เสธฯ แดงโชว์ผลงาน 1 ปี แก้ขายหวยเกินราคา เตรียมชง ครม. แก้ พ.ร.บ.สลาก เปิดช่องออกหวยออนไลน์

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559พลโทอภิรัชต์  คงสมพงษ์ พร้อมกับคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดแถลงผลงานการแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ พร้อมกับคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดแถลงผลงานการแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ หลายคนนึกถึงการขายสลากเกินราคา เอาเปรียบประชาชน คนพิการผู้ค้าสลากรายย่อย มอมเมา เสี่ยงโชค สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม สารพันความคิดที่ส่วนใหญ่เป็นภาพลบ ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลชุดไหนแก้ปัญหาสลากเกินราคาสำเร็จ เพราะที่นี่คือแหล่งผลประโยชน์ขนาดใหญ่ แต่ละปีมีเงินสะพัดกว่าแสนล้าน

หลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกกฎอัยการศึกได้ไม่นาน วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 พล.อ. ประยุทธ์ ประเดิมมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 กับสำนักงานสลากฯ เป็นแห่งแรก โดยแต่งตั้งพล.ท. อภิรัชต์ คงสมพงษ์เป็นประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล แก้ปัญหาขายสลากเกินราคา

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 พล.ท. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ พร้อมกับคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยการแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาในรอบ1 ปีที่ผ่านมาว่าจากการประกาศแนวทางการแก้ปัญหาสลากเกินราคา (Road Map) 3 ระยะ 1. การจัดระเบียบและบังคับใช้กฎหมาย 2. การปรับแผนและทิศทางการจำหน่ายสลาก และ 3. การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

พลโทอภิรัชต์  คงสมพงษ์
พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์

โรดแมป

ระยะที่ 1 คณะกรรมการฯ ประกาศกำหนดราคาสลาก 80 บาททั่วประเทศ ตั้งแต่งวด 16 มิถุนายน 2558 โดยตัวแทนจำหน่ายสลากได้รับส่วนลดในอัตราใหม่คือ 12-14% ทำให้ตัวแทนจำหน่ายมีรายได้จากการจำหน่ายสลากมากขึ้น เพียงพอต่อการดำรงชีพ และเป็นมูลเหตุจูงใจให้จำหน่ายสลากตามราคาที่กำหนด พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวด โดยกำหนดอัตราโทษผู้ขายเกินราคา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท ในขณะเดียวกันก็ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับผู้ขายทั่วประเทศ พร้อมจัดชุดปฏิบัติการพิเศษเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และจับกุมผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม รวมทั้งยังได้จัดตั้งศูนย์ร้องเรียน ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 0-2345-1466

นอกจากนี้ ยังได้มีการยกเลิกรางวัลแจ๊กพ็อต เพื่อเป็นการกระจายการถูกรางวัลที่ 1 ให้ทั่วถึง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการรวมชุด อันเป็นสาเหตุสำคัญของการขายสลากเกินราคา และยังเพิ่มการออกรางวัลเลขหน้า 3 ตัวเป็นครั้งแรก ตั้งแต่งวดวันที่ 1 กันยายน 2558 เพื่อลดปัญหาเลขท้ายที่ไม่นิยม จากนั้น คณะกรรมการฯ ได้ยกเลิกการจัดสรรสลากให้กับนิติบุคคลที่ไม่ใช่องค์กรการกุศลหรือเพื่อคนพิการ พร้อมกับการจัดสรรสลากอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม รายละ 5 เล่ม (1 เล่มมี 100 ฉบับ) จากเดิมได้รับการจัดสรรโควตา รายละ 1.5-125 เล่ม ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรผู้ค้ารายใหญ่ และกระจายโอกาสให้กับผู้ค้ารายย่อย

