กาง”รีมาร์ก” กรมศุลในใบขนสินค้ารถเมล์เอ็นจีวี 389 คัน ระบุ “คกก.ปล่อยรถตรวจพบถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน”

รถเมล์เอ็นจีวีออกจากท่าเรือแหลมฉบังเพื่อมาจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกและส่งมอบขสมก.
รถเมล์เอ็นจีวีออกจากท่าเรือแหลมฉบังเพื่อมาจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกและส่งมอบขสมก.

ตามที่ไทยพับลิก้านำเสนอข่าวเรื่องรถเมล์เอ็นจีวีที่จะต้องส่งมอบให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือขสมก.ว่าเป็นปมร้อนของคณะกรรมการตรวจรับรถเมล์เอ็นจีวีของขสมก. เนื่องจากรถเมล์เอ็นจีวีที่จะนำมาส่งมอบนั้น กรมศุลกากรแถลงข่าวว่ารถเมล์เอ็นจีวี 389 คัน ยังมีปัญหาเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้า โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้บันทึกหมายเหตุ (Remark) ดังกล่าวนี้ลงในใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อทำการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าว่ามาจากแหล่งใด ซึ่งผลการตรวจสอบดังกล่าวอาจจะมีผลต่อสัญญาที่บริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ได้ทำไว้กับขสมก.

ต่อเรื่องนี้นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ได้เคยให้สัมภาษณ์กับไทยพับลิก้าว่า”ตอนที่กรมศุลกากรแถลงข่าว ผมก็ไม่เคยเห็นหลักฐานใบขนสินค้าขาออก ผมขอถามคุณกลับว่าคุณเคยเห็นหลักฐานชิ้นนี้หรือไม่ คุณบอกว่าไม่เคยเห็น ผมเองก็ไม่เคยเห็น ทั้งสื่อและผมก็ไม่เคยเห็นหลักฐานที่ยืนยันว่าเป็นรถเมล์ประกอบในจีน ผมจะเอาหลักฐานที่ไหนมายืนยันกับคู่สัญญา เพื่อปฏิเสธการตรวจรับรถ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้กรมศุลกากรแจ้งข้อหาบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด สำแดงใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) เป็นเท็จ กรณีนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 100 คันแรก หากจะนำรถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้ออกจากด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ต้องชำระภาษีและค่าปรับให้ครบก่อนนำรถเมล์เอ็นจีวีไปส่งมอบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ติดต่อด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ขอนำรถเมล์เอ็นจีวี 291 คัน ผ่านพิธีการศุลกากร ครั้งนี้บริษัทซุปเปอร์ซาร่าไม่ได้ยื่นใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)

การนำรถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้ผ่านพิธีการศุลกากร จึงแตกต่างจากลอต 100 คันตรงที่บริษัทซุปเปอร์ซาร่ายอมจ่ายภาษีนำเข้าอัตราทั่วไปที่ 40% ของมูลค่า (Non-AFTA) แต่ขอใช้สิทธิเรียกร้องขอคืนภาษีตามมาตรา 10 วรรค 5 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงลงบันทึกในใบขนสินค้าขาเข้า ตามที่ผู้นำเข้าสำแดง (ดูภาพประกอบ) ว่า รถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาเลเซีย ประเทศต้นทางที่บรรทุกคือมาเลเซีย

ก่อนตรวจปล่อยรถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้ เจ้าหน้าที่ทำการบันทึก “หมายเหตุ” (Remark) ลงในใบขนสินค้าขาเข้า ข้อความระบุว่า “ขอสงวนสิทธิการขอคืนอากรภายหลังการนำเข้า โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า มีปัญหาถิ่นกำเนิด เนื่องจากคณะกรรมการตรวจปล่อยรถยนต์ฯ ตรวจพบว่ารถยนต์ฯ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี” จากนั้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ออกใบขนสินค้าขาเข้า, ใบรับรองการนำเข้า แบบ 32 ฉบับจริง, ใบเสร็จรับเงินค่าอากรให้บริษัทซุปเปอร์ซาร่านำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ขณะที่กรมศุลกากรแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่ารถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้ยังมีข้อถกเถียงเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ

เนื่องจากสัญญาที่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัดทำกับขสมก.ระบุว่าต้องนำรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ผลิตในประเทศจีน ประกอบที่โรงงานประเทศมาเลเซีย ขณะที่ TOR ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญากำหนดไว้กว้างๆ ว่าเป็นรถเมล์เอ็นจีวีที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน หรือจะนำอะไหล่ชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในประเทศไทยก็ได้ ขณะที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า รถเมล์เอ็นจีวีที่กำลังจะนำมาส่งมอบให้ ขสมก. ถูกกรมศุลกากรลงบันทึกหมายเหตุหรือ “Remark” ในใบขนสินค้าขาเข้าว่าเป็นรถเมล์ที่มีถิ่นกำเนิดประเทศจีน

กรมการขนส่ง

ต่อเรื่องนี้ทางนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ได้ทำหนังสือไปสอบถามอัยการสูงสุด รวมทั้งส่งหนังสือถึงกรมศุลกากร ขอให้ยืนยันว่ารถเมล์เอ็นจีวีที่ผ่านการตรวจปล่อยจากกรมศุลกากรมีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีนหรือมาเลเซีย นอกจากนี้ ขสมก. ยังทำหนังสือขอหลักฐานการจดทะเบียนรถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้กับกรมการขนส่งทางบกด้วย

ก่อนหน้านี้นายสุระชัยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าว่า “ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับจากอัยการสูงสุดและกรมศุลกากร แต่กรมการขนส่งทางบกส่งหลักฐานการจดทะเบียนทั้งหมดมาให้แล้ว ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวต่อว่า “หากใบขนสินค้าขาเข้าระบุรถเมล์เอ็นจีวีที่จะมาส่งมอบให้ ขสมก. มีถิ่นกำเนิดในจีน ผมไม่ตรวจรับ รีมาร์กก็ขอดูด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นรีมาร์ก”

ผู้สื่อข่าวไทยพับลิก้าตรวจสอบเรื่องนี้พบว่า บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ในฐานะผู้นำเข้า ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้ากับกรมศุลกากร 5 ครั้ง ครั้งแรกยื่นใบขนสินค้าแบบกระดาษและใช้ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นรถเมล์ประกอบที่ประเทศมาเลเซีย ส่วนที่เหลืออีก 4 ครั้งยื่นใบขนสินค้าขาเข้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันที่ 1 ธันวาคม 2559 บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี ยี่ห้อ Sunlong SLK 6129 CNG ปี 2016 ปริมาตรความจุของกระบอกสูบ 8,820 CC จำนวน 99 คัน บรรทุกใส่เรือชื่อ GLOVIS PRIME เข้ามาจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง

วันที่ 2 ธันวาคม 2559 เวลา 7.43 น. ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ สำแดงประเทศกำเนิด มาเลเซีย ประเทศต้นทางที่บรรทุก มาเลเซีย โดยใช้ใบรับรองถิ่นกำเนิด (Form D) เลขที่ JB-201611-CCF-122542-W-042273 ลว.24 ระบุเป็นรถเมล์ประกอบในโรงงานประเทศมาเลเซีย ขอใช้สิทธิยกเว้นอากรตามข้อตกลง AFTA และชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 20.458 ล้านบาท

ต่อมากรมศุลกากรมีประเด็นข้อสงสัย จึงสั่งอายัดรถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้และส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบประเทศมาเลเซีย พบหลักฐานรถเมล์ลอตนี้มีถิ่นกำหนดประเทศจีน กรมศุลกากรจึงตั้งข้อกล่าวหาบริษัทซุปเปอร์ซาร่าสำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ

วันที่ 8 ธันวาคม 2559 บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด นำเข้ารถม์เอ็นจีวี ยี่ห้อ Sunlong SLK 6129 CNG ปี 2016 ปริมาตรความจุของกระบอกสูบ 8,820 CC จำนวน 145 คัน บรรทุกใส่เรือชื่อ GLOVIS SPIRIT และอีก 146 คัน บรรทุกใส่เรือชื่อ GLOVIS PACIFIC เข้ามาจอดที่ท่าเรือแหลมฉบัง

