AOT ชง “อสส.” ตีความคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดินจี้เปิด “จุดส่งมอบสินค้า” ในสนามบินให้ร้านค้าปลอดอากรในเมืองผิดสัญญาหรือไม่

3 ปีที่นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทยเดินสายร้องขอความเป็นธรรมไปตามหน่วยงานต่างๆ หลายแห่ง ทั้งที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเรียกร้องให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” ในฐานะเจ้าของพื้นที่ จัดหาพื้นที่ภายในท่าอากาศยานนานาชาติ เปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ (Pick-Up Counter) เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในเมืองขาออกรายอื่นใช้บริการร่วมกัน

ปรากฏว่ามีผู้ตรวจการแผ่นดินหน่วยเดียวที่รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเอาไว้พิจารณา โดยใช้เวลาไต่สวนเกือบ 1 ปี วันที่ 27 มีนาคม 2560 ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งผลการวินิจฉัยถึงสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทยและ ทอท. ว่า “การอนุญาตให้เอกชนรายเดียว เปิดจุดส่งมอบสินค้าภายในสนามบินทั้ง 2 แห่งเข้าข่ายเป็นการเลือกปฏิบัติหรือเป็นการปิดกั้นเสรีทางการค้า จึงแนะนำให้ ทอท. จัดหาพื้นที่ภายในท่าอากาศยานนานาชาติให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในเมืองรายอื่นใช้ร่วมกัน และให้รายงานผลการดำเนินงานตามคำวินิจฉัยดังกล่าว ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบภายใน 60 วัน”

ก่อนครบกำหนดวันนัดหมาย นายนิตินัย สิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ทำหนังสือแจ้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ว่า “ทอท. ไม่สามารถจัดหาพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายอื่นใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้สัญญาโครงการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ หาก ทอท. ทำตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ระหว่างที่สัญญาฯ ยังไม่สิ้นสุด ถือเป็นการละเมิดสิทธิของคู่สัญญา”

อนึ่งพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ทอท.ให้ภาคเอกชนเช่่า เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ

หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาเหตุผลตามที่ ทอท. กล่าวอ้างแล้ว ปรากฏว่า ยังไม่มีข้อเท็จอื่นใดที่จะมาเปลี่ยนแปลงผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินได้ วันที่ 2 สิงหาคม 2560 พล.อ. วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงทำหนังสือยืนยันผลการวินิจฉัยเดิมส่งถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ทอท. ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ทำหนังสือไปสอบถามสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) 2 ประเด็น ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท. ครั้งที่ 10/2560 ดังนี้

    1. ทอท. จะให้สิทธิผู้ประกอบการรายอื่นประกอบกิจการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ตามความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินได้หรือไม่ เพียงใด

    2. หากดำเนินการตามความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน จะเป็นการผิดเงื่อนไขสัญญา จึงขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติอื่นๆ ที่เหมาะสม เพื่อ ทอท. จะได้พิจารณาเป็นแนวทางดำเนินงานต่อไป วันเดียวกันนั้น ทอท. ได้ทำหนังสืออีกฉบับส่งถึงปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน

อนึ่งหลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินทำหนังสือยืนยันผลการวินิจฉัยส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันที่ 24 สิงหาคม 2560 กระทรวงคมนาคมเชิญผู้บริหาร ทอท. มาประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานตามผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน แนะนำให้ ทอท. จัดหาพื้นที่ในอาคารท่าอากาศยาน เปิดจุดส่งสอบสินค้าสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่นใช้ร่วมกัน

ภายหลังการหารือที่ประชุมมีมติร่วมให้ทำเรื่องเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาสั่งการให้ ทอท. ทำหนังสือขอความร่วมมือกับผู้รับสัมปทาน เพื่อจัดสรรพื้นที่เช่าในอาคารผู้โดยสารบางส่วนให้ผู้ประกอบการรายอื่น เช่น บริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ ฟรี (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งจุดส่งมอบสินค้า หากทั้ง 2 บริษัทตกลงกันไม่ได้ มอบหมายให้ ทอท. เป็นผู้ประสานงานในการเจรจา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งขอให้ผู้รับสัมปทานจุดส่งมอบสินค้าพิจารณาความเป็นไปได้ในการเปิดจุดส่งมอบสินค้าในลักษณะ Common Use เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการ

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีคำสั่งการให้คณะกรรมการ ทอท. ทำหนังสือหารือสำนักงานอัยการสูงสุด ในประเด็นข้อสัญญา ให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว วันที่ 20 กันยายน 2560 ทอท. ได้นำข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท. ครั้งที่ 10/2560 โดยที่ประชุมบอร์ด ทอท. ครั้งนี้มีมติให้ฝ่ายบริหาร ทอท. ดำเนินการตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยทำหนังสือหารือถึงสำนักงานอัยการสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับสัญญา เพื่อให้เกิดความชัดเจน

นิตินัยหารืออสส LN