ยื่นศาลปกครอง เปิด“ราคากลาง”อุทยานราชภักดิ์ พร้อมขอสำเนาเอกสารป.ป.ช.ลงมติ 9 ต่อ 0

เส้นทางการเงินอุทยานราชภักดิ์1แก้

หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 9:0 ให้ยุติการไต่สวนโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ในพื้นที่โรงเรียนนายสิบทหารบก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังไม่พบสิ่งผิดปกติ เช่นเดี่ยวกับที่กองทัพบก (ทบ.), กระทรวงกลาโหม (กห.)และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยตรวจสอบก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทั้งกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและวิธีคิดราคากลางการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์แห่งสยามจำนวน 7 พระองค์ต่อสาธารณะ หลังมีคำถามเกี่ยวกับการเรียกรับ “ค่าหัวคิว” เป็นเงินรวมกันกว่า 20 ล้านบาท ตั้งแต่ปลายปี 2558 ซึ่งต่อมาพล.อ. อุดมเดช สีตบุตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงว่าได้ขอให้เซียนพระ อ. บริจาคเงินทั้งหมดคืนเข้าสู่มูลนิธิราชภักดิ์แล้ว ขณะที่ผลการตรวจสอบของสตง. ยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่ใช่ค่าหัวคิว แต่เป็น “ค่าที่ปรึกษา”

ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ยื่นคำร้อง ขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์จากกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 จำนวน 2 รายการ หนึ่งในนั้นได้แก่ เอกสารราคากลางการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ 6 เดือนต่อมากองทัพบก โดย พล.ต. ปัณณทัต กาญจนะวสิต เลขานุการกองทัพบก ได้ส่งหนังสือแจ้งปฏิเสธการให้ข้อมูลดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ยื่นอุทธรณ์การไม่เปิดเผยข้อมูลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2559

ต่อมาคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.) สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย คณะที่ 1 ที่มีนายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ เป็นประธาน ได้วินิจฉัย ให้กองทัพบกเปิดข้อมูลดังกล่าวกับผู้สื่อข่าว เพราะข้อมูลเรื่อง “ราคากลางและวิธีคำนวณราคากลาง” การจัดซื้อจัดจ้าง เป็นสิ่งที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบอยู่แล้ว ขณะที่กองทัพบกระบุว่า “การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ไม่สามารถกำหนดราคากลางได้”

ขณะที่แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยกับสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าว่า “การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ มีราคากลาง และมีการชี้แจงพร้อมส่งเอกสารมาให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบด้วย แต่ที่กองทัพบกและกระทรวงกลาโหมไม่เปิดเผย อาจเกรงว่าทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เพราะราคากลางในการว่าจ้างโรงหล่อพระมาดำเนินการปั้นพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ทั้ง 7 พระองค์ มีราคาไม่เท่ากัน ราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอิริยาบถท่าประทับยืนของพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งการออกแบบปั้นรูปเหมือนจำลอง ทำแม่พิมพ์ มีความยากง่ายแตกต่างกัน ทำให้การกำหนดราคากลางในการว่าจ้างโรงหล่อพระไม่เท่ากัน”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า จึงยื่นคำฟ้องกองทัพบกต่อศาลปกครอง ขอให้สั่งให้เปิดเผยราคากลางการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ทั้ง 7 พระองค์ หากไม่สามารถเปิดเผยได้ ก็ขอให้ชี้แจงว่าเหตุใดจึงไม่สามารถกำหนดราคากลางได้ และใช้วิธีใดในการพิจารณาการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ดังกล่าว เพื่อให้การใช้งบประมาณที่มาจากทั้งเงินบริจาคและงบกลางเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และไม่มีส่วนต่างของราคามากจนอาจนำไปสู่ปัญหาเรื่องการทุจริต ซึ่งศาลปกครองก็รับคำฟ้องดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 เวลา 10.36 น. และออกหมายเลขคดีเป็นคดีหมายเลขดำที่ 1421/2559

(กลาง) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ได้แถลงผลการตรวจสอบ
(กลาง) พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ได้แถลงผลการตรวจสอบ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 ได้ยื่น “อุทธรณ์” ต่อประธานกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) กรณีที่ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์จากกระทรวงกลาโหม จำนวน 2 รายการ ประกอบด้วย 1. ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ชุดที่มีพล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นประธาน และ 2. รายชื่อโครงการและคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ทั้งหมด โดยยื่นขอไปตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2558 แล้วต่อมา ในวันที่ 26 สิงหาคม 2559 ทางกระทรวงกลาโหมโดย พล.ต. ยุทธนินทร์ บุนนาค กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ส่งหนังสือแจ้ง “ปฏิเสธการให้ข้อมูล” ดังกล่าว

และจากการที่ ป.ป.ช. มีระเบียบว่าด้วยการจัดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าตรวจดูเหตุผลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีที่มีมติวินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหานั้นเป็นอันตกไป วันที่ 13 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าจึงใช้สิทธิตามระเบียบดังกล่าว ยื่นคำขอข้อมูลต่อหัวหน้าศูนย์ประมวลข้อมูล สำนักงาน ป.ป.ช. โดยขอคัดสำเนา รายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 กันยายน 2559 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติ 9 ต่อ 0 เสียง ยุติการไต่สวนโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา