
นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB THAI) เดินหน้าสู่ยุคใหม่ด้วยเป้าประสงค์ในการ “ส่งเสริมความก้าวหน้าให้ลูกค้า พร้อมสร้างคุณค่าให้สังคม” (Advancing Customers and Society) มุ่งสู่การเป็น Niche Bank ใช้ความถนัดและเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้ารายย่อย ลูกค้า Wealth ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมสนับสนุนการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนด้วยศักยภาพของเครือข่าย CIMB Group ด้วยปรัชญาการดำเนินงาน ‘Simpler, Better, Faster’
วันที่ 22 กรกฏาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่สองของกิจกรรม CIMB Group Media Day 2025: Advancing in ASEAN ของ ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป(CIMB Group) ที่จัดขึ้น ณ กรุงกัวลัมเปอร์ มาเลเซีย นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย แถลงแผนการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Forward 30 ที่สอดคล้องกับซีไอเอ็มบี กรุ๊ป บริษัทแม่ที่มีฐานธุรกิจในมาเลเซีย
ธนาคารระดับอาเซียนด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งของซีไอเอ็มบี กรุ๊ป
นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป เป็นธนาคารใหญ่อันดับ 5 ในอาเซียน เมื่อวัดจากมูลค่าสินทรัพย์ ดำเนินธุรกิจใน 10 ประเทศทั้งในอาเซียนและนอกอาเซียน มี 600 กว่าสาขาทั่วอาเซียน และมีพนักงานกว่า 33,000 คน ส่วนเครือข่ายนอกอาเซียน คือที่ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และลอนดอน มีลูกค้ารวมกันกว่า 28 ล้านราย
สำหรับซีไอเอ็มบี ไทย เป็นหนึ่งในธนาคารในกลุ่มประเทศ MIST ประกอบด้วย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไทย ซึ่งจัดเป็นตลาดหลักของซีไอเอ็มบี กรุ๊ป โดยในมาเลเซีย ซีไอเอ็มบี เป็นธนาคารใหญ่อันดับสอง ในอินโดนีเซียอยู่ใน 5 อันดับแรก ส่วนในสิงคโปร์ดำเนินงานในฐานะสาขาของซีไอเอ็มบี มาเลเซีย แต่เป็นศูนย์ระดับภูมิภาคของซีไอเอ็มบี กรุ๊ปที่เชื่อมโยงกับศูนย์กลางการเงินของอาเซียน ขณะที่การดำเนินงานของซีไอเอ็มบี กรุ๊ปในเวียดนามและฟิลิปปินส์เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
นายวุธว์ กล่าวว่า ซีไอเอ็มบี ไทยดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2008 และเป็นธนาคารระดับอาเซียนที่องค์กรไทยเลือกใช้เป็นอันดับแรกในการขยายกิจการในภูมิภาค ส่งผลให้มีการเติบโตที่ดีภายใต้กลยุทธ์ Forward23+ แผนการขับเคลื่อนธุรกิจระหว่างปี 2019-2024 จากการที่ ซีไอเอ็มบี ไทย ช่วย สนับสนุนลูกค้าองค์กร ในการขยายธุรกิจไปยังอาเซียนรายได้และสินเชื่อ เติบโตประมาณ 2 เท่า
“จากจุดเริ่มต้นด้วย ASEAN For YOU ของความเป็นธนาคารอาเซียน ที่ส่งเสริมทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคถึงโอกาสที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศ โอกาสมีมากนอกเหนือจากตลาดในประเทศ ให้ลูกค้ามาใช้บริการ ด้วยจุดแข็งที่เรามีผลประกอบการ 5 ปีย้อนหลังเทียบปี 2020 ที่เราเริ่มต้นใหม่ๆของกลยุทธ์ ForwardF23+ จนถึงปี 2024 รายได้ที่สร้างในอาเซียนจากลูกค้าไทยที่ส่งต่อไปข้างนอกแล้วก็ตามไปสนับสนุนลูกค้าไทยไปเติบโตในภูมิภาค รายได้เราเติบโตมา 2 เท่า โดยประมาณ ยอดสินเชื่อก็โตประมาณ 2 เท่าเหมือนกัน”
โดยรายได้เพิ่มขึ้นในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (Compound Annual Growth Rate: CAGR) 21.3% CAGR ณ สิ้นปี 2024 จากสิ้นปี 2020 สินเชื่อเติบโตในอัตรา CAGR 14.4% ในช่วงเดียวกัน
