ปิดเกมซื้อเวลา “บิ๊กตู่” สั่ง คตร. ลุยสอบ ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง คุรุสภา-สกสค.-องค์การค้าฯ

หลังจากที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประเดิม ม. 44 เด้งฟ้าผ่าปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน พ้นจากตำแหน่ง พร้อมกับคณะกรรมการและสั่งพักงาน เลขาธิการคุรุสภา, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ลงประกาศราชกิจจานุเบกษาวันที่ 17 เมษายน 2558

ประเด็นข้อร้องเรียนที่ยังไม่พิจารณามานานกว่า 3 เดือน ขณะนี้ได้นำเสนอนายกำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ทันที อย่างเช่น กรณีศาสตราจารย์ศรีราชา วงศารยางกูร ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดที่ ผผ 20/22 ลงวันที่ 15 มกราคม 2558 แจ้งผลการวินิจฉัยส่งถึงนายสมคิด หอมเนตร สมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ผู้ร้องเรียน) พร้อมกับใช้อำนาจพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2552 มาตรา 32 และ34 ทำข้อเสนอแนะถึง พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้บริหารระดับสูงของ สกสค. และองค์การค้าของ สกสค. 4 ประเด็น

นายกำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ที่มาภาพ : http://www.aecnews.co.th/
นายกำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่
ที่มาภาพ: http://www.aecnews.co.th/

ระหว่างที่พล.ร.อ. ณรงค์ ยังไม่ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง วันที่ 16 มกราคม 2558 นายสมมาตร์ มีศิลป์ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ถึง พล.อ. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาทุกประเด็น ขณะที่ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นของชาติ (ภตช.) ทำหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ขอให้ คตช. ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายในองค์การค้าของ สกสค. และให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่ทำให้ราชการเสียหาย ต่อมาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

ดังนั้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องเรียน วันที่ 31 มีนาคม 2558 เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงทำหนังสือด่วนที่สุด ผผ.20/217 สอบถามอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการ สกสค. 4 ข้อดังนี้

1. ขอทราบข้อเท็จจริงในประเด็นข้อกล่าวหา นายสมมาตร์ กระทำผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ 2535 ขายหนังสือเรียนมูลค่า 1,400 ล้านบาท โดยไม่มีการประกาศเชิญชวนผู้ค้าอื่น และไม่นำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ฐานข้อมูลการประกวดราคาของกรมบัญชีกลาง ทำให้บริษัทล็อกซเล่ย์ ไวร์เลส จำกัด (มหาชน) เป็นเอกชนรายเดียวที่ได้รับประโยชน์

2. ขอทราบข้อเท็จจริงกรณีนายสมมาตร์ดำเนินการประกวดราคาเช่าเครื่องพิมพ์หนังสือเรียนโดยวิธีพิเศษ แต่กลับมีการยกเลิกประกาศประกวดราคา เอื้อประโยชน์ให้บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด เป็นผู้ได้สิทธิให้เช่าเครื่องพิมพ์หนังสือเรียน ในราคาสูงกว่าราคากลาง 3.5 เท่า ทำให้ราชการเสียหาย

3. ขอทราบข้อเท็จจริงในประเด็นคำถามข้อ 1-2 คณะกรรมการ สกสค. เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินบ้างหรือไม่ หากเคย ผลการพิจารณาเป็นอย่างไร

4. ขอทราบผลประกอบการขององค์การค้าฯ ในปัจจุบัน มีผลกำไรและขาดทุนสะสมเท่าไหร่ ตลอดจนแผนเพื่อฟูกิจการในอนาคต

5. เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกร้องเรียน ตามที่นายสมมาตร์อ้างว่ามีผู้เสียผลประโยชน์กลั่นแกล้งทำหนังสือร้องเรียน สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงมอบหมายให้นายจักริน กระแสมุข และ ร.ต.ต. พงศกร มีพันธุ์ เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโสระดับสูง สำนักตรวจสอบจริยธรรมและกิจการพิเศษ เข้าร่วมประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้บริหารขององค์การค้าฯ ตลอดจนเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและรับมอบพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องในวันอังคารที่ 28 เมษายน 2558 เวลา 10.00 น. ณ โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว

หลังจากที่พล.อ. ประยุทธ์ สั่งปลดปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, กรรมการบอร์ดคุรุสภา, สกสค. และบอร์ดบริหารองค์การค้าของ สกสค. พ้นจากตำแหน่ง พร้อมกับสั่งพักงานเลขาธิการคุรุสภา, เลขาธิการ สกสค. และผู้อำนวยการองค์การค้าฯเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2558 พล.อ. ประยุทธ์ ยังมอบหมายให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้าตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินและผลประโยชน์อื่นใดของคุรุสภา, สกสค. และองค์การค้าของ สกสค.

ล่าสุดวันที่ 21 เมษายน 2558 พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ ศธ 602/2558 แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการไปปฏิบัติหน้าที่แทนตำแหน่งที่ว่างเป็นการชั่วคราวดังนี้ 1) นายกมล ศิริบรรณ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาอีกตำแหน่ง 2) นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. อีกตำแหน่ง 3) นายสุเทพ ชิตยวงษ์ ผู้ตรวจราชการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ อีกตำแหน่ง ทำให้เรื่่องทีเคยร้องเรียนที่ถูกนำเสนอให้พิจารณาอีกครั้ง