19 วันยอดใช้จ่าย “ชิมช้อปใช้” G-Wallet 1 ทะลุ 8,500 ล้านบาท G-Wallet 2 แค่ 113 ล้าน กางข้อมูลใช้ที่ไหนกันบ้าง

กว่า 3 สัปดาห์สำหรับโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” หลังจากเริ่มลงทะเบียนวันแรกเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 มาตรการต่อที่ 1(G-Wallet 1) กับการแจกเงิน 1,000 บาท โดยมีเป้าหมายให้มีการใช้จ่ายทั่วประเทศ

ขณะที่มาตรการต่อที่ 2 (G-Wallet 2) เป้าหมายให้ประชาชนออกมาใช้จ่าย “เงินของตัวเอง” โดยจะคืนเงินสด หรือ Cash Back 15% ของยอดใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 4,500 บาท หรือคิดเป็นเพดานที่ 30,000 บาทต่อคน เพื่อเป็นอีกแรงกระตุ้นการใช้จ่ายให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ หาก 10 ล้านคนใช้จ่ายส่วนนี้เต็มที่ จะมีวงเงินสะพัดถึง 300,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตัวเลขการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่ามีผู้เข้ายืนยันตัวตนสำเร็จในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว 9,260,223 ราย และในช่วง 19 วันที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิ์ 8,519,390 ราย มีการใช้จ่ายรวม 8,282 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายที่

  • ร้าน “ช้อป” ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว 4,576 ล้านบาท (55.2% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด)
  • ร้าน “ชิม” หรือร้านอาหารและเครื่องดื่มมียอดใช้จ่าย 1,152 ล้านบาท (13.9% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด)
  • ร้าน “ใช้” เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ มียอดใช้จ่าย 96 ล้านบาท (1.2% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด)
  • ร้านค้าทั่วไปมียอดใช้จ่าย 2,345 ล้านบาท (28.3% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด)

ทั้งนี้ ในรายละเอียดเป็นการใช้จ่าย g-Wallet ต่อที่ 1 ซึ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลแจกเงินให้คนละ 1,000 บาท ประมาณ 8,169 ล้านบาท (98.6% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด) และเป็นการใช้จ่าย g-Wallet ต่อที่ 2 ซึ่งต้องเติมเงินและไปใช้จ่ายเพื่อรับ Cash Back คืน 15% ของยอดใช้จ่าย อีกประมาณ 113 ล้านบาท (1.4% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด) โดยมีผู้ใช้สิทธิ์ส่วนนี้แล้วเพียง 36,854 ราย

นอกจากนี้ หากแยกตามขนาดร้านค้าพบว่าเป็นการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดเล็กตามวัตถุประสงค์ของมาตรการฯ 6,793 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด และการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขามีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงเริ่มต้นมาอยู่ที่ 1,489 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18% ขณะที่การกระจายตัวถือว่ากระจายครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะในเมืองใหญ่ โดยการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ คิดเป็นเพียง 13% ของการใช้จ่ายทั้งหมด

  • เมื่อโครงการ “ชิมช้อปใช้ ” เป็นมากกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ…
  • ยอดใช้จ่าย 5,500 ล้านบาทแรกใช้ที่ไหนกันบ้าง

    สำหรับประเด็นการกระจายตัวของเม็ดเงิน จากข้อมูล “รายจังหวัด” ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ระบุว่ามีผู้มาใช้สิทธิแล้ว 5,910,924 จากจำนวยยอดลงทะเบียนทั้งหมด 10 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายไปแล้ว 5,634.8 ล้านบาท โดยหากแบ่งตามพื้นที่จะพบว่าการใช้จ่ายใน “กทม.-ปริมณฑล” เป็นยอดการใช้จ่าย 1,487.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26.4% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมดในขณะนั้น รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ 1,028.1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.2% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่ภาคที่ได้รับอานิสงค์จากมาตรการน้อยที่สุดคือภาคตะวันตกที่มียอดการใช้จ่ายเพียง 273.1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.85% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมด และภาคเหนือที่มียอดการใช้จ่ายเพียง 448.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.96% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมดเท่านั้น

    กรุงไทยชวนเติมเงิน G-Wallet 2  พร้อมรับคืน 15% สูงสุด 4,500 บาท

    ด้านนายผยง ศรีวณิช  กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีกระแสตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม จากยอดการใช้จ่ายของ ผู้ที่ได้รับสิทธิ 1,000 บาท ผ่านกระเป๋า G-Wallet 1  ทั้งนี้   ผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการโครงการ ยังสามารถใช้กระเป๋าในช่อง G-Wallet 2  ใช้จ่ายในร้านที่ร่วมโครงการ ชิมช้อปใช้ ได้ทุกจังหวัด ที่ไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน เพื่อรับสิทธิเงินคืนจากยอดการใช้จ่าย ได้สูงถึง 15% ของวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000  บาท หรือรับเงินคืนสูงสุด 4,500 บาท

    โดยมีขั้นตอนในการเติมเงินเพื่อใช้จ่ายผ่าน G-Wallet 2 ที่ง่ายและไม่ซับซ้อน  ผู้ได้รับสิทธิ แตะที่สัญลักษณ์ QR Code  อยู่มุมบนซ้ายของแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ภายใต้ชื่อ “เติมเงิน G-Wallet”  และสามารถใช้โมบายแบงก์กิ้งของทุกธนาคารสแกน QR-Code เพื่อเติมเงิน  หรือทำการเติมเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ด้วยโมบายแบงก์กิ้ง  และเอทีเอ็มของทุกธนาคาร  โดยระบุหมายเลข  G-Wallet  ID 15  หลัก ที่ได้จาก QR Code หลังจากนั้น  ผู้ได้รับสิทธิสามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ทันที จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้  ส่วนขั้นตอนการชำระเงินในการใช้จ่ายผ่าน G – Wallet 2 เพียงกดตรงใช้สิทธิรับเงินคืน 15%  และกดใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน หลังจากนั้น จะได้ QR Code  เพื่อให้ร้านค้าใช้แอปถุงเงินสแกน  โดยผู้รับสิทธิกดยืนยันการชำระเงิน

    นายผยง กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศ และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ  เมื่อประชาชน 10 ล้านคน ที่ได้รับสิทธิ์ นำเงินไปใช้จ่าย ตามมาตรการของโครงการ สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายไปสู่ฐานรากของชุมชน  ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล