“บิ๊กตู่” งัด ม.44 เด้งฟ้าผ่า ปลัดศึกษาฯ-โละยกบอร์ด-สั่งพักงานเลขาธิการคุรุสภา-สกสค.-ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ

ตามที่สำนักข่าวไทยพับลิก้าได้นำเสนอซีรี่ย์“องค์การค้าคุรุสภากับคำถามความโปร่งใส” มาต่อเนื่องถึงระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ปกติ และมีการร้องเรียนในหลายเรื่อง รวมทั้งผู้บริหารถูกฟ้องร้องในหลายคดี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2558 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 2 ฉบับ ลงประกาศในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 17 เมษายน 2558 มีดังนี้

1. เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลงนามในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 6/2558 โยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการมีรายชื่อดังนี้
1. ให้นางสุทธศรี วงษ์สมาน พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา
2. ให้นายพินิติ รตะนานุกูล พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา และให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
3. ให้นายกำจร ตติยกวี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
4. ให้นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
5. ให้นายอดินันท์ ปากบารา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการและให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
6. ให้นางรัตนา ศรีเหรัญ พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
7. ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งข้างต้นปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับเป็นต้นไป โดยให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าวให้เรียบร้อยโดยด่วน และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งนี้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 24 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 โดยให้คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

2. เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลงนามในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2558 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. มีรายละเอียดดังนี้

ข้อ 1 ให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งต่อไปนี้อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง
(1) กรรมการคุรุสภาตามมาตรา 12(1) (3) (4) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2556
(2) กรรมการ สกสค. ตามมาตรา 64(3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2556
(3) กรรมการในคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ทั้งนี้ มิให้มีการแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาแทนที่ผู้ดำรงตำแหน่งข้างต้นจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติสิ้นสุดลงตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ข้อ 2 ให้คณะกรรมการคุรุสภาตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เป็นกรรมการ และให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นเลขานุการ

ข้อ 3 ให้คณะกรรมการ สกสค. ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกรรมการและให้เลขาธิการ สกสค. เป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้คณะกรรมการ สกสค. ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ด้วย

ข้อ 4 ในกรณีที่เห็นสมควร หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อาจมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการตามข้อ 2 และข้อ 3 ได้ตามความเหมาะสม

ข้อ 5 ให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งต่อไปนี้อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น มีดังนี้
(1) เลขาธิการคุรุสภา
(2) เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.
(3) ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.
ข้อ 6 ในระหว่างที่บุคคลตามข้อ 5 หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณามอบหมายให้รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการในระดับเดียวกันขึ้นไป ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งตามข้อ 5 ไปพลางๆ ก่อน

ข้อ 7 ให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 45/2557 ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารการเงิน ทรัพย์สิน และผลประโยชน์อื่นใดของคุรุสภา, สกสค. และองค์การค้าของ สกสค. รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินโครงการที่สำคัญภายใต้การดำเนินงานของบุคคลตามข้อ 1 และข้อ 5 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบโดยเร็ว

ข้อ 8 เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติสิ้นสุดลงตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแล้ว ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการตามข้อ 1 ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และเมื่อได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ให้คำสั่งนี้เป็นอันยกเลิก

ข้อ 9 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ปลัดศึกษาฯ ยันไม่เคยรับรู้ ประเด็นความไม่โปร่งใสในองค์การค้าฯ-สกสค.

ก่อนที่คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 6/2558 จะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ช่วงเช้าของวันที่ 17 เมษายน 2558 ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ดร.สุทธิศรีเปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างก่อน กระทรวงศึกษาธิการมี 5 แท่ง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานบอร์ด สกสค. ก็จริง แต่ก็มีฐานะเป็นกรรมการท่านหนึ่งเท่านั้น การบริหารงานภายในของ สกสค. ก็มีการวางระบบการกำกับดูแล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น สำนักงาน สกสค. ไปดำเนินการกันเอง โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของบอร์ด บอร์ดก็ไม่ทราบเรื่องด้วย อย่างเช่น กรณีกองทุน ช.พ.ค. นำเงินสมาชิกครูไปปล่อยกู้บริษัทเอกชน 2,100 ล้านบาท เรื่องนี้ไม่เคยผ่านการพิจารณาของบอร์ด สกสค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการไม่ทราบ ต้องไปถามเลขาธิการ สกสค. ทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการเงินกองทุน ช.พ.ค. ซึ่งตามระเบียบของกองทุนฯ สามารถนำเงินสมาชิกไปผลประโยชน์ได้

ต่อกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินอาศัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2552 แนะนำให้กระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้บริหารระดับสูงของ สกสค. และองค์การค้าของ สกสค. มีความคืบหน้าอย่างไร ดร.สุทธศรีกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สกสค. ไม่ได้ เพราะ สกสค. ไม่ได้อยู่ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษากรรมการคนหนึ่งที่นั่งในบอร์ด สกสค. เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม ซีรีย์ข่าว