ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: อินเดียร้อนจัดถนนละลาย ตายเกือบ 2,000 – แฟชั่นใหม่ “ลูกเทพให้โชค” พระพยอมบอก “เรื่องงมงาย”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 24-30 พฤษภาคม 2558

  • อินเดียร้อนจัดถนนละลาย ตายเกือบ 2,000
  • แฟชั่นใหม่ “ลูกเทพให้โชค” พระพยอมบอก “เรื่องงมงาย”
  • ลีน่าจังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
  • พระเมาอาละวาดร้านค้าไม่ยอมขายเบียร์
  • สาวอ้างแบ็คดี โวเป่าแอลฯ ไม่ถูกดำเนินคดี ที่แท้ไม่พกใบขับขี่

อินเดียร้อนจัดถนนละลาย ตายเกือบ 2,000

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/BBCThai/photos/pcb.1660208114200222/1660207867533580/?type=1&theater
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/BBCThai/photos/pcb.1660208114200222/1660207867533580/?type=1&theater

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวอากาศร้อนระอุในอินเดียถูกแชร์ในวงกว้าง โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เว็บไซต์สปริงนิวส์ รายงานว่า อากาศที่ร้อนจัดในอินเดีย นอกจากจะทำให้มีคนล้มป่วยและเสียชีวิตจำนวนมากแล้ว ยังทำให้ทางม้าลายบนถนนละลาย ซึ่งภาพนี้ได้รับการขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฮินดูสถานไทมส์ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 เป็นภาพทางม้าลายในกรุงนิวเดลลีของอินเดียที่ละลายเพราะอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส

ทั้งนี้ ชาวอินเดียต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนต่อเนื่องมา 1 สัปดาห์แล้ว ล่าสุดคลื่นความร้อนในประเทศอินเดียส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกิน 1,700 ราย โดยเฉพาะในรัฐอานธรประเทศ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานผู้เสียชีวิตมากที่สุด คลื่นความร้อนได้ทำให้ผู้สูงอายุและบรรดาแรงงานที่ต้องทำงานกลางแดดเสียชีวิตไปแล้วจำนวนมาก ยอดผู้เสียชีวิตเฉพาะที่รัฐนี้ที่เดียวอยู่ที่ 1,020 ราย

แฟชั่นใหม่ “ลูกเทพให้โชค” พระพยอมบอก “เรื่องงมงาย”

1432359699_doll2
ที่มาภาพ: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1432376503

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสการเลี้ยงกุมารทอง หรือ “ลูกเทพ ของเหล่าคนดังกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ โดยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์คมชัดลึกได้เขียนถึงที่มาที่ไปของกระแสนี้ พบว่า เริ่มมาจาก “หมอแม็ค ขั้นเทพ” ที่ไปสะดุดตาเข้ากับตุ๊กตาตัวหนึ่งและได้ยินเสียงในความคิดว่า อยากขอไปอยู่ด้วย และหลังจากนำมาอยู่ด้วยก็มอบสิ่งดีๆ ให้หลายอย่าง จึงนำไปให้พระอาจารย์ที่นับถือช่วยปลุกเสกให้ จนเกิดเป็นตุ๊กตาลูกเทพขึ้นมา และได้จดลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนคำถามที่หลายคนถามว่า “ตุ๊กตาลูกเทพ” ต่างจาก “กุมารทอง” อย่างไร หมอแม็คเปิดเผยในรายการ “ตื่นมาคุย” ว่า ลูกเทพจะถูกปลุกเสกโดยการเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ องค์เทพต่างๆ มาผูกดวงกับเจ้าของผู้ที่จะเลี้ยงดู ซึ่งต่างกันกับกุมารทอง ที่จะนำเด็ก นำดินจากป่าช้ามาปลุกเสกทำพิธี ซึ่งจะต่างกันโดยสิ้นเชิง สุดท้ายตุ๊กตาลูกเทพนี้ขึ้นอยู่กับความศรัทธา บางคนที่มารับน้องไปเลี้ยงดูก็ไม่ได้ทำพิธีปลุกเสกอะไร แค่อยากมีเพื่อน เอาน้องไปเป็นเพื่อนเท่านั้นเอง

