
ภูมิใจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล
กรณีการโทรศัพท์เจรจาระหว่าง ‘นางสาวแพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี กับ ‘สมเด็จฮุนเซน’ ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งมีผลกระทบต่ออธิปไตย ดินแดน ผลประโยชน์ของประเทศไทย และกองทัพไทย ส่งผลให้พรรคการเมืองหลายพรรค ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและ พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านออกมาเคลื่อนไหวในช่วงค่ำวันที่ 18 มิถุนายน
โดยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลออกแถลงการณ์ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล โดยมีขอความว่า กรณีการโทรศัพท์เจรจาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุนเซนประธานวุฒิสภา กัมพูชา ซึ่งมีผลกระทบต่ออธิปไตย ดินแดน ผลประโยชน์ของประเทศไทย และกองทัพไทย ตามที่ประชาชนได้รับทราบแล้วนั้น
พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนว่ากรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ได้ประชุมพิจารณาถึงกรณีที่เกิดขึ้นและมีมติให้พรรคภูมิใจไทย ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ได้ส่งใบลาออกต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลวันที่ 19 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป
พรรคภูมิใจไทย ขอเรียกร้องให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบต่อการทำให้ประเทศไทย ต้องเสียเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของชาติ ประชาชน และกองทัพ
พรรคภูมิใจไทย พร้อมจะร่วมมือกับประชาชนชาวไทย สนับสนุนกองทัพ และ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจ เพื่อธำรงรักษาอธิปไตย ดินแดน และ ประโยชน์ของประเทศไทย ทุกวิถีทาง อย่างสุดกำลัง 
พลังประชารัฐเรียกร้องนายกฯลาออก
พรรคพลังประชารัฐ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์และการดำเนินนโยบาย ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอ ขาดประสบการณ์ และชั้นเชิงการเจรจา ต่อการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกัมพูชา อย่างเห็นได้ชัด ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริหารราชการแผ่นดินต่อที่น้องประชาชน และอาระประเทศ โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเจรจา ที่ก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงกับประเทศ พร้อมกับการแสดงถ้อยคำที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรี กองกำลังด้านความมั่นคงของประเทศ ที่ปกป้องรักษาอธิปไตยให้กับคนไทยด้วยความยากลำบาก ดังนั้นเห็นควรให้นายกรัฐมนตรีประกาศลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในฐานะที่ผมทำงานด้านความมั่นคงมาตลอดทั้งชีวิต เหมือนที่เคยกล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐสภาว่า การดำเนินงานด้านความมั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในหลายมิติ การเป็นผู้นำที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เวทีให้มือสมัครเล่นมาข้อมมือ และสุดท้ายก็เกิดเรื่องที่ทำร้ายความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศขึ้น นี่เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าประเทศไทยมีผู้นำที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเสียเสียเปรียบ และอ่อนแอ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน
“ผมขอยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวไทยทุกคน ทหารไทยทุกนาย บนผืนแผ่นดินไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แผ่นดินไทย ต้องเป็นของคนไทย ต้องไม่ยอมให้ใครมารุกราน เป็นอันขาด”
ไทยสร้างไทยชี้ไร้สภาวะผูนำ
ด้านพรรคไทยสร้างไทยออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบด้วยการ “ลาออก” จากตำแหน่ง
จากการที่ปรากฏคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับอดีตผู้นำประเทศกัมพูชา ซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย เสื่อมเสียเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศ และกองทัพไทย โดยกล่าวว่า “แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝั่งตรงข้ามกับเรา” ทั้งที่กองทัพได้ทำหน้าที่ในการปกป้องอธิบไตยของประเทศอย่างเต็มที่แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยกลับกล่าวหาแม่ทัพแห่งกองทัพไทยว่าเป็นคนของฝั่งตรงข้าม แสดงให้เห็นถึงการไร้ภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะและจริยธรรมทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี จนสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
พรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สมควรต้องรับผิดชอบทางการเมือง โดยการ “ลาออก” จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงจิตสำนึกในหน้าที่ของผู้นำที่ดี รวมทั้งต้องไม่ใม่ใช้อำนาจหรือกระทำการใด ๆ ที่กระทบต่อสภาผู้แทนราษฎร หรือหน่วยงาน หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
