพราะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในช่วงที่ลาวกำลังโหมโปรโมทสถานะของประเทศว่าคือ “แบตเตอรี่ของอาเซียน” หรือประเทศที่ส่งออกพลังงานไฟฟ้าขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

แต่หลังจากหุ้น EDL-Gen ซื้อขายได้ไม่ถึง 10 ปี โจทย์ที่ท้าทายความสามารถในการบริหารเงินของ EDL-Gen ก็เริ่มปรากฏให้เห็น จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ค่าเงินกีบอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปลายปี 2561…

30 สิงหาคม 2562 EDL-Gen แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม มีมติงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก(1 มกราคม -30 มิถุนายน 2562) เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนเป็นเงิน 147.14 พันล้านกีบ หรือประมาณ 16.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ตามอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น)

ข้อมูลการเงินที่สำคัญย้อนหลัง 5 ปี ของ EDL-Gen ที่มาภาพ : รายงานประจำปี 2567 ของ EDL-Gen

รายละเอียดในงบการเงิน 6 เดือนแรก ปี 2562 EDL-Gen มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากต้องใช้เงินบาทและเงินดอลลาร์ไปชำระหนี้เงินกู้ รวม 398.52 พันล้านกีบ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 52.26% ส่งผลให้การดำเนินงานมียอดขาดทุนรวม 328.47 พันล้านกีบ หรือประมาณ 37.42 ล้านดอลลาร์

แต่เมื่อชดเชยกับกำไรที่ได้รับจากการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าเอกชนอื่นๆ 181.33 พันล้านกีบ ทำให้ผลขาดทุนรวมของ EDL-Gen ลดลงมาเหลือ 147.14 พันล้านกีบ

เทียบกับปี 2561 EDL-Gen มีกำไรจากผลการดำเนินงาน 64.95 พันล้านกีบ และลดลงมากเมื่อเทียบกับกำไรในปี 2560 ที่ทำได้ 471.18 พันล้านกีบ…

ปีถัดมา วันที่ 25 สิงหาคม 2563 EDL-Gen แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 3/2020 มีมติให้งดจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีดังกล่าวอีกครั้ง

เหตุผลเนื่องจากสภาพอากาศในฤดูฝนของปีนั้นไม่เอื้ออำนวย , เกิดภาวะภัยแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้น้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนมีไม่เพียงพอสำหรับผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ เขื่อนของ EDL-Gen และเขื่อนของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระที่ EDL-Gen ถือหุ้นอยู่ ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามแผนงานที่วางไว้ ทำให้บริษัทประสบการขาดทุนเป็นเงิน 15.53 พันล้านกีบ…

หลังจากนั้น 1 เดือน วันที่ 1 ตุลาคม 2563 EDL-Gen มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ถือหุ้นว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์(ค.ล.ต.) ได้อนุมัติให้บริษัทพงซับทะวี ก่อสร้างขัว-ทาง เคหะสถาน และชลประทาน ซื้อหุ้นของ EDL-Gen จากรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว(EDL) ในสัดส่วน 24%

การซื้อหุ้นล็อตนี้ ทำให้บริษัทพงซับทะวีฯ ได้ขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 รองจาก EDL ที่ลดสัดส่วนการถือหุ้นจากเดิม 75% เหลือ 51%

ไม่มีรายงานเหตุผลที่แท้จริงของการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 2 ใน EDL-Gen ของบริษัทพงซับทะวีฯ

ในสื่อมวลชนลาว มีเพียงการคาดการณ์แบบไม่เป็นทางการของคนที่ติดตามเรื่องราวในอุตสาหกรรมพลังงานของลาว โดยส่วนหนึ่งมองว่าบริษัทพงซับทะวีฯ อาจเข้ามาช่วยเรื่องฐานะการเงินของ EDL-Gen

แต่อีกส่วนหนึ่งกลับมองว่า เป็นเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจ เพราะบริษัทพงซับทะวีฯมีความใกล้ชิดกับผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และรัฐบาลลาว…

บริษัทพงซับทะวีฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2544 เริ่มจากทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ต่อมาในปี 2553 ได้ขยายไปรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐ

ปี 2554 เริ่มขยายมาทำธุรกิจพลังงาน ด้วยการเข้ารับสัมปทานสร้างและพัฒนาเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก และขยายมาทำโรงไฟ้ฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม

ปี 2563 ช่วงที่ได้เข้าไปถือหุ้นใน EDL-Gen บริษัทพงซับทะวีฯ มีเขื่อนที่สร้างเสร็จและเริ่มผลิตไฟ้ฟ้าแล้ว 7 แห่ง กำลังผลิตรวม 212 เมกะวัตต์ และกำลังก่อสร้างอยู่อีก 1 แห่ง กำลังผลิตรวม 293 เมกะวัตต์

โครงสร้างผู้บริหารของบริษัทพงซับทะวีฯตอนนั้น มีพงสะหวัด เสนาพวน เป็นผู้อำนวยการใหญ่(เทียบเท่ากรรมการผู้จัดการ) มีบุนเที่ยง ดวงปะเสิด และเวียงสะหวัน เสนาพวน เป็นรองผู้อำนวยการ

บริษัทพงซับทะวีฯเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ใน EDL-Gen ได้ 3 ปีเศษ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 EDL-Gen ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทพงซับทะวี ก่อสร้างขัว-ทาง เคหะสถาน และชลประทาน ได้โอนหุ้นที่ถืออยู่ใน EDL-Gen จำนวน 403,032,887 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24% ของทุนจดทะเบียน คืนให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว(EDL) เรียบร้อยแล้ว

เช่นเดิม…สื่อมวลชนลาวไม่มีรายงานสาเหตุของการโอนหุ้น EDL-Gen คืนแก่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ของบริษัทพงซับทะวีฯ ว่ามีที่มา ที่ไปอย่างไร

…..

ตามข้อมูลในรายงานประจำปี 2567 ทุนจดทะเบียนของ EDL-Gen มีทั้งสิ้น 6,717,214.79 ล้านกีบ ผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก ประกอบด้วย

1.รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว(EDL) 76.55%

2.บริษัทราช-ลาว บริการ จำกัด 5.65%

3.RH INTERNATIONAL (SINGAPORE) CORPORATION PTE 4.46%

4.ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน 2.28%

5.ธนาคารกรุงไทย 1.54%

6.KRUNGTHAI XSPRING SECURITIES FOR INDIVIDUAL CLIENT 0.88%

7.แสงลาตี สะหวันคำ 0,69%

8.PT SOLE COMPANY LIMITED 0.62%

9.GULF INTERNATIONAL INVESTMENT HONG KONG 0.46%

10.บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต 0.40%

ณ สิ้นปี 2567 กำลังการผลิตติดตั้งรวมของ EDL-Gen จากโรงไฟฟ้าที่ได้ผลิตพลังงานไฟฟ้าออกมาขายแล้ว มีทั้งสิ้น 1,736.72 เมกะวัตต์ ในนี้ เป็นโรงไฟฟ้าที่ EDL-Gen เป็นเจ้าของ 100% 10 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 เมกะวัตต์ ที่เหลือเป็นกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าเอกชนที่ EDL-Gen ได้เข้าไปร่วมถือหุ้นด้วยอีก 1,019.72 เมกะวัตต์

ผลการดำเนินงานของ EDL-Gen ปี 2567 มีรายรับรวม 3,003,279 ล้านกีบ แต่มีรายจ่ายรวม 4,713,796 ล้านกีบ ทำให้ขาดทุนสุทธิ 1,710,517 ล้านกีบ

เทียบกับปี 2566 EDL-Gen มีรายรับรวม 3,152,517 ล้านกีบ รายจ่ายรวม 4,246,253 ล้านกีบ ขาดทุนสุทธิ 1,093,736 ล้านกีบ(ดูรายละเอียดได้จากภาพประกอบ)

รายจ่ายของ EDL-Gen ที่สูงจนทำให้ผลการดำเนินงานมียอดขาดทุนสุทธิ ในปี 2566 และ 2567 ยังคงมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหลัก

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 บริษัท TRIS Rating ได้ประกาศระดับความน่าเชื่อถือของ EDL-Gen อยู่ที่ BB+ ระดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของ EDL-Gen อยู่ที่ BB+ และแนวโน้มของระดับความน่าเชื่อถือเป็น”ลบ”(Negative)

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 EDL-Gen ได้ส่งแผนปรับปรุงธุรกิจไปยังคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ , ตลาดหลักทรัพย์ลาว และผู้ถือหุ้นของบริษัท เนื้อหาในแผนมีดังนี้

ผลขาดทุนของบริษัทที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นเพราะการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อันเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินกีบ บริษัทได้ค้นคว้าและวางแผนปรับปรุงการดำเนินงานให้กลับมามีกำไร โดยแบ่งแผนเป็น 2 ระยะ คือ

แผนระยะสั้น(ภายในปี 2568)

1.เจรจาขอปรับเพิ่มราคาขายไฟฟ้าให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวและรัฐบาลลาวโดยเร็วที่สุด ตามเงื่อนไขสัญญาที่มีการระบุไว้

2.โอนบางโครงการที่ EDL-Gen อยู่ 100% คืนให้แก่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ในมูลค่าที่ต่างฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์สูงสุด เพื่อนำเงินไปชำระหนี้สินของ EDL-Gen ให้ทันตามกำหนดเวลา และทำให้สภาพหนี้สินของบริษัทดีขึ้น

3.ประเมินมูลค่าทรัพย์สินคงที่ของ EDL-Gen ใหม่ ให้เหมาะสมกับสภาพทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของ สปป.ลาว

4.ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนไปใช้สกุลเงินตราต่างประเทศในรายงานการเงินของบริษัท

5.ติดตามแผนควบคุมเงินตราต่างประเทศจากธนาคารแห่ง สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด และเสนอไปยังรัฐบาลลาว และธนาคารแห่ง สปป.ลาว ให้พิจารณาควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ ไม่ให้ค่าเงินอ่อนค่าลงไปอีก

สุกสะหวาด โสสุพัน(ขวา) ผู้อำนวยการใหญ่ EDL-Gen เซ็นสัญญาในโครงการความร่วมมือผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กับมิลินดา วิไลสุก CEO บริษัท ASFC เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่มาภาพ : เพจ EDL-Gen

แผนระยะยาว

1.ศึกษาในการลดสัดส่วนการถือหุ้น หรือขายหุ้นที่ถืออยู่ในโรงงานผลิตไฟฟ้าเอกชนบางโครงการ ที่พบว่าไม่มีผลทางเศรษฐกิจ หรือไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับ EDL-Gen ได้

2.ศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มรายรับ เช่น จากการทำ Carbon offset/credit , การผลิตไฟฟ้าโดยระบบ Floating Solar หรือพัฒนา Pumping Hydro เป็นต้น

3.วิเคราะห์และเลือกเฟ้นการลงทุนใหม่ เช่น โครงการขนาดเล็กที่มีผลกำไรสูง โดยโครงการเป็นฝ่ายไปกู้ยืมและจัดหาแหล่งเงินทุน

4.ปรับปรุงและยกระดับงานซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักร ให้เป็นระบบที่ทันสมัย เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย และสามารถใช้ต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

5.ปรับปรุงนโยบายจ่ายเงินปันผล โดยอิงจากกระแสเงินสดหลังหักสำรองตามระเบียบ หรือเงินสำรองอื่นๆออกไปก่อน โดยไม่คำนึงเพียงแต่กำไรสุทธิอย่างเดียว

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 EDL-Gen ได้เซ็นสัญญากับบริษัท ASFC เพื่อพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ภายในพื้นที่เขื่อนผลิตไฟฟ้าเซละบำ เขื่อนเซเซด 1-2-3 และเขื่อนน้ำมัง 3 โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 15 เมกะวัตต์

เป็นการเริ่มต้นเดินหน้าตามข้อ 2 ในแผนปรับปรุงธุรกิจระยะยาว ที่เพิ่งเสนอไปยังผู้ถือหุ้นของ EDL-Gen เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา…

อ่านเพิ่มเติม