โดยเหล่าคนดังที่นิยมในตุ๊กตาลูกเทพ เช่น ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ซึ่งให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ “Weeknight Update” ทางช่องเวิร์คพอยท์ เกี่ยวกับตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่งดีเจชื่อดังตั้งชื่อให้ว่า “น้องวันใส” ซึ่งเมื่อรับน้องวันใสมาเลี้ยงก็ถูกชะตากัน รวมถึงมีเรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิต สำหรับการดูแลตุ๊กตาลูกเทพจะรับบุญโดยการที่เราสวดมนต์แล้วแบ่งบุญไปให้ แต่การซื้อเสื้อผ้า การพาไปรับประทานอาหาร พาไปเที่ยวถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งบุ๊คโกะพาน้องวันใสไปด้วยตลอด ตอนนี้คนเริ่มรู้จักมากขึ้นแล้ว ทั้งในโซเชียลและตามกระแสต่างๆ ที่มีการพูดถึงตุ๊กตาเทพ โดยปกติตุ๊กตาลูกเทพจะมีหลายรุ่น แต่วิธีสังเกตตุ๊กตาลูกเทพที่ปลุกเสกแล้วจะมีแผ่นทองปิดอยู่ที่หน้าผาก และคนที่รับมาเลี้ยงอาจจะเจอเรื่องแปลกๆ รวมถึง “ดัง” พันกร บุณยะจินดา เป็นอีกคนที่มีความเชื่อในเรื่องตุ๊กตาลูกเทพ “กัสจัง” จิรันธนิน พิทักษ์พรตระกูล และ “มดดำ” คชาภา ตันเจริญ ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความเชื่อในเรื่องแบบนี้ มีตุ๊กตาลูกเทพไว้ด้วยเหมือนกัน

ขณะเดียวกัน ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวถึงประเด็นนี้อุ้มแล้วร่ำรวย ได้โชคลาภว่า เกิดมา 66 ปี ไม่เคยเห็น เพิ่งมายุคนี้ ย้ำว่าเป็นเรื่องงมงาย

ลีน่าจังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี

640_6j5k7bckkec65f9fkkj9a
ที่มาภาพ: http://www.nationtv.tv/main/content/politics/378422483/

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำสั่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ นางลีนา จังจรรจา อดีตผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ว. เนื่องจากกระทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 111 และ 122

โดย กกต. ผู้ร้อง ระบุว่า เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง ส.ว. เป็นการทั่วไป โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งวันที่ 30 มีนาคม 2557 แล้ว ประธาน กกต. ได้ประกาศรับสมัครเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งนางลีน่าจัง ผู้คัดค้าน ได้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. กทม. แต่ในการหาเสียงผู้คัดค้านได้กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งฯ โดยจัดทำป้ายโฆษณาหาเสียงในพื้นที่ กทม. มีข้อความว่า “ทวงคืน ป.ต.ท. ให้เป็นของคนไทย ใช้น้ำมันเบนซินลิตรละ 20 บาท ลีนา จังจรรจา (ลีน่าจัง) เบอร์ 3 ส.ว. กทม.”, “ยกเลิกกองทุนน้ำมัน คนไทยใช้น้ำมันเบนซินลิตรละ 20 บาท ลีนา จังจรรจา (ลีน่าจัง) เบอร์ 3 ส.ว. กทม.” และ “ทวง ป.ต.ท. มาเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ใช้น้ำมันเบนซิน ลิตรละ 20 บาท ลีนา จังจรรจา (ลีน่าจัง) เบอร์ 3 ส.ว. กทม.” ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. เมื่อ กกต. ผู้ร้อง สืบสวนสอบสวนตามระเบียบแล้ว กรณีหลักฐานอันควรเชื่อว่า นางลีนา ผู้คัดค้าน ได้โฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว. เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งกับนางลีนา ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ มาตรา 123 เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต มีผลให้การเลือกตั้ง ส.ว. ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้คัดค้านเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต. ผู้ร้อง จึงขอให้ศาลวินิจฉัยเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนางลีนา ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 5 ปี

ศาลฎีกาฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อความโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งนั้น ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่เป็นการกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของ ส.ว. การที่นางลีนา ผู้คัดค้าน นำป้ายโฆษณาหาเสียงไปติดตั้งในพื้นที่ กทม. จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ มาตรา 123 วรรคหนึ่ง เนื่องจากข้อความดังกล่าวเป็นการจูงใจให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส่วนที่นางลีนา ผู้คัดค้านอ้างว่าข้อความในป้ายโฆษณาไม่มีคำว่า “จะเสนอร่างกฎหมาย” ซึ่งเป็นข้อความที่ตรงกับความต้องการเพื่อหาเสียงนั้น ศาลเห็นว่าเป็นข้อต่อสู้ที่ผู้คัดค้านเพิ่งยกมาต่อสู้ในชั้นศาล

ขณะที่ขัดกับคำให้การในชั้น กกต. ข้อต่อสู้ของผู้คัดค้านจึงฟังไม่ขึ้น คดีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีกรณีเกิดขึ้นตามคำร้องของ กกต. เมื่อการกระทำของนางลีนา ผู้คัดค้าน เป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ มาตรา 123 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ ของผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 111 ประกอบมาตรา 122 วรรคท้าย ซึ่งกรณีดังกล่าวเกิดก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง แต่ต่อมาได้มีประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2557 ให้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ มีผลบังคับใช้ต่อไป ดังนั้นการกระทำของนางลีนา ผู้คัดค้าน จึงฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาฯ จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนางลีนา จังจรรจา ผู้คัดค้าน มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันนี้ที่ศาลมีคำสั่ง