สลากกินแบ่ง

ระยะที่ 2 จะเป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ค้ารายย่อย ได้รับการจัดสรรโควตาสลากอย่างเป็นธรรม วันที่ 2 กันยายน 2558 บอร์ดสลากมีมติเห็นชอบ “โครงการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล” โดยเปิดให้ผู้ค้าสลากรายย่อย เข้ามาซื้อหรือจองสลากล่วงหน้ารายละไม่เกิน 5 เล่ม ผ่านตู้เอทีเอ็ม ระบบเน็ตแบงก์ และเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย พร้อมจัดส่งทางไปรษณีย์ถึงมือผู้ขายโดยตรงในราคาต้นทุน 70.40 บาท รวมทั้งสั่งการให้สำนักงานสลากพิมพ์สลากเพิ่มอีก 13 ล้านฉบับต่องวด จากเดิมพิมพ์สลากออกขาย 37 ล้านฉบับคู่ต่องวด เพิ่มเป็น 50 ล้านฉบับคู่ต่องวด เพื่อปรับปริมาณสลากในตลาดให้เข้าสู่ “สมดุล”

สลากกินแบ่ง1

สลากกินแบ่ง2

วันที่ 20 ตุลาคม 2558 บอร์ดสลากมีมติไม่ต่อสัญญาตัวแทนจำหน่ายสลากทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการที่ครบกำหนดภายในสิ้นปี 2558 เช่น มูลนิธิสำนักงานสลากฯ, สมาคมพนักงานผู้เกษียณอายุและตัวแทนจำหน่ายสลากรายใหญ่ประมาณ 2,495 ราย (รวม 5 เสือ) ที่ได้รับการจัดสรรโควตาสลาก 7.9 ล้านฉบับคู่ หรือ 15.8 ล้านฉบับ โดยสำนักงานสลากฯ นำโควตาสลากลอตนี้มาขายให้ผู้ค้าสลากรายย่อยผ่านธนาคารกรุงไทย ปัจจุบันมียอดลงทะเบียนผ่านระบบดังกล่าวกว่า 1 แสนราย

วันที่ 19 มกราคม 2559 บอร์ดสลากมีมติให้สำนักงานสลากฯ พิมพ์สลากเพิ่มอีก 10 ล้านฉบับคู่ นำมาขายผ่านธนาคารกรุงไทยในงวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ทำให้ปริมาณสลากที่พิมพ์ออกขายเพิ่มเป็น 60 ล้านฉบับต่องวด ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนปริมาณความต้องการสลากที่แท้จริงในตลาด สร้างสมดุลราคาในตลาดขายปลีกสำหรับผู้ซื้อ และยังสร้างสมดุลราคาขายส่ง ทำให้ผู้ค้าสลากมีกำไรมากขึ้น

พ.ท. หนุน ศันสนาคม กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้มีการจัดสรรปริมาณการจำหน่ายสลากใหม่ จากเดิมที่มี 37 ล้านฉบับคู่ เป็น 50 ล้านฉบับคู่ ในเดือนตุลาคม 2558 เพิ่มขึ้นจากเดิม 13 ล้านฉบับคู่ โดยจัดสรรให้องค์กรต่างๆ 35% บุคคลรายย่อย 39% และบุคคลรายย่อยโครงการฯ 26% จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2559 ได้พิมพ์เพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านฉบับคู่ โดยจัดสรรให้องค์กรต่างๆ 16% บุคคลรายย่อย 31% และบุคคลรายย่อยโครงการฯ 53% ซึ่งจะเห็นว่า กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยสามารถเข้าถึงสลากได้เพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

สลากกินแบ่ง3

สลากกินแบ่ง4

ระยะที่ 3 จะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม ด้วยการพัฒนาระบบซื้อ-จองล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถตรวจสอบได้โดยประชาชนและภาคประชาสังคม ซึ่งจะเป็นการคัดกรองผู้ขายจริงให้อยู่ในระบบและตัดสิทธิ์ผู้ขายที่ผิดสัญญา อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาอย่างเป็นระบบ พร้อมกระจายโอกาสในการเข้าถึงอย่างเป็นธรรม

พล.ต. ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การดำเนินงานในระยะที่ 3 นี้จะมีการตรวจสอบการจำหน่ายสลากของผู้ค้าสลาก ทั้งในระบบตัวแทนจำหน่ายและในระบบการซื้อ-จองล่วงหน้า เพื่อเป็นการคัดกรองพ่อค้าคนกลางออกจากระบบ ให้เหลือแต่ผู้ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพจำหน่ายสลากปลีกอย่างแท้จริง นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังได้เสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ในประเด็นต่างๆ เช่น ประเด็นสัดส่วนเงินรายได้จากการจำหน่ายสลาก โดยจัดสรรให้ 60% เป็นเงินรางวัล, ไม่น้อยกว่า 20% เป็นรายได้แผ่นดิน, ไม่เกินกว่า 17% เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล และ 3% เป็นเงินกองทุนเพื่อพัฒนาสังคม รวมทั้งประเด็นการจัดให้มี “ใบอนุญาตขายสลาก” ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศกำหนด ซึ่งหากจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาตจะถือเป็นความผิด

พล.ต. ฉลองรัฐ  นาคอาทิตย์
พล.ต. ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์

“การแก้ไขพระราชบัญญัติสำนักงานสลากฯ ในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการจำหน่ายสลากที่แท้จริงในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้สำนักงานฯ สามารถป้องกันต้นเหตุของปัญหา และบริหารจัดการเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากให้เป็นไปตามที่กำหนดได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ประกอบอาชีพจำหน่ายสลากปลีกได้อย่างแท้จริง โดยขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงการคลัง และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” พล.ต. ฉลองรัฐ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พอใจกับผลงานการแก้ปัญหาสลากเกินราคาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาแค่ไหน พล.ท. อภิรัชต์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา ตอนนี้มาถึงเฟสที่ 2 ก็ถือว่าแก้ปัญหาสลากเกินราคาไปได้แล้วกว่า 80% แต่ยังมีคนขายสลากคู่ละ 90 บาท เหลืออยู่บ้างเล็กน้อย เช่น ผู้ค้าที่ถีบรถจักรยานขายหรือสลากรวมชุด เป็นต้น ซึ่งทางสำนักงานสลากฯ กำลังดำเนินการแก้ไข โดยการพัฒนาระบบซื้อ-จองล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเร่งแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับใหม่ เพื่อเปิดช่องให้สามารถออกผลิตภัณฑ์สลากรูปแบบใหม่ได้ เช่น สลากออนไลน์ สลากลอตโต้ หรือ จำหน่ายสลากผ่านร้านสะดวกซื้อ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สลากให้มีความทันสมัยก้าวทันประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และกำหนดให้ผู้ค้าสลากต้องมี “ใบอนุญาตค้าสลาก” ไว้ในร่างกฎหมายฉบับใหม่ หากผู้ค้าสลากรายใดขายสลากโดยไม่มีใบอนุญาตจะมีโทษทั้งจำคุกและปรับ คาดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ภายใน 1-2 เดือน

“สำหรับการตัดสินใจว่าจะนำสลากรูปแบบใหม่ออกมาจำหน่ายเมื่อไหร่ คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบอร์ดสลากชุดใหม่ภายหลังจากที่มีการเลือกตั้งรัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ หากตัดสินใจทำในช่วงที่การเมืองไม่ปกติ อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ที่ผ่านมาถึงแม้สำนักงานสลากฯ จะลดสัดส่วนการนำส่งเงินรายได้เข้าคลังเพื่อนำไปเพิ่มเป็นส่วนลดให้ผู้ค้าสลาก แต่จากการเพิ่มปริมาณการพิมพ์สลากจาก 37 ล้านฉบับคู่ เป็น 60 ล้านฉบับคู่ต่องวด คาดว่าปีนี้สำนักงานสลากฯ จะสามารถนำส่งรายได้เข้าคลังไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 5-6 พันล้านบาท ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นมาตรการที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาอย่างยั่งยืน” พล.ท. อภิรัชต์ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม เจาะลึกโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล และเอกสารประกอบผลงานการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาในรอบ 1 ปี