บอร์ดใหม่สลากกินแบ่งแก้ปัญหาหวยแพง ยืนโควตา “มูลนิธิ-สมาคม” คงเดิม เพิ่มกำไรคู่ละ10 บาท แต่ลดรายได้ส่งรัฐปีละ 1,500 ล้าน – ยันไม่รื้อรายรับ พนง. เดือนละ 9,000 บาท

พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (กลาง) พร้อมกับนายธนวรรษน์ พลวิชัย กรรมการ (ซ้าย) และพล.ต.ฉลองรัฐ  นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ขวา) แถลงข่าวมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558
พล.ต. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (กลาง) พร้อมกับนายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการ (ซ้าย) และ พล.ต. ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ขวา) แถลงข่าวมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558

หลังจากที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีคำสั่งเฉพาะที่ 1/2558 แต่งตั้ง พล.ต. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ “เสธฯ แดง”เป็นประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (คณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 เวลา 9.00 น. พล.ต. อภิรัชต์ เรียกประชุมบอร์ดนัดแรก เพื่อกำหนดแนวทางในการควบคุมราคาสลากคู่ละ 80 บาท ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ตามนโยบายรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

พล.ต. อภิรัชต์กล่าวว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผลิตภัณฑ์ของรัฐบาลที่มีการกำหนดราคาต้นทุน และราคาขายคู่ละ 80 บาท อย่างชัดเจน แต่ที่ผ่านมาพบว่ามีการนำสลากไปขายที่ราคา 100-120 บาท/คู่ กันอย่างแพร่หลาย วันนี้ที่ประชุมบอร์ดสลากฯ จึงมีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 11/2558 ดังนี้

1. จัดสรรรายได้จากการจำหน่ายสลาก 60% เป็นเงินรางวัล
2. ปรับสัดส่วนรายได้นำส่งคลังจาก 28% เหลือ 20% ของรายได้จากการจำหน่ายสลาก ทำให้รัฐรายได้ลดลง 1,500 ล้านบาทต่อปี
3. จัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลาก 3% เป็นค่าใช้จ่ายสำนักงานสลากฯ
4. จัดสรรรายได้ 3% เป็นรายได้ “กองทุนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อการพัฒนาสังคม”
5. จัดสรรรายได้ 14% เป็นส่วนลดให้กับตัวแทนจำหน่ายสลาก

จากการปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากดังกล่าวนี้ พล.ต. อภิรัชต์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ทำให้ตัวแทนจำหน่ายสลากรายย่อยมีต้นทุนสลากลดลง จากเดิมคู่ละ 74.40 บาท ลดลงเหลือ 70.40 บาทต่อคู่ และทำให้ตัวแทนจำหน่ายสลากรายย่อยมีกำไรเพิ่มขึ้น จากเดิมกำไรคู่ละ 5.60 บาท เพิ่มขึ้นเป็นคู่ละ 9.60 บาท ส่วนตัวแทนจำหน่ายประเภทมูลนิธิ-สมาคมนิติบุคคล ต้นทุนเดิมคู่ละ 72.80 บาท ปรับลดเหลือ 68.80 บาทต่อคู่ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มนี้มีกำไรเพิ่มขึ้นมาอีกจาก 7.20 บาท เป็น 11.20 บาทต่อคู่ (คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)

โครงสร้างสลากกินแบ่งใหม่

นอกจากนี้ บอร์ดสลากฯ ยังเห็นชอบให้ชุดเฉพาะกิจ ประกอบด้วยตัวแทนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย จำนวน 10 ทีม ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าสลากรายย่อยทั่วประเทศ หากพบว่ามีการขายเกินราคา ชุดเฉพาะกิจจะทำการตรวจสอบย้อนกลับ หากตัวแทนจำหน่ายสลากทอดไหนที่ขายสลากเกินราคา นอกจากจะถูกยึดโควตาสลากแล้วจะส่งให้กรมสรรพากรและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันการฟอกเงินตรวจสอบที่มาของรายได้ด้วย

“จากมาตรการลดต้นทุนสลากให้กับตัวแทนจำหน่ายสลาก และเพิ่มบทลงโทษผู้ค้าสลากเกินราคา มั่นใจว่าภายในงวดวันที่ 16 มิถุนายนนี้ จะสามารถควบคุมราคาสลากที่ 80 บาท/คู่ได้อย่างแน่นอน จากมาตรการ พล.อ. ประยุทธ์ ออกมาครั้งนี้ ควรเลิกเอาเปรียบประชาชนได้แล้ว ยกตัวอย่าง ตัวแทนจำหน่ายสลากได้รับการจัดสรรโควตา 5 แสนคู่ ต้นทุนคู่ละ 70.40 บาท บวกกำไรคู่ละ 1 บาท ราคาขายทอดแรกคู่ละ 71.40 บาท ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้กำไรงวดละ 5 แสนบาท หรือเดือนละ 1 ล้าน ทอดที่ 2 ยี่ปั๊วเอามาบวกกำไรต่ออีกคู่ละ 1 บาท ราคาขายส่ง 72.40 บาทต่อคู่ คนขายทอดสุดท้ายยังได้กำไร 7.60 บาท/คู่ แต่ต้องขายคู่ละ 80 บาทเท่านั้น” พล.ต. อภิรัชต์ กล่าว

พล.ต. อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า เพื่อป้องกันการนำสลากมารวมชุดขายเกินราคา บอร์ดสลากฯ ยังเห็นชอบให้ยกเลิกการจ่ายรางวัลแจ็กพอต และนำเงินรางวัลดังกล่าวมากระจายเพิ่มให้กับผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 แทน เช่น เดิมถูกรางวัลที่ 1 รับเงินคู่ละ 4 ล้านบาท เพิ่มเป็นคู่ละ 6 ล้านบาท ทำให้แรงจูงใจในการรวมชุดลดลง ที่ผ่านมามีตัวแทนจำหน่ายสลากนำโควตาสลากที่ได้รับจัดสรรมารวมเลขขาย บางรายบวกกำไรกันเกินสมควร ต่อไปนี้ต้องไม่มีอีก เพราะโครงสร้างราคาใหม่ สำนักงานสลากฯ ให้ส่วนลดหรือกำไรคู่ละ 9.60 บาท

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะควบคุมราคาขายคู่ละ 80 บาท ได้จริงหรือ พล.ต. อภิรัชต์ ตอบว่า “วันนี้สำนักงานสลากฯ แก้ไขบทลงโทษ เดิมลงโทษเฉพาะปลายทางคือผู้ขาย แต่ปัจจุบันต้องขยายผลสอบสวนกันถึงต้นตอ หากชุดเฉพาะกิจตรวจพบรายไหนขายเกิน 80 บาท ที่ผ่านมาผู้ค้ารายย่อยอ้างว่ารับมาต้นทุนสูง ชุดเฉพาะกิจก็จะถามต่อไปว่ารับมาจากที่ไหน สาวต่อไปเรื่อยๆ จนพบตัวการ จากนั้นส่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบภาษี ในสหรัฐอเมริกาถือเป็นกฎหมายปราบมาเฟีย ทั้งนี้ตัวแทนจำหน่ายมูลนิธิ-สมาคมต่างๆ ต้องส่งแผนการตลาดให้สำนักงานสลากฯ พิจารณาประกอบการจัดสรรโควตาใหม่ด้วยว่ามีเครือข่ายสมาชิกกี่คน มีช่องทางจำหน่ายอย่างไร วางขาย ณ จุดไหนบ้าง”

ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ต้องรักษาสิทธิของตนด้วย อย่าสนับสนุนคนที่ขายสลากเกินราคา ไม่ต้องห่วง ถ้าไม่ซื้อสลากเกินราคา รัฐบาลไม่เสียหาย เพราะสำนักงานสลากฯ ขายขาด เงินเข้าหลวงแล้ว ขายไม่หมดก็ไม่รับซื้อคืนเป็นภาระของตัวแทนจำหน่ายเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล 48 ล้านฉบับ หมดอายุต้นเดือนมิถุนายน 2558 จัดสรรอย่างไร พล.ต. อภิรัชต์ กล่าวว่า “บอร์ดอนุมัติในหลักการแผนการจัดสรรโควตา ต้องให้เกิดความเป็นธรรม ตามหลักการและข้อเสนอของบอร์ดชุดเดิม เพียงแต่เรามาปรับปรุงใหม่”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ไม่ต่อสัญญาให้รายเดิมและเปิดลงทะเบียนใหม่ใช่หรือไม่ พล.ต. อภิรัชต์ ตอบว่า “วันนี้บอร์ดยังไม่ได้พูดถึง แต่จะมีการหารือในที่ประชุมบอร์ดครั้งต่อไป ในหลักการสำนักงานสลากฯ จะนำสลากลอตนี้มาจัดสรรให้รายย่อยผ่านผู้ว่าราชการจังวัด ตนได้หารือกับ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ได้ข้อสรุปว่าจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลตัวแทนจำหน่ายสลากรายย่อย วันนี้บอร์ดสลากจึงมีมติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศเชิญชวนให้ตัวแทนจำหน่ายต่างจังหวัดมาขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับการจัดสรรโควตาสลากให้”

“เดิมสำนักงานสลากฯ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จำหน่ายสลากได้ จึงต้องอาศัยเครือข่ายของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นช่องทางในการกระจายสินค้า โดยผู้ว่าจะได้รับส่วนลดประมาณ 2% หรือ คู่ละ 1.6 บาท ต่อไปตัวแทนจำหน่ายสลากรายใดต้องการโควตาสลาก ไม่ต้องมากรุงเทพฯ ขอไปขึ้นทะเบียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด และรอรับโควตาสลากที่นั่น ไม่ต้องเดินทางมารับสลากที่กรุงเทพฯ คาดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะใช้เวลาในการเปิดให้ผู้ค้ามาจดทะเบียนไม่เกิน 2 เดือน” พล.ต. อภิรักชต์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า โควตาสลากที่กำลังจะหมดอายุสิ้นเดือนนี้จะนำมาจัดสรรให้มูลนิธิ-สมาคมรายละ 5 เล่ม เหมือนกับรายย่อยใช่หรือไม่ พล.ต. อภิรัชต์ กล่าวว่า “ไม่ใช่ เฉพาะรายย่อยเท่านั้นที่ได้โควตาคนละ 5 เล่มใหญ่ มูลนิธิ-สมาคมเขามีโควตาของเขาอยู่แล้ว”

จากนั้น พล.ต. อภิรัชต์ มอบหมายให้ พล.ต. ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตอบแทนว่า “ตามมติบอร์ดสลากวันนี้ ทั้งมูลนิธิ สมาคม องค์การสาธารณกุศลจะได้รับการจัดสรรโควตาตามสัดส่วนเดิม จากนั้นมูลนิธิ-สมาคมจะนำไปจัดสรรต่อให้เครือข่ายสมาชิกรายละ 5 เล่มใหญ่ (มี 500 คู่) โดยมูลนิธิ-สมาคม ต้องส่งแผนการตลาดมาให้สำนักงานสลากฯ ตรวจสอบ”

แดง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทำไมต้องขายผ่านมูลนิธิ รับส่วนต่างคู่ละ 1.6 บาท โดยไม่ได้ขายจริง พล.ต. อภิรัชต์ ตอบว่า“คุณไม่สงสารมูลนิธิ-สมาคมหรือ ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มนี้ต้องดูแลสมาชิกคนพิการ รายได้คู่ละ 1.6 บาท มูลนิธิ-สมาคมต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปดูแลคนพิการ นี่คือเหตุผล”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มูลนิธิสำนักงานสลากฯ ต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานสลาก จ่ายเงินให้พนักงานสลากทุกเดือนเป็นค่าอะไร พล.ต. อภิรัชต์ ตอบว่า “ประเด็นนี้ต้องค่อยๆ แก้ ใจเย็นๆ ผมไม่อยากเปิดศึกหลายด้าน ค่อยๆ แก้ไป” กรณีที่มีข่าวว่ามีการนำโควตาสลากมาจัดสรรให้ร้านสะดวกซื้อ, ปั๊มน้ำมัน และขายผ่านเครื่องออนไลน์ ที่ประชุมบอร์ดสลากฯ ยังไม่ได้หารือประเด็นนี้ และยังไม่มีความจำเป็นต้องขายผ่านร้านสะดวกซื้อ พล.ต. ฉลองรัชต์ กล่าวต่อว่า เป็นประเด็นที่พูดในแวดวงสื่อเท่านั้น ยังไม่ถึงเวลา วันนี้ขอใช้ระบบช่องทางการจัดจำหน่ายแบบเดิมไปก่อน และขอดูผลของมาตรการสักระยะหนึ่ง หากยังแก้ปัญหาสลากเกินราคาไม่ได้จะมีมาตรการที่ 2-3 ออกมา

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ที่ผ่านมาสำนักงานสลากฯ ปกปิดข้อมูลจำนวนโควตาสลากที่ตัวแทนจำหน่ายสลากได้รับจัดสรร ครั้งต่อไปจะเปิดเผยข้อมูลนี้หรือไม่ พล.ต. อภิรัชต์ กล่าวว่า “สำนักงานสลากฯ เปิดเผยรายชื่อตัวแทนจำหน่ายให้สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าไปแล้ว ครั้งต่อไปผมเปิดเผยแน่ แต่ต้องรอให้สัญญาตัวแทนสลากฯ หมดอายุก่อน ผมขอรับรองจะทำทุกอย่างให้โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล เป็นธรรมที่สุด ถึงแม้ผมจะเป็นทหารมาทำงานที่นี่ชั่วคราว แต่ผมทำงานภายใต้คำสั่ง คสช.ที่ 11/2558 มีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือในการทำงาน หากมาตรการใดทำไปแล้วไม่ได้ผล สามารถปรับหลักเกณฑ์หรือยกเลิกอะไรก็ได้”