พระเมาอาละวาดร้านค้าไม่ยอมขายเบียร์

view_resizing_images
ที่มาภาพ: http://daily.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhPREk0TURVMU9BPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE5TMHdOUzB5T0E9PQ==

ถือเป็นอีกครั้งที่ข่าวพระสงฆ์ในเชิงเสียหายถูกแชร์อย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์ จนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์ข่าวสด รายงานว่า ร.ท. ธีระศักดิ์ สืบพรหม ชปพท.ร.6 พัน.2 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระธุดงค์รูปหนึ่งเมาอาละวาดที่ร้านค้าบ้านห้วยไร่ ต. หนองมะแซว อ. เมือง จ. อำนาจเจริญ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 3 นาย รุดไปยังที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง โดยในที่เกิดเหตุพบพระรูปหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่า พระสิริธมฺโม เฉพาะยิ่ง อายุ 51 ปี กำลังนั่งดื่มสุราที่บ้านไม่ทราบเลขที่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ติดกับร้านค้า มีอาการมึนเมาสุรา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพระรูปดังกล่าวมาพร้อมสุรา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ เพื่อทำการสอบสวน

จากการตรวจสอบในย่ามพบใบประกาศนียบัตรสอบไล่นักธรรมชั้นตรี จาการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าเป็นพระลูกวัด วัดหนึ่ง อยู่ใน จ.พิษณุโลก โดยพระสิริธมฺโม ยังอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ให้การว่า ธุดงค์มาจากจังหวัดพิษณุโลก มายังจังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องจากอยากมาศึกษาพระธรรมในแถบภาคอีสาน โดยรับสารภาพว่าได้ไปซื้อเบียร์ที่ร้านค้าดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาถึงที่ร้านค้าดังกล่าว ตนได้ซื้อดื่มมาระหว่างทางไปแล้ว 2 กระป๋อง และได้มาขอซื้อเพิ่มที่ร้านค้าดังกล่าวอีก 2 กระป๋อง แต่ชาวบ้านไม่ยอมขายให้ ตนเกิดความไม่พอใจ จึงได้อาละวาดโวยวายขึ้น จนชาวบ้านยอมขายให้

ส่วนสาเหตุที่ดื่มสุรา เนื่องจากตนธุดงค์มาไกล แล้วเกิดความเหนื่อยล้า จึงซื้อสุรามาดื่มเพื่อแก้เหนื่อย จากนั้น ร.ต.ท. เนติธร ถามะพันธ์ จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนที่จะจับพระรูปดังกล่าวสึกต่อไป

สาวอ้างแบ็คดี โวเป่าแอลฯ ไม่ถูกดำเนินคดี ที่แท้ไม่พกใบขับขี่

Screen Shot 2558-05-30 at 2.45.28 AM
ที่มาภาพ: https://www.facebook.com/dantruat?fref=photo

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อเฟซบุ๊ก “เรารักด่านตรวจ” เผยแพร่รูปภาพของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ถ่ายรูปใบสั่งโชว์บนเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความระบุว่า “ไงละ เป่าไปแล้วด้วยขึ้น 90 ต้องติดคุกสินะ แต่เดชะบุญมีแบ็คดี เดินออกสวยๆ” ซึ่งภาพดังกล่าวนั้นเป็นใบสั่งจากนครบาลโชคชัย ถูกปรับเป็นเงิน 500 บาทในข้อหา “ไม่พกพาใบอนุญาต” ซึ่งชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่า ตกลงสาวคนนี้โดนใบสังในข้อหา “เมาแล้วขับ” หรือ “ไม่พกใบขับขี่กันแน่” แล้วถ้ามี “แบ็ค” ดีจริง ทำไมยังต้องเสียค่าปรับ

ล่าสุดเว็บไซต์สปริงนิวส์รายงานว่า น.ส.ดาวเรือง คันศร หญิงสาววัย 27 ปี ผู้โพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าว เดินทางเจ้าพบ พ.ต.อ. ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการตำรวจนครบาลโชคชัย เพื่อให้ปากคำในกรณีโพสต์ภาพเอกสารตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ระดับ 90 มิลลิกรัม แต่กลับระบุว่า ไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากมีผู้หนุนหลังหรือแบ็คอัพดี

หลังให้ปากคำ น.ส.ดาวเรืองกล่าวแสดงความขอโทษ โดยระบุว่า โพสต์ข้อความดังกล่าวด้วยความคึกคะนอง ส่วนบุคคลหนุนหลังที่กล่าวอ้างยืนยันว่าไม่มี เพียงแต่อยากสร้างกระแสให้น่าสนใจเท่านั้น

ด้านผู้กำกับการตำรวจนครบาลโชคชัยระบุว่า น.ส.ดาวเรืองให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วยการโฆษณาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 500,000 บาท ซึ่งมีโทษหนักกว่าคดีดูหมิ่นเจ้าพนักงานทั่วไป