อนึ่ง พรรคไทยสร้างไทยขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนการแสดงความรับผิดชอบ โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกดังที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อนำพาสถานการณ์ไปสู่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบการเมืองรวมทั้งเพื่อปกปักรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่ประโยชน์ของกลุ่มตระกูลใดหรือบุคคลใด 
พรรคเพื่อไทยเรียกร้องคนไทยสามัคคี
ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยก็ออกแถลงการณ์มีข้อความว่าพรรคเพื่อไทยยืนยันภารกิจปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวไทย สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลฝ่ายความมั่นคง กองทัพ กระทรวงการต่างประเทศยึดหลักสันติวิธีในการแก้ปัญหา ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีพลังใดจะเหนือกว่าพลังสามัคคีของคนไทยเพื่อประเทศไทย 
พรรคประชาชนเรียกร้องยุบสภา
ต่อมาเช้าวันที่ 19 มิถุนายน ที่รัฐสภานายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หลังกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯ กัมพูชาและประธานวุฒิสภาของกัมพูชา รวมถึงการประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน โพสต์ว่า นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ถือเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทำลายความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกฯ ไปจนหมดสิ้น หลังจากก่อนหน้านี้พรรคประชาชนได้เตือนแล้วว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้วของพรรคเพื่อไทยเป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างปัญหาตามมา โดย 2 ปีที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลไม่สามารถส่งมอบนโยบายที่เสนอไว้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปกองทัพ แม้แต่ความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชน ลามมาจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตั้งแต่สงครามการค้าจนถึงปัญหาชายแดน
บรรยากาศในสังคมเมื่อวานนี้ มีข้อเรียกร้องหลากหลาย ซึ่งวันนี้ตนและ สส.พรรคประชาชน ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการยืนยันการหาทางออกตามวิถีทางประชาธิปไตย และยืนยันอีกครั้งกับจุดยืนของพรรคประชาชนดังที่เราประกาศชัดมาตลอด ว่าภายใต้รัฐสภาชุดนี้เราจะไม่ร่วมเป็นรัฐบาล ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศคือการยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อร่วมกันตัดสินใจเลือกตัวแทนและผู้นำประเทศใหม่ กลับไปจุดเริ่มต้นของการมีผู้นำที่มีความชอบธรรม สำหรับข้อเสนอให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง หากเราดูหน้ากระดานทางการเมืองที่เป็นอยู่ จำนวน สส. แต่ละพรรคการเมืองในสภาฯ และรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่ได้ยื่นต่อ กกต. ในการเลือกตั้งปี 2566 ก็ไม่ชัดเจนว่าการลาออกของนายกฯ จะทำให้เกิดทางเลือกใหม่ที่ดีกับการบริหารจัดการประเทศในภาวะวิกฤตเพียงใด สิ่งที่เราทุกคนควรช่วยกันยืนหยัดขันแข็งคือ ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องที่เลยเถิดออกจากวิถีประชาธิปไตย ด้วยการใช้อำนาจนอกระบบอย่างการรัฐประหาร ตนเข้าใจดีว่าอารมณ์ของสังคมตอนนี้ กำลังขาดความเชื่อมั่นต่อผู้นำประเทศ แต่ขอเชิญชวนให้ทุกคนยืนยันหลักการให้แน่น และตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่ทุกท่านต้องการคืออะไร ตนเชื่อมั่นว่าทุกคนต้องการรัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาให้ประเทศได้ ดังนั้นทางออกเดียวที่เราจะได้รัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ คือรัฐบาลที่มีความชอบธรรม มาตามระบบกลไกของระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติรัฐประหารไม่ใช่ทางออกแน่นอน ดังนั้นด้วยบริบทสถานการณ์ทั้งหมด จุดยืนของตนและพรรคประชาชน คือการเรียกร้องให้นายกฯ ใช้อำนาจในการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนในการเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้ทุกพรรคนำเสนอนโยบายของตัวเอง ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่ เลือกนายกฯ คนใหม่เข้ามาแก้ปัญหาของประเทศ นอกจากนี้ ตนยังขอส่งข้อเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันที่ยังไม่ได้ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ถ้าท่านคิดเห็นตรงกับเราว่าการใช้อำนาจนอกระบบและการเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯ อย่างเดียว ไม่ใช่ทางออก ถ้าท่านให้ความสำคัญกับการหาทางออกให้กับประเทศไทย สร้างรัฐบาลที่มีความชอบธรรมเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชน เราขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่จะมีการประชุมในวันนี้ มีมติประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเช่นกัน



