“บิ๊กตู่” สั่งเกลี่ยโควตาล็อตเตอรี่จากเจ้าใหญ่ ย้ำเลิกขายถ้ายังเกิน 80 บาท – ย้าย “อารีพงศ์” พ้นปลัดกระทรวงพลังงาน

“บิ๊กตู่” สั่งเกลี่ยโควตาล็อตเตอรี่จากเจ้าใหญ่ให้คนพิการรายย่อย ย้ำเลิกขายถ้ายังเกิน 80 บาท – ครม. ย้าย “อารีพงศ์” พ้นปลัดกระทรวงพลังงาน ไปเป็นเลขาฯ ก.พ.ร. ไฟเขียวโครงการถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาภาพ : http://www.thaigov.go.th/th/government-th1/item/91935
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาภาพ: http://www.thaigov.go.th/th/government-th1/item/91935

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงการแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งเกินราคา หลังจากออกคำสั่งหัวหน้า คสช. หลายฉบับขึ้นมาแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ดกองสลากฯ) ชุดใหม่ ที่มี พล.ต. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธาน โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาโควตาสลาก ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับโควตาสูงสุดกลับเป็นมูลนิธิสำนักงานสลากฯ ที่ได้รับถึง 9.2 ล้านฉบับ ว่า ไม่ได้มีเรื่องไม่เป็นธรรม เพราะการจัดสรรต้องให้เขาสมัครขึ้นมาก่อน แล้วสำนักงานสลากฯ จะเป็นคนตัดสินว่าจะให้โควตาใครเท่าไร ทั้งมูลนิธิ สมาคม ส่วนราชการ และบุคคลทั่วไป ทั้งนี้ ต้องแยกให้ออกระหว่างคนที่ได้โควตากับคนที่ขายสลากฯ ที่ผ่านมา คนที่ได้โควตาบางส่วนไม่ได้ขายสลากฯ เอง มีการนำไปรวมเล่มขาย ปัญหาจึงอยู่ที่ขั้นตอนตรงกลาง

“ผมก็ให้ไปปรับในส่วนที่หมดอายุไป ผมไม่ได้ต่ออายุสัมปทาน แต่มาปรับโควตา ถ้าเขายังมีสิทธิได้อยู่ก็ต้องให้ตามความเหมาะสม เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนชัดเจนว่าใครจะต้องได้เท่าไร ที่บอกกันว่า 5 เสือ แล้วเขาได้เท่าไร” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องปรับโควตาที่มูลนิธิสำนักงานสลากฯ ได้รับมาถึง 9.2 ล้านฉบับหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการเกลี่ยว่าเหมาะสมหรือไม่ กำลังรอให้บอร์ดกองสลากฯ เขาไปว่ามา ตนคงไม่ไปลงรายละเอียดว่าอะไรมากไปหรือน้อยไป แต่คงจะไปเกลี่ยให้คนพิการ แต่ถ้านำไปขายต่ออีก ให้ยึดโควตาคืนมาทั้งหมด อาจจะนำมาไว้ที่ส่วนกลาง แล้วให้ไปทำประโยชน์อย่างอื่น

ยันถ้า 16 มิ.ย. ยังขายล็อตเตอรี่เกิน 80 บาท ให้เลิกขาย

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ตนให้ไปปรับคือราคาขายสลากฯ จากส่วนกลางไปยังพื้นที่ต่างๆ ต้องมีความเหมาะสม ซึ่งต้องไปหารือกันว่าเท่าไรถึงจะเหมาะสม จากคนที่ได้โควตาไปยังคนที่ขายสลากฯ ราคาเท่าไรถึงจะพึงพอใจ ตนจะไม่ไปคุมทุกคนว่าใครโกงตรงไหน เพราะไม่มีใครคุมได้ แต่จะคุมให้ขายที่ราคา 80 บาท ทั้งนี้ ตนเคยให้นโยบายไปแล้วว่า หากภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ยังขายในราคา 80 บาท ไม่ได้ ก็จะให้เลิกขายทันที

“ถ้ามันมีการรั่วไหล ต้องสอบสวนลงโทษ เอาโควตาคืนก่อน แต่ผมไม่อยากใช้อะไรที่มันรุนแรงเกินไป เพราะคนเดือนร้อนจะมีเยอะ คนขายสลากบางจังหวัดมีเป็นแสนคน ถ้าผมเลิกขายคนพวกนี้จะกินอะไร อำนาจมันใช้ได้ แต่ใช้แล้วจะเกิดผลกระทบกับใครบ้าง ก็ต้องไปว่ากัน เราก็ไม่สามารถทำได้ 100% เพราะไม่ได้ไปเดินขายกับเขา เราคุมได้เพียงว่าปลายทางจะขายกันเกินราคา 80 บาทหรือไม่” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่า จะขายไปถึงร้านค้าปลีกและออนไลน์หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น เป็นเพียงการเตรียมเผื่อขึ้นมาเป็นทางเลือกว่าหากแก้ไขปัญหาไม่ได้ขายสลากฯ เกินราคาไม่ได้จะทำอย่างไรเท่านั้น

ส่วนกรณีที่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่าในแต่ละปีมีการกินหัวคิวจากการขายสลากฯ ถึงปีละเกือบ 15,000 ล้านบาท พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงต้องตรวจสอบ ซึ่งน่าจะเดือดร้อนรัฐบาลที่แล้วทั้งหมด เพราะปัญหานี้มีอยู่มานานแล้ว และตนก็ไม่รับเงินแม้แต่สลึงเดียว

ย้ำอยู่ตามโรดแมป เว้นแต่ไม่สงบ – ไม่ห่วง “ทักษิณ” โผล่เกาหลีใต้

พล.อ. ประยุทธ์ยังกล่าวยืนยันว่า จะเดินหน้าทำตามโรดแมปที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ซึ่งจุดสำคัญคือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาได้หรือไม่ หากออกมาไม่ได้ก็ต้องไปร่างใหม่ แต่ถึงจะออกมาได้ หากยังมีความขัดแย้งอยู่ ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะโรดแมปบอกไว้ว่า จะเลือกตั้งก็ต่อเมื่อบ้านเมืองสงบเท่านั้น ส่วนเรื่องประชามติค่อยไปว่าหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก่อน

เมื่อถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้รับเชิญไปพูดที่ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 นี้ ซึ่งตรงกับวันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และน้องสาวของ พ.ต.ท. ทักษิณ เตรียมเดินทางไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการพิจารณาคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเป็นครั้งแรก พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่กังวล เพราะคนที่ไปฟังมาจากทั่วโลก คงจะรู้ว่าสิ่งที่ พ.ต.ท. ทักษิณพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ไม่เชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะจะมาบังคับไม่ให้มีการพิจารณาคดีก็คงไม่ได้

ย้ายปลัด ก.พลังงาน ยันไม่เกี่ยวความผิด – เร่งสร้างรถไฟจีนและมอเตอร์เวย์ 2 สาย

พล.อ. ประยุทธ์ยังกล่าวยอมรับว่า ที่ประชุม ครม.มีมติโยกย้ายนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม จากปลัดกระทรวงพลังงาน ไปเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แต่เป็นการโยกย้ายตามปกติ ไม่ได้มีความผิดอะไร ส่วนข้าราชการกระทรวงอื่นยังไม่มีการเสนอ คาดว่าจะมีการทยอยส่งเข้ามาให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาภายในเดือนพฤษภาคมนี้

เมื่อถามถึงการปรับทีมเศรษฐกิจ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการปรับใครเข้าใครออก สื่อมวลชนก็วิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอด แต่ในการทำงานตนก็มีสติปัญญาของตน ครม. ก็มีสติปัญญาของเขา จึงต้องให้เกียรติเขา เมื่อคิดอะไรมา ตนก็นำมากลั่นกรองว่าทำได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าตนฟังแค่ทางใดทางหนึ่ง

เมื่อถามถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ว่าจะมีออกมาหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้กำลังขับเคลื่อนการลงทุนในพื้นที่ แต่การจัดซื้อจัดจ้างก็ยังมีปัญหา ซึ่งต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งการทำสัญญาไปจนถึงการเริ่มก่อสร้าง ยืนยันว่าเร็วกว่าทุกรัฐบาลแล้ว ขณะนี้ก็กำลังเร่งโครงการก่อสร้างทางรถไฟที่ร่วมมือกับประเทศจีนให้เกิดขึ้นภายในปี 2558 รวมทั้งหาความร่วมมือเรื่องรถไฟกับประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเร่งหาเงินกู้ในการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 2 สาย โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหาแหล่งเงินกู้ในประเทศ นอกจากนี้ การใช้จ่ายงบกลางยังต้องไม่เป็นปัญหาในวันข้างหน้า หากจะเป็นหนี้สาธารณะก็ต้องเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้

สั่ง สธ. ดูค่าบริการ รพ.เอกชนสูงเกินจริง เล็งใช้วิธีขอความร่วมมือ

พล.อ. ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการควบคุมราคาโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากมองว่าโรงพยาบาลเอกชนคิดค่าบริการสูงเกินจริง ว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าตนไม่ได้ต้องไปควบคุมอะไรเขามาก เพราะเป็นภาคเอกชนที่เป็นทางเลือก เพราะประชาชนทั่วไปก็มาใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐอยู่แล้ว ถ้าไม่ไหวค่อยไปใช้บริการโรงพยาบาลของเอกชน แต่สิ่งที่ตนกังวลคือเราต้องการให้ประเทศไทยเป็นฮับการรักษาพยาบาล แต่ถ้าค่าบริการของเรามันสูงขึ้นมากๆ ชาวต่างชาติก็จะไม่มาใช้บริการ การลงทุนด้านสุขภาพก็จะไม่เกิดขึ้น รายได้ของประเทศก็จะหดลงปีละหลายแสนล้านบาท เพราะวันนี้เหตุที่ชาวต่างชาติยังมาใช้บริการในประเทศไทย เพราะราคาถูกและฝีมือดี ยิ่งเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่แพทย์เคลื่อนย้ายกันได้ง่าย ก็อาจถูกจ้างในราคาสูงๆ ไม่มาทำงานในประเทศไทย

