
“คิงส์เกต” เผยรัฐบาลไทยยอมให้นำสินแร่ทองคำ 4,750 ออนซ์ – สินแร่เงิน 34,800 ออนซ์ มูลค่า 14 ล้านเหรียญ ก่อนคิดค่าภาคหลวงออกจากเหมือง สะท้อนความตั้งใจในการเจรจาหาข้อยุติ
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 บริษัทคิงส์เกต เผยแพร่ แถลงการณ์ เกี่ยวกับสินแร่ทองคำที่ได้เก็บรักษาไว้ที่เหมืองทองคำชาตรี
คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด(“ Kingsgate” หรือ“ บริษัท ”) มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า อัครา รีซอร์สเซส (Akara Resources) ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของบริษัท ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยให้จำหน่าย “สินแร่” ทองคำและเงินที่มีมูลค่าสูงซึ่งได้เก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยที่เหมืองทองคำชาตรีไปยังโรงถลุงของไทยเพื่อแปรรูปเป็นทองคำและเงินชั้นดี
สินแร่ หมายถึง วัสดุที่ผ่านการทำความสะอาดจากถังและโรงงานแปรรูปหลังจากการปิดเหมืองทองคำชาตรีเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และถือเป็นรวมทั้งรับรู้กันว่าเป็นทรัพย์สินของอัครารีซอร์สเซสมาโดยตลอด
สินแร่ที่ได้ประกอบด้วยทองคำประมาณ 4,750 ออนซ์และเงิน 34,800 ออนซ์และมีมูลค่าประมาณ 14 ล้านเหรียญออสเตรเลียที่ระดับราคาทองคำ 2,678 เหรียญออสเตรเลียต่อออนซ์ (ณ วันที่ 9 กันยายน 2563) ก่อนค่าภาคหลวง ค่าขนส่ง และค่าการถลุง
อัครา รีซอร์สเซสได้ตกลงเงื่อนไขกับโรงถลุงของไทยที่จะดำเนินการตามกรรมวิธีการถลุงสินแร่ตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ทองคำที่ขุดในประเทศไทยต้องถลุงในประเทศไทย โดยได้เริ่มขนส่งสินแร่ไปยังโรงถลุงแล้ว
ขณะที่การดำเนินการนี้ค้างคามาเป็นเวลานาน คิงส์เกตมองว่าเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ แต่เป็นไปในเชิงบวก และดูเหมือนเป็นการกระทำโดยสุจริตซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจใหม่ของรัฐบาลไทยในการดำเนินการการเจรจาเพื่อหาข้อยุติระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นกระบวนการที่คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ได้สนับสนุนมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร