‘ชาญชัย-พะจุณณ์’ ยื่นหลักฐาน-รายชื่อ ‘บอร์ด ทอท.-ครม.’ ร่วมกันแก้สัญญา ‘ดิวตี้ฟรี’ ทำรัฐสูญรายได้ 1.8 แสนล้าน ต่อ ป.ป.ช.

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก (ซ้าย)และพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป  อดีต สว.(ขวา)

“ชาญชัย-พะจุณณ์” ยื่นหลักฐาน-รายชื่อ “บอร์ด ทอท.-ครม.” ร่วมกันแก้สัญญา ‘ดิวตี้ฟรี’ ทำรัฐสูญรายได้ 1.8 แสนล้านต่อ ป.ป.ช. ลั่นพร้อมล้างแผ่นดินให้สะอาดใน 2 เดือน 

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) จังหวัดนนทบุรี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก และพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป  อดีต สว. ร่วมเดินทางมายื่นคำชี้แจงต่อคณะกรรมการป.ป.ช. ที่ขอให้ทำคำชี้แจงเพิ่มเติม ในกรณีที่ตนเคยร้องทุกข์กล่าวโทษการทุจริตการแก้ไขสัญญาสัมปทานร้านค้าปลอดภาษี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ภายในอาคารผู้โดยสารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งตนได้ชี้แจงเอกสารเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) 2 ครั้ง คือ มติ ครม.ของรัฐบาลอนุทิน (1) เมื่อวันที่  2 ธันวาคม 2568   ซึ่งเป็นมติที่เกี่ยวกับการรับทราบข้อเสนอแนะ เพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการสัมปทานดังกล่าว จากการศึกษาของสำนักเฝ้าระวังและประเมินการทุจริตของ ป.ป.ช.  และมติของรัฐบาลอนุทิน (2)  เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นมติ ครม. ที่รับทราบสรุปผลพิจารณาข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต กรณีศึกษาการแก้ไขสัญญางานให้สิทธิ์ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าภาษี และงานให้สิทธิ์ประกอบกิจการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสารให้กับคู่สัญญาของ ทอท. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แต่กลับไม่มีการชี้แจงว่า มีการใช้กฎหมายอำนาจใดไปลดเงินให้คู่สัญญา ทำให้รัฐเสียหายถึง 1.8 แสนล้านบาท

นายชาญชัย  กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ขอทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนมีพฤติการณ์ความผิดต่อหน้าหน้าที่ หรือตำแหน่ง เป็นอย่างไร วันเวลาใด และมีหลักฐานยืนยัน หรือสนับสนุนพฤติกรรมกระทำความผิดนั้นๆหรือไม่  ขอให้นำพยานหลักฐานมายืนยันนั้น  เรื่องนี้ตนเคยฟ้องร้องเรื่องในลักษณะเดียวกันนี้ ในกรณีที่ ทอท.ปรับการลดและเลื่อนผลตอบแทนให้กับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์  ทำให้รัฐเสีย 1.4 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งตนเคยฟ้องต่อศาล ในฐานะผู้ถือหุ้นรายย่อยกับ บอร์ด ทอท. และกลุ่มบริษัทคิงส์ เพาเวอร์ อีก 3 คน รวมเป็นจำเลยในคดีทั้งหมด 18 คน ตามรายละเอียดในคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ส่งแนบมาให้ด้วย 

ทั้งนี้ ตนพร้อมจะจัดส่งเอกสารทั้งหมดตามที่ สำนักงาน ป.ป.ช.ร้องขอในวันนี้ ว่ามีผู้ใดที่ความผิด หรือมีพฤติกรรมใด ทั้งหมดมี ครม. 2 ชุด คือครม.ในรัฐบาลอนุทิน (1)  และครม.ในรัฐบาลอนุทิน (2) ที่มีมติรับทราบการกระทำ และการประชุมโดยที่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะนำของ ป.ป.ช. โดยสร้างความเสียหายต่อรายได้ของรัฐรวม 1.8 แสนล้านบาท เท่ากับ ครม.เห็นชอบด้วย ตามรายชื่อที่มีปรากฏตามเอกสารแนบนี้ รวมทั้งรายชื่อของบอร์ด ทอท. ที่มีการประชุมและอนุมัติเรื่องนี้ทั้ง 2 วัน คือวันที่ 2 ธันวาคม 2568  ที่มีมติอนุมัติให้แก้ไขสัญญาสัมปทานปรับลดค่าตอบแทนให้รัฐ โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาของ ครม. อัยการสูงสุด ทั้งยังได้ประกาศให้ ตลท. แจ้งว่า มีการลดรายได้ 1.8 แสนล้าน ให้กับกลุ่มบริษัทคิงส์ เพาเวอร์ ทำราคาหุ้นตก มีผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหายจากมติดังกล่าวจำนวนมาก  และมติ ครม.เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569  ที่รับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการดังกล่าว

”ผมพร้อมจะนำส่งรายชื่อ และติดตามกรณีเงิน 1.8 แสนล้านนี้คืนแผ่นดิน โดยขอความร่วมมือ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการไต่สวนเรื่องนี้ด้วยความรวดเร็ว ซึ่งกรณีนี้สำนักงาน ป.ป.ช.เป็นผู้กล่าวเตือน และกล่าวหาไว้เอง แต่เริ่มแรกว่า ห้ามมิให้กระทำความผิด หรือก่อความเสียหายแก่รัฐ จำนวน 1.8 แสนล้าน การกระทำดังกล่าวของ บอร์ด ทอท. และ ครม.เป็นการท้าทายอำนาจ ป.ป.ช. เพราะเป็นความผิดสำเร็จแล้ว เพราะเกรงว่าหน่วยงานรัฐอื่น ๆจะเอาเป็นแบบอย่างสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ  หาก ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จ ผมเห็นว่า ถึงเวลาต้องทำความถูกต้องเป็นธรรมของพี่น้องประชาชนคนไทยกันเองเงิน 1.8 แสนล้านบาท ไม่ใช่ตัวเลขเกมอำนาจของคนชั่วครองเมือง และข้าราชการบางกลุ่มที่มัวเมาอำนาจทุจริตกับเงินภาษีประชาชน เงินจำนวนนี้ประเทศไทยไม่ต้องไปกู้ แต่เป็นข้อตกลงที่กลุ่มทุนมาใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของประเทศชาติ โดยนักการเมืองและข้าราชการชั่ว มาเบียดบังไม่ให้เงินนี้ไปช่วยเหลือคนจนที่กำลังเดือดร้อนทั้งประเทศ  ผมกับคนดีของประเทศไทยพร้อมที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับความชั่วทั้งหลาย โดยการล้างแผ่นดินไม่เกิน 2 เดือนนี้”  นายชาญชัย กล่าว