ThaiPublica > เกาะกระแส > ศาลฎีกายกฟ้องคดีที่ 3 “คิง เพาเวอร์” เรียกค่าเสียหาย “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” 720 ล้านบาท

ศาลฎีกายกฟ้องคดีที่ 3 “คิง เพาเวอร์” เรียกค่าเสียหาย “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” 720 ล้านบาท

1 พฤษภาคม 2023


นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

ศาลฎีกาพิพากษาเป็นคดีที่ 3 กลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ – ให้ยกฟ้องคดีที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เรียกค่าเสียหาย “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” ในข้อหาหมิ่นประมาท รวม 8 คดี เป็นเงิน 720 ล้านบาท พร้อมกับสั่งให้โจทก์จ่ายค่าธรรมเนียมขึ้นศาล – ค่าทนายความให้จำเลยอีก 500,000 บาท ยืนยันยังคงเดินหน้าดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง – ตามเงินคืนแผ่นดินต่อไป

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เวลา 9.00 น.ศาลแพ่ง (ถนนรัชดาภิเษก) นัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา ที่ 4547/2565 เป็นคดีความทางแพ่ง ระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ อันได้แก่ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โจทก์ที่ 1 , บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด โจทก์ที่ 2 และบริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด เป็นโจทก์ที่ 3 ยื่นฟ้องนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานละเมิด กรณีที่นายชาญชัยนำผลการตรวจสอบการดำเนินงานต่างๆตามสัญญาจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) และสัญญาบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้งสามเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงขอให้ศาลแพ่งสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสาม รวมเป็นเงินประมาณ 720 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้น และให้ลงโฆษณาคำพิพากษาฉบับเต็มในหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน ข่าวสด เดอะเนชั่น สยามรัฐ คมชัดลึก ผู้จัดการรายวัน 360 องศา และผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 องศา เป็นเวลา 15 วัน ติดต่อกัน

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำฟ้องของโจทก์ ต่อมา ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 (นายชาญชัย) ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นเงิน 3 ล้านบาท และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 และ โจทก์ที่ 3 อีก เป็นเงิน 1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้ง 2 ศาลแทนโจทก์ทั้งสามด้วย เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสามชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 100,000 บาท นายชาญชัยยื่นฎีกาต่อศาล

และล่าสุดในวันนี้ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องคดี โดยให้โจทก์ทั้งสามจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล (ชั้นต้น,อุทธรณ์และฎีกา) แทนจำเลยที่ 1 โดยกำหนดค่าทนายความรวม 500,000 บาท

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งศาลฎีกาได้มีพิพากษาคดีอาญา รวม 8 สำนวนคดีไปแล้วว่า ตนไม่ได้กระทำความผิดตามคำฟ้อง และไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทในการให้สัมภาษณ์สื่อทั้ง 5 ประเด็น คือ

    1) การทำสัญญาร้านจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูมิภาค ระหว่าง บริษัท คิง เพาเวอร์ และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท อาจมีการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนฯ ปี 2535
    2) กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ ไม่ได้ติดตั้งระบบรับรู้การขายสินค้าทันที (POS) ทำให้ ทอท.ไม่สามารถควบคุมการทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าปลอดภาษีอากรได้ตามข้อเท็จจริงและถูกต้อง
    3) การจ่ายค่าตอบแทนของ บริษัทคิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จ่ายค่าตอบแทนให้ ทอท. อาจไม่เป็นไปตามสัญญา
    4) การขายสินค้าปลอดภาษีอากรที่ซอยรางน้ำ แล้วไปรับสินค้าที่สนามบิน โดยไม่จ่ายส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน 15% ตามสัญญา อาจเป็นการผูกขาดและไม่มีใครแข่งขันได้
    5) กรณีมีการเชิญตัวแทนจาก บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่ลแนล กรุ๊ป จำกัด เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารและพัฒนากิจการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาร่วมประชุมกันเป็นการภายใน เพื่อร่วมเสนอแนวคิดในการออกแบบพื้นที่เชิงพาณิชย์ อาจทำให้ บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับข้อมูลมากกว่าผู้ประมูลรายอื่น จนชนะการประมูลในที่สุด

ทั้งหมดเป็นการต่อสู้ในคดีอาญา 2 ศาลฎีกา และคดีแพ่งอีก 1 ศาลฎีกา รวม 3 ศาลฎีกา 10 สำนวนคดี ใช้เวลาในการต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงมาตลอด 6 ปี ยืนยันไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวของผม และทีมทนายความที่ร่วมต่อสู้ในเรื่องนี้ แต่เพื่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้ผมได้ส่งสำเนาคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีอาญาไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการ ทอท. ให้แก้ไขปัญหาตามที่ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยถึงการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและสัญญาฯ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐที่ต้องสูญเสียเงินรายได้แผ่นดินที่ควรเข้ารัฐหลายหมื่นล้านบาทตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีใคร หรือ หน่วยงานราชการใด เข้าไปจัดการแก้ไขปัญหานี้ ดังนั้น ผมจะดำเนินคดีอาญา และแพ่งกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ศาลลงโทษผู้กระทำผิด และนำเงินรายได้คืนแผ่นดินต่อไป ” นายชาญชัย กล่าว

อ่าน คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเต็ม ที่นี่

  • ศาลฎีกาพิพากษากลับ-ยกคดี “คิง เพาเวอร์” ฟ้อง “ชาญชัย” หมิ่นประมาท 8 คดี
  • ศาลฎีกายกคดี “คิง เพาเวอร์” ฟ้อง “ชาญชัย” กล่าวหาเลี่ยง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ-เรียกเก็บ “แป๊ะเจี๊ยะ”
  • คำถามที่นายกรัฐมนตรี – ทอท.ไม่ตอบ (ตอน 6) : ทวงเงินคิงเพาเวอร์ 14,290 ล้านคืนรัฐ เหตุปรับค่าสัมปทาน “Pick up Counter”จาก 15% เก็บแค่ 3%?
  • สตง. บี้ทอท. เร่งเชื่อม POS เช็คยอดขาย ”คิง เพาเวอร์” แบบเรียลไทม์ พบ 9 ปีไม่คืบหน้า แจงบัญชีรายรับต่ำกว่าข้อมูลกรมศุลฯ