ส่วนธุรกิจ Wealth ได้ยกระดับสู่ความเป็นผู้นำตลาดด้วยความเชี่ยวชาญทั้งในแง่นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะหุ้นกู้ รวมทั้งยังได้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล ส่งผลให้การจองซื้อและการขายหุ้นกู้ผ่านแอปซีไอเอ็มบีไทยเพิ่มขึ้น 77% ติดอันดับ 1 ในแง่ส่วนตลาด 5 ปีซ้อน ฐานลูกค้าจึงเพิ่มขึ้น 35% และสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Asset under management :AUM) เพิ่มขึ้น 30%
ทางด้านการชำระเงิน ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปใช้เงินสดน้อยลง หันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ปริมาณธุรกรรมการชำระเงินที่เติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม ถึง 105% ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมโตอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม 100% จากปี 2020 จนถึงปี 2024
ความสำเร็จของการให้บริการชำระเงินไปสู่การเติบโตของเงินฝาก โดยอัตราส่วน CASA( Current Account and Savings Account ซึ่งหมายถึง บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account) และ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account)) พุ่งขึ้นมาที่ 67% ณ สิ้นปี 2024 จาก 48% ปี 2020
” CASA เป็นสิ่งที่เรามุ่งเน้น ประกอบกับสถานการณ์ในประเทศมีสภาพคล่องค่อนข้างมาก แต่ดอกเบี้ยน้อย การบริหารเงินให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับลูกค้า ก็เป็นสิ่งที่เราช่วยตอบโจทย์แล้วนำเสนอแนวทางให้ลูกค้า จึงดึงสภาพคล่องเข้ามาอยู่ในธนาคารได้มาก”นายวุธว์กล่าว
สำหรับบริการ Digital Banking ซีไอเอ็มบี ไทยได้วางรากฐานในช่วงปี 2018-2019 ต่อมาได้ยกระดับบริการในปี 2020-2022 เพิ่มฟีเจอร์ ให้เหมาะสมและตอบโจทย์ลูกค้า รวมทั้งได้เสริมสร้างใหม่ที่ทันสมัยในปี 2023-2025 ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชันดิจิทัลเพิ่มขึ้น 46% เฉลี่ยต่อปี มีลูกทำรายการผ่านแอปพลิเคชันดิจิทัลกว่า 90% ของจำนวนรายการทั้งหมด
นายวุธว์กล่าว อีกเรื่องหนึ่งที่ซีไอเอ็มบี ไทย และซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ทำมาต่อเนื่องคือความยั่งยืน ซึ่งเป็นกระแสหลักของโลก โดยได้จัดตั้งESG Advisory ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้เพื่อรับผิดชอบโดยตรง เนื่องจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านความยั่งยืนมีความสำคัญ ที่ต้องตอบโจทย์การเงินสีเขียว และมาตรฐานระดับโลกที่มีผลต่อสถาบันการเงิน
“ซีไอเอ็มบี กรุ๊ปกรุ๊ปเองให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมาก และต้องการเป็นผู้นำตลาดในด้านความยั่งยืนของอาเซียน ทีมผู้เชี่ยวชาญที่จัดตั้งขึ้นมีทั้งที่สิงคโปร์ มาเลเซีย และในเมืองไทย เพราะจะเชื่อมต่อเป็นระบบนิเวศของความยั่งยืน”
นายวุธว์กล่าวว่า ที่ผ่านมาซีไอเอ็มบี ไทยได้ออก ตราสารหนี้สีเขียวหรือ Green Bond แล้วมูลค่า 2,000 ล้านบาท พร้อมมีวงเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่าน(Transition Finance) อีก 20,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 ลงได้ 39% ผ่านหลายกิจกรรมทั้ง ติดตั้งโซลาร์รูฟท้อป เปลี่ยนรถมาเป็น EV เปลี่ยนวิธีการใช้ไฟเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

มุ่งสู่ Niche Bank ที่แข็งแกร่งระดับอาเซียน
นายวุธว์ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของซีไอเอ็มบี ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้าภายใต้กลยุทธ์ Forward 30 ว่า เสาหลักที่จะมุั่งเน้น คือ จะเปลี่ยนตัวเองเป็น Niche Bank
“Niche Bank แปลว่าเราเป็นทุกอย่างให้คุณไม่ได้ แต่เราอยากเป็นคนสำคัญของคุณ เราไม่ได้เก่งทุกเรื่องไม่ได้เป็นทุกอย่างให้ลูกค้า เราจะเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของลูกค้าเรา นี่คือความหมายของ Niche Bank เป็นสิ่งที่เราจะมุ่งไปแล้วก็เป็น Journey ถัดไปอีก 6 ปีข้างหน้าของเรา” นายวุธว์กล่าว
ด้วยมุ่งหมายของซีไอเอ็มบี กรุ๊ปที่ส่งเสริมความก้าวหน้าให้ลูกค้า พร้อมสร้างคุณค่าให้สังคม Advancing Customer and Society Purpose ทุกอย่างจะเริ่มต้นจากลูกค้าเสมอ กลุ่ม CIMB อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีลูกค้า ถ้าไม่มีสังคม ทุกอย่างต้องตอบโจทย์กลับไปที่ลูกค้ากับสังคมที่เราอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นการเป็น Niche Bank ของซีไอเอ็มบี ไทย นายวุธว์กล่าวว่า “เราจะไม่เป็นเพียงธนาคารที่ขายผลิตภัณฑ์ แต่จะเป็นธนาคารที่เข้าใจปัญหาของลูกค้า และเสนอทางออกที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม ด้วยโซลูชันแบบครบวงจร (end-to-end solution) ทุกจังหวะชีวิตลูกค้า มุ่งขจัด pain point ลูกค้าให้หมดไป โดยมีแผนยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการไปอีกขั้น คือ ลูกค้าต้องได้รับประสบการณ์ Simpler, Better, Faster ง่ายกว่า ดีกว่า เร็วกว่า”
เบื้องหลังทุกโซลูชันคือ ‘บุคลากร’ ซีไอเอ็มบี ไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพ ดึงดูดคนรุ่นใหม่ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่น พร้อมมอบโอกาสการเติบโตระดับภูมิภาคภายในเครือข่าย CIMB Group
การที่ให้บริการลูกค้าในลักษณะนี้ได้ บุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร people and culture เป็นเรื่องสำคัญเพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแนวคิด (mindset)การปรับเปลี่ยนองค์กรในเรื่องวัฒนธรรมองค์กรทั้งหมดที่จะเป็นเครื่องมือของการเป็น niche bank
“เพราะการเป็นniche bank ก็เพื่อจะบริการฐานลูกค้ากับสังคมที่เราอยู่ด้วย โดยใช้ความสามารถและความเก่งของเราไปเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าเรา เพราะฉะนั้นทุกอย่างเริ่มต้นจากบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร ลูกค้าที่อยู่ตรงกลาง แล้วก็เพื่อตอบโจทย์สังคมและความยั่งยืน”
นายวุธว์กล่าวว่า ทั้ง 3 ด้านจะดำเนินการผ่าน 4 เสาหลักคือ 4 C คือ Capital& Resources, Cash, Cross-Sell แล้วก็ Capabilities โดยในด้าน Capital& Resources ความสามารถของบุคลากรจะต้อง Redeploy, Reskill, Upskill คนให้เหมาะสิ่งที่ซีไอเอ็มบี ไทยมุ่งเน้น มีการทำงานที่คล่องตัว พร้อมปรับแนวคิดเพื่อให้ตอบโจทย์ end-to-end solution

Think ASEAN, Think CIMB
สำหรับการให้บริการในรูปแบบที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ CUSTOMER-CENTRIC นายวุธว์กล่าวว่า ประกอบด้วยลูกค้าสำคัญ 3 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งคือลูกค้ารายใหญ่ คือ Corporate and Institution กลุ่มที่สอง Wealth & Affluent และกลุ่มที่สาม Retail Banking โดยมี Solutions ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มครอบคลุมทุกความต้องการ
สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ซีไอเอ็มบี ไทยมีโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ พร้อมสนับสนุนการเติบโตสู่ตลาดอาเซียน ด้วยพลังของเครือข่าย CIMB Group ในภูมิภาคและอีกหลายประเทศนอกอาเซียน และความเชี่ยวชาญเชิงลึกของบุคลากรพร้อมให้คำปรึกษาด้านเศรษฐกิจ กฎระเบียบ สังคม รวมถึงพันธมิตรท้องถิ่นของประเทศเป้าหมาย
“ที่ผ่านมาเราทำหน้าที่เป็น Regional Bank ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วย ASEAN Total Solutions และเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นใน CIMB Group” นายวุธว์กล่าว
ในกลุ่มลูกค้า Wealth นำเสนอการบริหารความมั่งคั่งแบบเฉพาะบุคคลเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซีไอเอ็มบี ไทย มุ่งเป็นทางเลือกอันดับแรกของคนไทยที่ต้องการขยายความมั่งคั่ง ด้วยแพลตฟอร์มการลงทุนที่ครบวงจร ผลิตภัณฑ์ครบครัน และทีมที่ปรึกษาเฉพาะทาง พร้อมตอบโจทย์ทุกสภาวะตลาด โดยเฉพาะบริการหุ้นกู้ที่เป็น ‘จุดเด่น’ ของธนาคาร ด้วยการคัดสรรหุ้นกู้คุณภาพ ราคาดี ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง รวมถึงพันธบัตรออมทรัพย์รัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากทีม CIMB Preferred ดูแลลูกค้ารายใหญ่ และผู้เชี่ยวชาญจาก Treasury & Markets บริหารเงินให้ลูกค้ารายใหญ่ พร้อมให้บริการคำปรึกษาและวางแผนการเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ Wealth Center หลายจุดในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่
“สิ่งหนึ่งที่เราจะมุ่งเน้น คือ Cross-border wealth ในประเทศสภาพคล่องยังมีมาก โอกาสในการลงทุนก็ยังมี ถ้ามีเราเข้าไปเติมเต็ม ลูกค้า wealth นำเสนอโอกาสในมุมของอาเซียน ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาคบนความเชี่ยวชาญที่เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าธุรกิจไทย พร้อมกับ Solutions การลงทุนข้ามพรมแดนอย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ” นายวุธว์กล่าว
สำหรับลูกค้ารายย่อย ธนาคารมุ่งสนับสนุนทุกก้าวชีวิตทางการเงินด้วยสินเชื่อที่เข้าถึงง่ายและอนุมัติไว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน หรือรีไฟแนนซ์ และจุดเด่นและแตกต่าง คือ การมีแอป CIMB THAI ที่ออกแบบให้ลูกค้าเข้าใกล้อิสรภาพมากขึ้น แอป CIMB THAI ได้รับการพัฒนาฟีเจอร์ไม่หยุดยั้ง ปัจจุบันเป็นเครื่องมือการลงทุนบริหารความมั่งคั่งแค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีดอกเบี้ยสูงเองได้ จองซื้อหุ้นกู้ตลาดแรกและตลาดรอง กดขายหุ้นกู้ตลาดแรกและกำลังจะกดขายตลาดรองได้เร็วๆนี้ เลือกลงทุนกองทุน Open Architecture จากบลจ.ชั้นนำ ซื้อประกัน และลูกค้าสามารถขอสินเชื่อได้ด้วยตัวเองรู้ผลอนุมัติไวเพื่อรับมือให้ทันกับช่วงเวลาจำเป็น และปีนี้จะเพิ่มฟีเจอร์ Money Lock ที่ลูกค้าเลือกปิด-เปิดบางบริการได้ด้วยตัวเองในจังหวะที่ต้องการความมั่นใจ
นายวุธว์กล่าวว่า ลูกค้ารายย่อยเป็นฐานที่ซีไอเอ็มบี ไทย มีอยู่แล้ว แต่พฤติกรรมการใช้บริการทางการเงินเปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิม และหันมาใช้บริการดิจิทัลมากขึ้น เพราะฉะนั้นความสามรถของธนาคารที่จะขยายและยกระดับการให้บริการก็คือ ความสามารถด้านดิจิทัลที่จะบริการได้อย่างไร้รอยต่อและแบบครบวงจร

Forward30 เป้าหมาย 6 ปีข้างหน้า มุ่งตอบโจทย์ทุกความท้าทายเศรษฐกิจโลก
ธุรกิจธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ และมีหน้าที่สำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทย CIMB THAI ภายใต้ CIMB Group ออกแบบโร้ดแมป 6 ปี ภายใต้แผน Forward30 ธนาคารจะมุ่งตอบโจทย์ทุกความท้าทายของเศรษฐกิจโลกบนความไม่แน่นอน ด้วยเป้าประสงค์ ‘Advancing Customers & Society’ ส่งเสริมความก้าวหน้าให้ลูกค้าพร้อมสร้างคุณค่าให้สังคม
