สหกรณ์ฯ คลองจั่น แกะรอยเส้นทางเงิน “ศุภชัย ศรีศุภอักษร” – ผู้เสียหายเริ่มปูดข้อเท็จจริง

เกาะติดสถานะสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะผู้บริหารสหกรณ์ฯชุดปัจจุบัน ระดมสรรพกำลังจัดทีมตามล่าทรัพย์สินของสหกรณ์ที่ถูกนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และพวก ยักยอก กลับคืนมา

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2558 นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พาสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี หลังจากได้รับแจ้งข่าวจาก น.ส.สุภาพร จงเจริญ ว่านายศุภชัยนำเงิน 17.126 ล้านบาท มาใช้ในการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดท่าเดื่อ โดยทำสัญญาว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรท่าเสา ก่อสร้างกุฏิบูชาธรรมวัดท่าเดื่อ 10 หลัง ซึ่งเงินจำนวนนี้น่าจะเป็นเงินของสหกรณ์ฯ แต่ไม่ปรากฏอยู่ในเส้นทางการเงินที่ ปปง. และ DSI กำลังตรวจสอบ เนื่องจากนายศุภชัยชำระเงินค่าก่อสร้างให้ผู้รับเหมาเป็นเงินสด

น.ส.สุภาพร จงเจริญ ผู้แจ้งเบาะแส เปิดเผยว่า “เดิมตนประกอบอาชีพดีไซเนอร์ รับจ้างตบแต่งภายในอาคาร รู้จักนายศุภชัยครั้งแรกปี 2553 เป็นช่วงที่ตนเข้ามาฝึกสมาธิที่วัดพระธรรมกาย นายศุภชัยเข้ามาทักทายตนว่า ชาติก่อนตนเป็นลูกสาวหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ เคยร่วมกันสร้างวัดมาก่อน จึงชักชวนให้มาช่วยคุมงานก่อสร้างกุฏิพระและอาคารปฏิบัติธรรม เริ่มลงมือก่อสร้างวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 พอดำเนินการได้ระยะหนึ่ง ปรากฏว่างบบานปลาย โครงการนี้ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 22 ล้านบาท โดยนายศุภชัยขอให้ตนสำรองจ่ายให้ผู้รับเหมาไป 5 ล้านบาท หลังจากที่ผู้รับเหมาส่งมอบงานปลายเดือนธันวาคม 2555 นายศุภชัยรับปากกว่าจะหาเงินมาคืนให้ เวลาผ่านมา 1 ปี ตนยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว โทรศัพท์ไปทวงเงิน นายศุภชัยบอกว่าไม่มีเงิน ขณะนี้ตนเดือดร้อนมาก เงินจำนวนนี้เป็นเงินออมของครอบครัว รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 3 กำลังจะถูกไฟแนนซ์ยึด อยากจะให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคเงินค่าก่อสร้างให้กับวัดท่าเดื่อ เพื่อให้ทางวัดนำเงินมาชำระหนี้ในส่วนที่ตนสำรองจ่ายไปก่อน”

จากนั้น น.ส.สุภาพรนำคณะผู้บริหารสหกรณ์ฯ และสื่อมวลชนเดินทางไปที่วัดท่าเดื่อห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ประมาณ 42 กิโลเมตร พอเข้าใกล้พื้นที่เป้าหมาย ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยก็เริ่มมองเห็นรีสอร์ทหรูสร้างด้วยไม้สักทองประมาณ 10 หลัง ตั้งอยู่กลางป่า คณะผู้บริหารสหกรณ์ฯ และสื่อมวลชนได้ตรวจสอบพื้นที่ พบพระชัยอนันต์ วชิรชินสีห์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดท่าเดื่อจำวัดเพียงรูปเดียว

วัดปทุมุตตร หรือวัดท่าเดือน ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
วัดปทุมุตตร หรือวัดท่าเดื่อ ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

จากการสอบถาม พระชัยอนันต์กล่าวว่า วัดท่าเดื่อสร้างเมื่อปี 2479 แต่ถูกปล่อยให้กลายเป็นวัดร้างมานานจนกระทั่งมาถึงปี 2554 นายศุภชัยได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ ก่อสร้างกุฏิวัดและอาคารปฏิบัติธรรมจำนวน 13 หลัง บนเนื้อที่ 16 ไร่ ภายใต้วงเงิน 17.126 ล้านบาท ระหว่างที่กำลังก่อสร้างโครงการ ก็มีปัญหากรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก ทับที่ดินของวัดท่าเดื่อ นายศุภชัยเจรจากับนายจิตจำลอง หะริณสุต ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ จนในที่สุดเจ้าของที่ดินทำหนังสือยินยอมยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้วัดท่าเดื่อเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 แต่ปัญหาตอนนี้คือทางเจ้าของที่ดินยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเป็นของวัดท่าเดื่อ หรือจดทะเบียนเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้

นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (ซ้าย) สอบถาม พระชัยอนันต์ วชิรชินสีห์ รักษาการเจ้าอาวาส วัดท่าเดื่อ (ขวา)
นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (ซ้าย) สอบถาม พระชัยอนันต์ วชิรชินสีห์ รักษาการเจ้าอาวาส วัดท่าเดื่อ (ขวา)

รักษาการโชว์เอกสารยกที่ดินให้วัด1

นายเผด็จกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ตรวจสอบโครงการก่อสร้างกุฏิบูชาธรรมวัดท่าเดื่อครั้งนี้ ทำให้คณะผู้บริหารสกรณ์ฯ ได้ข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยืนยันว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงิน 17 ล้านบาท มาใช้ในการก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรม และกุฏิไม้สักทอง 10 หลัง ซึ่งถ้าเป็นเงินของสหกรณ์ฯ ตัวอาคารปฏิบัติธรรมและกุฏิไม้สักทอง ก็ควรจะเป็นกรรมสิทธิ์ของสหกรณ์ฯ เพราะที่ดินแปลงนี้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็จะต้องรวมหลักฐานทั้งหมดส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 30 พิจารณา เพื่อส่งเรื่องให้ DSI ขยายผลการสอบสวนต่อไป

ต่อมาวันที่ 25 มีนาคม 2558 นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะผู้ทำแผนฟื้นฟู สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้มอบหมายให้นายสมาน ครองเมือง กรรมการผู้ทำแผนฟื้นฟู สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พาสื่อมวลชนไปที่ศูนย์เยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี สถานที่ก่อสร้างมหาเจดีย์ทัตตชีโว

นายสมานเปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายเผด็จให้พาสื่อมวลชนมาลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดิน 41 แปลง จำนวน 124 ไร่ ซึ่งนายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงินของสหกรณ์ฯ มาซื้อที่ดิน เพื่อเตรียมถวายวัดพระธรรมกาย ทำโครงการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ทัตตชีโว แต่นายศุภชัยไม่ทันได้นำที่ดินบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย ปรากฏว่า ปปง. สั่งอายัดที่ดินแปลงนี้ไว้ก่อน ขณะที่โครงการก่อสร้างได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน ทางคณะศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายรวบรวมเงินประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินแปลงนี้จากนายศุภชัย โดยศิษยานุศิษย์จะนำเงินจำนวนนี้มาจ่ายให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วันนี้ตนจึงต้องพาคณะผู้บริหารและสมาชิกสหกรณ์ฯ ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสภาพที่ดินของนายศุภชัยว่าตั้งอยู่ในบริเวณไหนบ้าง ซึ่งได้รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 30 รับทราบเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2558

Thaipublica Interview # นายสมาน ครองเมือง กรรมการผู้จัดทำแผนฟื้นฟู สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

จากนั้น พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงยุติธรรม ให้กำกับดูแลคดีอาชญากรรมพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบสำนักงานที่ดินสาขาคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2558 พ.ต.อ. ดุษฎีกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับนายศุภชัยและเครือข่ายในความผิดฐานฟอกเงิน กล่าวคือ หลังจากที่นายศุภชัยนำเงินสหกรณ์มาซื้อที่ดินข้างวัดพระธรรมกายแล้ว ต่อมาเรื่องนี้กลายเป็นคดีความขึ้นมาและสื่อมวลชนก็มีการนำเสนอข่าวนี้ ปรากฏว่านายศุภชัยนำที่ดินขายต่อให้กับนายอนันต์ อัศวโภคิน และลูกสาว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายการยักย้าย ถ่ายเททรัพย์ และครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ขั้นตอนต่อไปตนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ DSI และ ปปง. ดำเนินการต่อไป

และในวันเดียวกันนั้นเอง พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ DSI สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจค้น 4 จุด และยึดอายัดทรัพย์สินนางปทุมพร บุตรศรี ซึ่งเป็นผู้รับโอนเงินจากนายศุภชัย 50 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นความเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา หลังจาก พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวย้ำต่อที่ประชุมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเมื่อเร็วๆ นี้ มอบหมายให้ทุกหน่วยเร่งทำคดีนี้ให้สำเร็จและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การฉ้อโกงเงินประชาชนอีก