พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมนำทีมตรวจสอบการซื้อขายที่ดิน “ศุภชัย ศรีศุกอักษร – อลิสาลูกสาวอนันต์ อัศวโภคิน” ชี้มีความผิดกม.ฟอกเงินชัด

ตามที่สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้เปิดประเด็น เปิดธุรกรรม “ธรรมกายคอนเนกชัน” ศุภชัย ศรีศุภอักษร ใช้เงินสหกรณ์ฯ คลองจั่น 1,000 ล้าน ซื้อที่ดินใกล้วัดพระธรรมกาย พบ “อัศวโภคิน” รับซื้อต่อเกือบ 100 ไร่ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2558 หลังจากนั้นวันที่ 27 มีนาคม 2558 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมนำทีมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบเอกสารการซื้อขายที่ดินดังกล่าวที่สำนักงานที่ดิน จ.ปทุมธานี สาขาคลองหลวง

วันที่ 27 มีนาคม 2558 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมนำทีมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบเอกสารการซื้อขายที่ดินดังกล่าวที่สำนักงานที่ดิน จ.ปทุมธานี สาขาคลองหลวง  ที่มาภาพ : http://www.moj.go.th/
วันที่ 27 มีนาคม 2558 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมนำทีมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบเอกสารการซื้อขายที่ดินดังกล่าวที่สำนักงานที่ดิน จ.ปทุมธานี สาขาคลองหลวง ที่มาภาพ : http://www.moj.go.th/

พ.ต.อ.ดุษฎีเปิดเผยว่าจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าเงินที่ได้มาจากการยักยอกในปี 2552 นายศุภชัยนำมาซื้อที่ดิน โดยเจ้าของที่ดิน เป็นจ่าสิบเอกคนหนึ่งไปรวบรวมที่ดินพี่น้อง 5-6 คนมาขาย มีนายหน้าเป็นคนที่ติดต่อซื้อขาย ซื้อในชื่อนายศุภชัย และจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค และขึ้นบัญชีที่แบงก์เป็นยอดเงิน 198 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในเส้นทางการเงิน 818 ล้านบาท(814 ล้านบาทบวกดอกเบี้ยเป็น 818 ล้านบาท)ที่บริจาคให้วัดพระธรรมกาย จากนั้นนายศุภชัยขายที่ดินแปลงนี้ออกไป 298 ล้านบาท

“ถามว่าครบองค์ประกอบความผิดอย่างไร คดีนี้เกิดเหตุเมื่อไหร่ คุณศุภชัยถูกแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบ เมื่อ 19 เม.ย.2556 จากนั้น 30 พ.ค.2556 ดีเอสไอ ลงเลขสำนวนสืบสวน แต่ยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ ตรงนี้ถือว่าถูกดำเนินคดีแล้ว และก็รับเป็นคดีพิเศษเดือนมิถุนายน 2556 จากนั้น วันที่ 7 มิ.ย. 2556 นายศุภชัย ขายที่ดิน 8 แปลงออกไปแปลงที่ 9 ขายให้ลูกสาวคุณอนันต์ อัศวโภคินถือว่าครบองค์ประกอบความผิดแล้ว มีการขายที่ดินออกไปหลังจากถูกแจ้งดำเนินคดี ถือว่ามีการยักย้ายถ่ายเท ครบองค์ประกอบความผิด ถามว่าลูกสาวคุณอนันต์ เกี่ยวข้องไหม แต่องค์ประกอบความผิดครบแล้ว นายศุภชัยถูกดำเนินคดีมันเป็นข่าวใหญ่ ใครๆก็รู้และยังไปซื้อที่ดินต่อจากนายศุภชัย ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ต้องเรียกผู้ซื้อที่ดินทั้งหมดมาสอบสวนด้วย และ เงิน 298 ล้านบาท นำเงินจากแหล่งไหนมาซื้อ ถ้าตอบไม่ได้นำเงินมาจากไหน ก็ยิ่งไปกันใหญ่”พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว

พ.ต.อ.ดุษฎีได้ล่าวต่อว่า”วันนี้(27 มีนาคม 2558) ผมเรียกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มีความเชี่ยวชาญการฟอกเงินมาทำพร้อมกับผม คือดีเอสไอจะดำเนินคดีได้ ไม่เหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วไป แค่ลงบันทึกประจำวันก็เริ่มดำเนินคดีได้ การรับเป็นคดีพิเศษ อำนาจอยู่ที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขณะนี้ดีเอสไอได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมด และเตรียมนำเข้าที่ประชุมกรมสอบสวนคดีพิเศษวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2558 นี้ คาดว่าดีเอสไอจะรับเป็นคดีฟอกเงิน จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการทางคดีอาญา และก็น่าจะรับทำเป็นคดีพิเศษ พร้อมๆกับกรณี นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล ผู้ถือหุ้นในบริษัท เอส ดับบลิว โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) หลังจากที่ปปง.เข้าค้นเอสดับบลิวโฮลดิ้ง ก็มีการสอบหลักฐานแบบเดียวกัน ที่ดินที่เอสดับบลิวโฮลดิ้งตั้งอยู่ มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท ก็ถูกอายัดด้วย และก็ตรวจสอบนายสถาพรมีที่ดินตรงไหนบ้าง ก็มีอีกหลายแปลง มีการดำเนินคดีกับนายศุภชัย นายสถาพรก็มีชื่อไปรับเช็คและก็มีการขายที่ดินออกไปปี 2557 ปปง.ก็ให้คณะกรรมการธุรกรรมสั่งอายัดเพิ่ม มติผ่านแล้ว แต่คำสั่งยังไม่ออกมา พอคำสั่งออกมาก็ไปอายัดทรัพย์เพิ่ม กรณีนายสถาพร ก็จะเข้าข่ายคดีฟอกเงินเหมือนกัน ไปไปมาๆ คดีฟอกเงินจะทำง่ายกว่าคดีฉ้อโกงประชาชน เพราะฉ้อโกงประชาชน ต้องสอบพยานมาก”

พร้อมกล่าวต่อว่า“จริงๆมันไม่ใช่อำนาจของผมโดยตรง เป็นอำนาจของดีเอสไอ และปปง. แต่ผมเข้ามาทำคดีนี้ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้ผมดูแลคดีอาชญากรรมพิเศษ กับยาเสพติด กรณีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นคดีอาชญากรรมพิเศษ ต้องทำงานร่วมกับดีเอสไอ ปปท. ปปส. ปปง. อย่างบูรณาการทุกหน่วย ระบบการทำงานเดิม ต่างคนต่างทำ หน่วยงานไปค้นก่อนก็ได้หลักฐานไปก่อน หลักฐานจึงกระจัดกระจายไปอยู่ตามหน่วยนั้นบ้าง หน่วยนี้บ้าง คดีก็ขาดตอน การทำคดีนี้จึงต้องทำแบบบูรณการ หน้าที่ผมคือเข้าไปตรวจสอบข้อมูล และมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับไปดำเนินการ แต่ถ้าทำช้า หรือไม่ทำ ก็เข้าไปกระตุ้น ผมได้รับเรื่องร้องเรียน 27 มกราคม2558 คดีไม่คืบ ผมก็เข้ามาทำคดีนี้เต็มที่ ก็เสนอให้ดีเอสไอการเปลี่ยนพนักงานสอบสวน”นายดุษฎี กล่าว

อนึ่งสำหรับที่มาที่ไปของที่ดินผืนดังกล่าวที่กระทรวงยุติธรรมเข้าไปตรวจสอบ หากดูจากสำนวนคำฟ้องคดีดำเลขที่ 2973/2557 ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 พบว่าโจทก์ 2 ราย ได้แก่ บริษัท ลัคกี้ สไมล์ ดอท คอม จำกัด และนายสิวิลักษณ์ ยิ้มแย้ม ยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ในข้อหาโกงเจ้าหนี้ โดยในคำฟ้องระบุว่า จำเลยทั้ง 3 ว่าจ้างโจทก์ แต่กลับเพิกเฉยไม่ยอมชำระค่าว่าจ้าง อีกทั้งยังขอผัดผ่อนหลายครั้ง ทำให้โจทก์ทั้ง 2 ยื่นฟ้องข้อหาผิดสัญญาซื้อขายต่อศาล เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ผบ.5351/2556 โดยยื่นฟ้องจำเลย 3 คน ในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้แก่ พระมนตรี แสงโสดา หรือพระมนตรี สุตาภาโส (พระมนตรีถูกดีเอสไอระบุว่ารับเช็คจากนายศุภชัยมากกว่า 100 ล้านบาท), วัดพระธรรมกาย และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร โดยคดีดังกล่าวคู่กรณีทำสัญญาประนีประนอมให้จำเลยที่ 3 (นายศุภชัย) ชำระหนี้ค่าสินค้าแทนพระมนตรีและวัดพระธรรมกายแก่โจทก์เป็นเงิน 31,892,286 บาท ซึ่งนายศุภชัยตกลงผ่อนชำระภายใน 6 เดือน ไม่ตํ่ากว่าเดือนละ 5 ล้านบาท เริ่มงวดแรกเดือนพฤศจิกายน 2556

ต่อมาวันที่ 7 มิถุนายน 2556 นายศุภชัยกลับนำที่ดินทั้งหมด 8 แปลง ในตำบลคลอง 3 อำเภอคลองหลวง ขายให้ นางสาวอลิสา อัศวโภคิน (ลูกสาวนายอนันต์ อัศวโภคิน) ในราคาจำหน่าย 298 ล้านบาท ซึ่งการซื้อขายเกิดขึ้นหลังจากที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องไม่สามารถจ่ายเงินให้กับสมาชิกผู้ฝากเงินได้ และคณะกรรมการสหกรณ์ฯคลองจั่นชุดที่ 28 ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร นางสาวศรัณยา มานหมัด และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ คดีดำ 1241/2556 จำนวนเงิน 10,481 ล้านบาท และคดีดำ 1240/2556 จำนวนเงิน 1,921 ล้านบาท นอกจากนี้คณะกรรมการชุดที่ 28 ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ให้ดำเนินคดีบุคคลดังกล่าวเพิ่มในความผิดฐานฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์จำนวน 12,402 ล้านบาท และสหกรณ์เรียกร้องทางแพ่ง คดีดำ 1260/2556 ให้บุคคลดังกล่าวชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 12,696 ล้านบาท ซึ่งมีการฟ้องร้องเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556

อย่างไรก็ตามการซื้อขายที่ดินดังกล่าว เป็นการนำไปขายที่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับเงินจากการขายที่ดิน อีกทั้งนายศุภชัยไม่มีทรัพย์สินอื่นเพียงพอชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว เนื่องจากสำนักงานป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์สินอื่นของนายศุภชัยไปหมด ส่วนทรัพย์สินส่วนที่ไม่ถูกอายัด นายศุภชัยก็นำไปจำนองที่ดินกับบุคคลอื่น(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)

โฉนดอัศวโภคิน

นอกจากสำนวนการฟ้องร้อง ไทยพับลิก้ายังได้ตรวจสอบผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ในโฉนดทั้ง 8 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 57 ไร่ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ใกล้วัดพระธรรมกาย ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยรายละเอียดโฉนดทั้งหมดมีดังนี้

โฉนดเลขที่ 152624 เลขที่ดิน 1429 หน้าสำรวจ 27952 เนื้อที่ 8 ไร่ 46 ตารางวา

โฉนดเลขที่ 101461 เลขที่ดิน 1283 หน้าสำรวจ 34 เนื้อที่ 8 ไร่ 39 ตารางวา

โฉนดเลขที่ 101462 เลขที่ดิน 1284 หน้าสำรวจ 35 เนื้อที่ 8 ไร่ 39 ตารางวา

โฉนดเลขที่ 101455 เลขที่ดิน 1277 หน้าสำรวจ 68 เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 27 ตารางวา

โฉนดเลขที่ 101456 เลขที่ดิน 1278 หน้าสำรวจ 69 เนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา

โฉนดเลขที่ 152626 เลขที่ดิน 1431 หน้าสำรวจ 27954 เนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 96 ตารางวา

โฉนดเลขที่ 101460 เลขที่ดิน 1282 หน้าสำรวจ 73 เนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน 53 ตารางวา

โฉนดเลขที่ 4519 เลขที่ดิน 1277 เนื้อที่ 10 ไร่

โดยจากโฉนดทั้งหมดพบว่า ในวันที่ 7 มิถุนายน 2556 มีการโอนขายที่ดินรวม 8 โฉนดจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ให้แก่นางสาวอลิสา อัศวโภคิน ซึ่งเมื่อเทียบช่วงเวลาที่ทำการซื้อขาย แม้จะเป็นช่วงเวลาก่อนที่ ปปง. และดีเอสไอจะยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายยักยอกทรัพย์ของนายศุภชัยในวันที่ 10 กรกฎาคม 2556 ตามมติของคณะกรรมการธุรกรรมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556 แล้ว ซึ่งในขณะนั้นข่าวปัญหาสหกรณ์ฯ คลองจั่นเริ่มปรากฏ เป็นข่าวในสื่อออนไลน์และในสื่อกระแสหลักตั้งแต่มีผู้ร้องเรียนในวันที่ 4 เมษายน 2556 อย่างไรก็ตามจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ที่ดินที่เกี่ยวข้องกับ “อัศวโภคิน” และสหกรณ์ฯ คลองจั่น ยังไม่ถูกทาง ปปง. อายัดไว้เหมือนกับทรัพย์สินอื่น

นอกจากที่ดินแปลงดังล่าวข้างต้นแล้วนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ขายที่ดินใกล้วัดพระธรรมกาย ตำบลคลอง 3 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ราคา 25 ล้านบาทให้นางวรรณา จิรกิติ (ภรรยานายประกอบ จิรกิตติ)ที่ดินเลขที่โฉนด 2202 เลขที่ดิน 619 เนื้อที่ 30 ไร่