“ทุกอย่างมันก็เป็นห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้องกันหมด ผมก็เลยต้องเตือนให้ไปช่วยกันดูว่ามันแพงเกินไปหรือเปล่า ซึ่งคงจะไปบังคับกันไม่ได้ อาจใช้วิธีเป็นการขอความร่วมมือแทน” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาชาวโรฮิงญาต้องดู 2 ด้าน 1. ความมั่นคงของประเทศไทย และ 2. เรื่องสิทธิมนุษยชน อยู่ระหว่างพูดคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะกลายเป็นต้องรับภาระทั้งหมด เพราะเรื่องนี้เป็นกรณีอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 3 ประเทศ จึงต้องให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง จะได้ไปพูดกับประเทศต้นทางและประเทศปลายทางให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมารัฐก็มีปัญหาทั้งเรื่องงบประมาณ กำลังคน และความเอาใจใส่ แต่ในรัฐบาลชุดนี้เอาใจใส่ทุกเรื่อง จึงเกิดเป็นปัญหาขึ้นมา

เด้ง “อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม” พ้นปลัดกระทรวงพลังงาน

สำหรับผลการประชุม ครม. ที่น่าสนใจ

ร.อ. นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติแต่งตั้งนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม จากตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน ไปเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.), นายสุชาลี สุมามาลย์ จากตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน, น.อ. สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ จากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปเป็นรองปลัดไอซีที, น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล จากตำแหน่งกรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส จากตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปเป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

เวนคืนที่ดินสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

ร.อ. นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวน 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยจะมีการเวนคืนที่ดินในพื้นที่เขตจตุจักร บางเขต หลักสี่ สายไหม ดอนเมือง ของ กทม. และ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าดังกล่าว การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างกับเอกชนไปแล้ว โดยจะเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2558 นี้ แต่ติดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินไม่ครบ โดยยังมีที่ดินต้องเวนคืนอีก 549 แปลง จึงต้องอาศัยการเจรจาและการใช้อำนาจตามกฎหมายมาบังคับ เพื่อให้สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทัน ภายหลังระยะเวลา 150 วัน นับแต่วันที่เริ่มก่อสร้าง

ไฟเขียวโครงสร้างถนนเลียบเจ้าพระยา วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน

ด้าน พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบในหลักการโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน โดยจะจัดสร้างเป็นเขื่อนตลอดพื้นที่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ ระยะแรก จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สะพานพระราม 7 มาจนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รวมระยะยาว 14 กิโลเมตร ซึ่งสะพานแต่ละฝั่งจะมีความกว้างประมาณ 19.5 เมตร ยกสูงกว่าระดับน้ำประมาณ 2.8 เมตร และระยะต่อไปจะขยายการดำเนินโครงการเริ่มตั้งแต่บริเวณสะพานพระนั่งเกล้าจนถึงบริเวณสะพานพระราม 7

พล.ต. สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบจ่ายค่าชดเชยให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด ที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 429 แปลง รวม 1,188 ไร่ ในอัตรา 3.2 หมื่นบาท/ไร่ รวมเป็นเงิน 38 ล้านบาทเศษ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลการจ่ายเงินทั้ง 3 จังหวัด ทำหน้าที่ดูแลราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับเงินค่าชดเชยครบถ้วนตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ

เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แบงก์ชาติฉบับใหม่

พล.ต. สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับใหม่ ที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ มีอยู่ 2 ประเด็น 1. กำหนดองค์ประชุมขั้นต่ำของคณะกรรมการชุดต่างๆ ในธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้ง 4 ชุด ที่ให้สามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้ ประกอบด้วยคณะกรรมการ ธปท. คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) และคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) ให้มีจำนวนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 4 คน และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้มีจำนวนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 6 คน และ 2. กำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ธปท. ว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดอายุขั้นต่ำ

พล.ต. สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ยังได้มีมติแก้ไขมติ ครม. เดิม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ที่กำหนดหลักเกณฑ์การไปศึกษาดูงานยังต่างประเทศ จากเดิมที่กำหนดให้ต้องส่งรายการการศึกษาดูงานไปให้กับคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใน 1 เดือนหลังจากเดินทางกลับ มาเป็นให้ส่งรายการการศึกษาดูงานไว้บนเว็บไซต์ของหน่วยงานที่ส่งบุคคลดังกล่าวไปดูงาน ภายใน 1 เดือนแทน.