ป.ป.ช. ส่งหนังสือถึง “บุญทรง” กับพวก 21 คน รายงานตัวต่อ อสส. 17 มี.ค. นี้ หลังมีมติสั่งฟ้องคดีจีทูจีต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ที่มาภาพ : http://www.bangkokpost.com
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ที่มาภาพ : http://www.bangkokpost.com

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญาในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า อัยการสูงสุด (อสส.) ได้ประสานมายัง ป.ป.ช. ว่าจะดำเนินการสั่งฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพวกรวม 21 คน ภายหลังจากที่อัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้วว่าสำนวนฟ้องของ ป.ป.ช. มีความสมบูรณ์ในทุกประเด็น ที่ผ่านมา ป.ป.ช. และอัยการสูงสุดได้ประสานการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือถึงผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ให้เข้ารายงานตัวต่ออัยการสูงสุดในวันที่ 17 มีนาคมนี้

“ที่ผ่านมา ป.ป.ช. กับ อสส. ก็ทำงานร่วมกันมาหลายคดี สำนวนที่ ป.ป.ช. ส่งไปในคดีนี้มีความสมบูรณ์เพียงพอที่ อสส. จะเห็นว่าสามารถสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาได้เลย ซึ่งจากนี้ไปการพิจารณาจะอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” นายปานเทพกล่าว

นายปานเทพกล่าวว่า ในวันที่ 17 มีนาคมนี้ หากผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 21 คน เข้ารายงานตัวต่อ อสส. ทาง อสส. จะนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ด้วย แต่หากไม่มารายงานตัว อสส. ก็สามารถที่จะส่งสำนวนสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้กล่าวหาไปด้วย เช่นเดียวกับกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีจำนำข้าว

ส่วนคดีจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ศาลฎีกาฯ นัดพิจารณาคดีในวันที่ 19 มีนาคม 2558 นี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ยังไม่จำเป็นต้องไปศาลเพราะเป็นการพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่เท่านั้น แต่เมื่อศาลรับฟ้องและนัดพิจารณาคดี อดีตนายกรัฐมนตรีจะต้องไปฟังศาลเปิดพิจารณาคดีด้วยตัวเอง