โดยแผน Forward30 จะเป็นกลยุทธ์หลักในการเติบโตธุรกิจ ให้พร้อมแข่งขันและมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาด โดยใช้จุดแข็งทางด้านบุคลากรและเครือข่าย ASEAN ที่แข็งแกร่ง พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนและทรัพยากร ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานที่ยั่งยืน และสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ลูกค้าและสังคม โดยมีพื้นฐานจากเมกะเทรนด์ระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายเศรษฐกิจตามรอบช่วงเวลา รวมถึงการพัฒนาของเทคโนโลยี Gen AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แผน Forward30 มุ่งให้กลุ่มบริษัทมีความคล่องตัวในการปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นเร่งการเติบโตในธุรกิจที่เราประสบความสำเร็จ และคงไว้ซึ่งการใส่ใจลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการทำงานทุกขั้นตอน
“ผมมีเป้าหมายชัดเจน ที่จะทำให้คนของ CIMB THAI ทำงานโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) โฟกัสบนความถนัดที่เรามี เส้นทางเดิน 16 ปีที่ผ่านมา เราทำได้ดี เป็นที่ยอมรับของตลาด การันตีได้จากรางวัลด้านหุ้นกู้ นวัตกรรม และ HR วันนี้เราเห็นโอกาสที่จะยกระดับบริการไปขั้นกว่า คือ เสนอทางแก้ปัญหา เสนอบริการที่ต้องง่ายกว่า ดีกว่า และเร็วกว่า ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าและสร้างคุณค่าให้สังคม
“สุดท้ายตัววัดความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดคือ คะแนนความพึงพอใจจากลูกค้า (NPS Score) ที่ผ่านมาเราได้รับการจัดอันดับในระดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม และจะเดินหน้าพัฒนาต่อไปเพื่อรักษาอันดับ Top 3 นอกจากนี้ จะต่อยอดธุรกิจสู่ความเป็นผู้นำอาเซียน ด้วยเป้าหมายรายได้จากธุรกิจอาเซียนเติบโต 2 เท่า เป้าหมายขยายความมั่งคั่งของลูกค้า (Wealth AUM) โต 2 เท่า จากปัจจุบัน 250,000 ล้านบาท พร้อมสร้างฐานเงินฝากที่แข็งแกร่งสู่การเติบโตที่ยั่งยืนบนอัตราส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน (CASA) 70% และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดบน Cost-income Ratio (CIR) ต่ำกว่า 50%” นายวุธว์ กล่าว
ซีไอเอ็มบีไทย มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนปี 2568 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2567 ลดลงจำนวน 832.7 ล้านบาทหรือ 19.1% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขายและการลดลงของค่าภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 52.1% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567 อยู่ที่ 62.0%

ESG Advisory ตัวช่วยธุรกิจสู่ความยั่งยืน
CIMB THAI มีบทบาทเชิงรุกในเรื่อง ESG โดยมี ESG Advisory ทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยลูกค้าตรวจสุขภาพองค์กร พร้อมแนะแนวทางการปรับตัวสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน รองรับด้วยเงินทุนสนับสนุนภายใต้เป้าหมาย Transition Finance มูลค่า 20,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี
“โซลูชันบนแกนความยั่งยืน ธนาคารเริ่มจากดูแลลูกค้ารายใหญ่ เพื่อส่งผ่านความสำเร็จไปยังลูกค้ารายเล็กลงมา เพราะเราเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริง คือการที่ทุกคนในสังคมจะต้องก้าวสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน” นายวุธว์กล่าว และว่า ในเรื่องของพอร์ตสินเชื่อมีเป้าหมายที่มีสัดส่วนสินเชื่ิอสีเขียวประมาณ 20% ของพอร์ตโดยรวม
สำหรับซีไอเอ็มบี ไทยเองก็มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งใน Scope 1 และ 2 ลง 100% เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2030
นอกจากมุ่งมั่นที่จะลดผลกระะทบต่อสิ่งแแวดล้อม พร้อมพัฒนาสังคมไทยให้เติบโตไปด้วยกันแล้ว ซีไอเอ็มบีไทยยังยึดมั่นในมาตรฐานระดับสากล ด้วยปฏิบัติตามมาตรฐาน IFRS S2 และ GRI