วันที่ 11 มกราคม 2560 ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับแรกจำนวน 145 คัน เวลา 13.02 น. สำแดงประเทศกำเนิด “มาเลเซีย” ประเทศต้นทางที่บรรทุก “มาเลเซีย” มีข้อโต้แย้งกับคณะกรรมการตรวจปล่อยรถยนต์ของกรมศุลกากร บริษัทซุปเปอร์ซาร่าขอสงวนสิทธิ์ใช้ Form D ขอคืนอากรภายหลัง ตามมาตรา 10 วรรค 5 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ยอมจ่ายภาษีนำเข้าที่อัตรา 40% ของมูลค่าคิดเป็นเงิน 171 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก 42 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 213 ล้านบาท ก่อนตรวจปล่อยรถ เจ้าหน้าที่ศุลกากรบันทึกหมายเหตุลงในใบขนสินค้าขาเข้า ระบุว่า “ขอสงวนสิทธิ์การขอคืนอากรภายหลัง โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) มีปัญหาถิ่นกำเนิด เนื่องจากคณะกรรมการตรวจปล่อยรถ (คกก.ตรวจปล่อยรถ) ตรวจพบว่า รถยนต์ฯ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี”

เจ้าหน้าที่ศุลกากรบันทึกหมายเหตุลงในใบขนสินค้าจำนวน 145 คัน
เจ้าหน้าที่ศุลกากรบันทึกหมายเหตุลงในใบขนสินค้าจำนวน 145 คัน
เจ้าหน้าที่ศุลกากรบันทึกหมายเหตุลงในใบขนสินค้าฉบับที่ 2 จำนวน 146 คัน
เจ้าหน้าที่ศุลกากรบันทึกหมายเหตุลงในใบขนสินค้าฉบับที่ 2 จำนวน 146 คัน

เวลา 14.09 น. บริษัทซุปเปอร์ซาร่ายื่นใบขนสินค้าขาเข้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ฉบับที่ 2 จำนวน 146 คัน สำแดงประเทศกำเนิด “มาเลเซีย” ประเทศต้นทางที่บรรทุก “มาเลเซีย” ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากร มีความเห็นว่าเป็นรถเมล์ที่มีถิ่นเนิดเป็นประเทศจีน บริษัทซุปเปอร์ซาร่าขอสงวนสิทธิ์ใช้ Form D ขอคืนอากรภายหลัง ตามมาตรา 10 วรรค 5 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 จ่ายภาษีนำเข้า 172 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 42 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 214 ล้านบาท ก่อนตรวจปล่อยรถ เจ้าหน้าที่ศุลกากรบันทึกหมายเหตุลงในใบขนสินค้าขาเข้า ระบุว่า “ขอสงวนสิทธิ์การขอคืนอากรภายหลัง โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) มีปัญหาถิ่นกำเนิด เนื่องจากคณะกรรมการตรวจปล่อยรถ (คกก.ตรวจปล่อยรถ) ตรวจพบว่า รถยนต์ฯ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี” เช่นเดียวกัน รวมใบขนสินค้า 2 ฉบับ ตรวจปล่อยรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 291 คัน บริษัทซุปเปอร์ซาร่าชำระค่าภาษีให้กรมศุลกากรแล้ว 427 ล้านบาท จากนั้นในเวลา 23.00 น. บริษัทซุปเปอร์ซาร่านำรถเมล์เอ็นจีวีออกจากด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง

วันที่ 17 มกราคม 2560 บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี ยี่ห้อ Sunlong SLK 6129 CNG ปี 2016 ปริมาตรความจุของกระบอกสูบ 8,820 CC จำนวน 98 คัน บรรทุกใส่เรือชื่อ Queen Ace ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อกรมศุลกากร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 12.35 น. สำแดงประเทศกำเนิด มาเลเซีย ประเทศต้นทางที่บรรทุก มาเลเซีย บริษัทซุปเปอร์ซาร่าขอสงวนสิทธิ์ใช้ Form D ขอคืนอากรภายหลัง ตามมาตรา 10 วรรค 5 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ชำระค่าภาษีนำเข้า 117 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 28.6 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 145.6 ล้านบาท

ก่อนตรวจปล่อยรถ เจ้าหน้าที่ศุลกากรบันทึก หมายเหตุลงในใบขนสินค้าขาเข้า ระบุว่า “ขอสงวนสิทธิ์การขอคืนอากรภายหลัง โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) มีปัญหาถิ่นกำเนิด เนื่องจากคณะกรรมการตรวจปล่อยรถ (คกก.ตรวจปล่อยรถ) ตรวจพบว่า รถยนต์ฯ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี” เช่นเดียวกัน รวมใบขนสินค้า 3 ฉบับ ตรวจปล่อยรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 389 คัน บริษัทซุปเปอร์ซาร่าชำระค่าภาษีให้กรมศุลกากรแล้ว 572.6 ล้านบาท

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=vcZcn9ozzRo&w=560&h=315]