เปิดดีลซื้อ U-Tower สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ราคาเกินจริงกว่า 200 ล้าน และใช้ค้ำกู้เงินจากสหกรณ์จุฬาฯ 1,000 ล้าน

8 มิถุนายน 2013

อาคาร U-Tower

อาคาร U-Tower

หลังจากการประชุมใหญ่ของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 สมาชิกได้เลือกนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กลับเข้ามาเป็นประธานดำเนินการของสหกรณ์ฯ อีกครั้ง และได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว(หนังสือรับรองการประชุม 28 พค.2556)

ขณะที่สถานการณ์ของสหกรณ์ฯ ยังมีปัญหาในเรื่องงบการเงิน และในสมัยที่นายมณฑล กันล้อม นั่งเป็นประธานดำเนินการฯ ได้มีการฟ้องร้อง โดยสหกรณ์ฯเป็นโจกท์ ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ในคดีเรียกทรัพย์คืนและละเมิดวงเงิน 391.4 ล้านบาท คดีเรียกทรัพย์คืน ฟ้องเมื่อ 22 กุมภาพันธุ์ เลขที่คดีดำ 728/56 และสหกรณ์แจ้งความดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร นางสาวศรัณยา มานหมัด และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ คดีดำ 1241/2556 จำนวนเงิน 10,481 ล้านบาท และคดีดำ 1240/2556 จำนวนเงิน 1,921 ล้านบาท นอกจากนี้ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ให้ดำเนินคดีบุคคลดังกล่าวเพิ่มในความผิดฐานฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์จำนวน 12,402 ล้านบาท และสหกรณ์เรียกร้องทางแพ่ง คดีดำ 1260/2556 ให้บุคคลดังกล่าวชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 12,696 ล้านบาท ซึ่งมีการฟ้องร้องเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556

ดังนั้น เมื่อนายศุภชัยเข้ามาเป็นผู้บริหารสหกรณ์ ทำให้คดีต่างๆ ที่สหกรณ์เป็นโจกท์ฟ้อง (ซึ่งมีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นผู้บริหาร) และจำเลยคือนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นคนคนเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการตรวจสอบงบดุลของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นในประเด็นการปล่อยเงินกู้ให้สมาชิกสมทบกว่า 11,000 ล้านบาท และการปล่อยให้นายศุภชัย รายเดียว 3,300 ล้านบาท แล้ว ยังพบประเด็นเรื่องที่ดินอาคาร U-Tower ที่ระบุราคาการซื้อขายสูงกว่าราคาที่ทำสัญญากับกรมที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคาร U-Tower เป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 12,752 ตารางเมตร ตั้งอยู่ริมถนนศรีนครินทร์ มีที่ตั้งเป็นทางการคือ 411 ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินผืนเดียวกับศูนย์ประชุมสหกรณ์และโกดังเก็บของ (ด้านหลัง) บนที่ดินขนาด 28 ไร่ 2 งาน 96 ตารางวา

ที่ดินผืนนี้ประกอบด้วย โฉนด 3 ฉบับ เลขที่โฉนด 19014, 19522, 61744 โดยปี 2552 ที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นมีมติซื้อที่ดินพร้อมอาคาร U-TOWER ในราคา 1,200 ล้านบาทถ้วน

วาระขออนุมัติซื้ออาคาร U-Tower ที่ระบุในรายงานประจำปี 2552 สอดคล้องกับบันทึกการประชุมใหญ่ ปี 2552 วาระที่ 9 หน้า 77 และ 78 ที่บันทึกในรายงานประจำปี 2553 ตามคำกล่าวของประธาน (นายศุภชัย ศรีศุภอักษร) ว่าขออนุมัติซื้อที่ดินอาคาร U-Tower ราคา 1,200 ล้านบาท ในรายงานกล่าวอีกว่ามูลค่าทรัพย์สินปัจจุบัน 1,285 ล้านบาท แต่ของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท

วาระที่ 9 พิจารณาซื้อที่ดินอาคาร U-Tower ในรายงานการประชุมใหญ่ ปี 2552 ประชุมวันที่ 31 มีนาคม 2553

วาระที่ 9 พิจารณาซื้อที่ดินอาคาร U-Tower ในรายงานการประชุมใหญ่ ปี 2552 ประชุมวันที่ 31 มีนาคม 2553

นอกจากนี้ยังมีรายงานที่น่าสนใจ โดยประธาน (นายศุภชัย) ระบุว่า ที่ซื้อก่อนขออนุมัติ เพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถเรียกประชุมวิสามัญได้ ถ้าไม่รีบซื้ออาจจะเสียโอกาสได้ นอกจากนี้ประธานยังระบุอีกว่า เงินที่จ่ายครั้งนี้มาจากเงินทดรองจ่าย(ดูสัญญาซื้อขาย u-tower)

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว พบว่ามีราคาซื้อขายเพียง 1,000 ล้านบาท เท่านั้น ในขณะที่ภาษีและค่าธรรมเนียมการซื้อขายอยู่ที่ 11 ล้านบาท อีกทั้งสัญญานี้จัดทำก่อนขออนุมัติจากที่ประชุมถึง 5 เดือน(ดูเพิ่มเติมประเมินราคาที่ดิน)

สัญญาซื้อขายระบุอีกว่า ทำสัญญาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 เพื่อซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 โฉนด ผู้ขายคือ บริษัทสินทรัพย์ทวี จำกัด ผู้ซื้อคือ สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด โดยมีนายกฤษฎา มีบุญมาก (เจ้าหน้าที่สหกรณ์) เป็นตัวแทนสหกรณ์

ในสัญญาซื้อขายพบข้อน่าสงสัยว่า การชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมอาคารสัญญาระบุว่า จ่ายเป็นเช็คธนาคารกรุงเทพ จำนวน 200 ล้านบาท เช็คธนาคารกรุงไทย 300 ล้านบาท เช็คธนาคารกสิกรไทย 300 ล้านบาท และระบุว่าที่เหลือจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งเงินส่วนที่เหลือมีมูลค่าถึง 200 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังบริษัท บริหารสินทรัพย์ทวี จำกัด ทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทกล่าวว่า ไม่มีนโยบายรับชำระเงินสดจำนวนมากถึงขนาด 200 ล้านบาท ถ้ารับเป็นเงินสดจะไม่เกินหลักล้านบาท

บริษัท บริหารสินทรัพย์ทวี จำกัด เป็นในเครือธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2542 เพื่อดำเนินการบริหารจัดการ และจำหน่ายสินทรัพย์ที่รับโอนมาจาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และเมื่อตรวจสอบจากหลังโฉนดทั้ง 3 ฉบับ พบว่าบริษัท บริหารสินทรัพย์ทวี จำกัด รับโอนจากธนาคารกรุงเทพ (มหาชน) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2546 ก่อนหน้าสหกรณ์ฯ คลองจั่นซื้อ 6 ปี

จากการศึกษาหลังโฉนดทั้ง 3 ฉบับ พบว่าที่ดินพร้อมอาคาร U-Tower ถูกนำไปจำนองเป็นประกันให้สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553 และเมื่อตรวจสอบหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน พบว่าสหกรณ์ฯ คลองจั่นเป็นผู้จำนองที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าวให้กับสหกรณ์ฯ จุฬา เพื่อคํ้าประกันหนี้เป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท โดยจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 4.5 ต่อปี สอดคล้องกับรายงานประจำปี 2553 ส่วนงบดุล หน้า 132 และ 133 ที่ระบุว่า โฉนดทั้ง 3 ฉบับ ดังกล่าว มีมูลค่า (เฉพาะที่ดิน) ที่สหกรณ์ฯ จุฬาประเมินแล้วรวม 681,672,000 บาท

ทั้งนี้ รายงานประจำปี 2552 ส่วนงบดุล ระบุว่าสหกรณ์มีลูกหนี้เงินยืมทดรอง 2,172.6 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาซื้อที่ดินและอาคาร U-Tower จำนวน 972 ล้านบาท แต่ในรายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า ลูกหนี้ดังกล่าวเป็นใคร และจุดประสงค์ของการยืมเพื่ออะไร

ย้อนรอยที่ดินตึกU-Tower

ย้อนรอยที่ดินตึกU-Tower

ด้านหลังอาคาร U-Tower ให้เช่าเป็นโกดังของ บริษัท คิวรอน จำกัด

ด้านหลังอาคาร U-Tower ให้เช่าเป็นโกดังของ บริษัท คิวรอน จำกัด

ปัจจุบันอาคาร U-Tower ให้เช่าพื้นที่แก่บริษัทต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้แก่ สาขาของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น บริษัทสหประกันชีวิต (มหาชน) บริษัทยูเนียนอินเตอร์ประกันภัย (มหาชน) มูลนิธิพัฒนาสหกรณ์แห่งเอเชีย ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนเพื่อการพัฒนา สมาคมสมาพันธ์สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตในเอเชีย บริษัท ไทยปิโตรพลัส จำกัด บริษัท ไทยปิโตรพลัส เอ็กพลอเรชั่น แอนด์เดเวลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท ศรีศุภกร โฮลดิ้ง และสาขาของธนาคารกรุงไทย (มหาชน) ส่วนโกดังด้านหลังครึ่งหลังมีบริษัท คิวรอน จำกัดเช่าโกดัง

เก็บตกการประชุม 28 พฤษภาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานย้อนหลังเรื่องการประชุมใหญ่วิสามัญ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เวลาประมาณ 8.00 น. ที่ห้องประชุมศรีวรา โรงแรมทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพฯ มีสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น เดินทางเข้าร่วมประชุมประมาณ 1,500 คน ตามหนังสือเชิญประชุมของนายมณฑล กันล้อม ประธานฯ สหกรณ์ รอบๆ บริเวณที่จัดประชุม มีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร การ์ดของฝ่ายนายมณฑล กันล้อม ซึ่งเป็นผู้จัดประชุม และการ์ดของฝ่ายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ที่ประกาศในวันซ้อมเลือกตั้ง 26 พฤษภาคม ที่อาคาร U-TOWER ศรีนครินทร์ ซึ่งสหกรณ์ฯ คลองจั่นเป็นเจ้าของว่าจะมาประชุมด้วย

สมาชิกสหกรณ์ฯ จำนวนมากยืนรอคิวลงทะเบียนที่ล่าช้า

สมาชิกสหกรณ์ฯ จำนวนมากยืนรอคิวลงทะเบียนที่ล่าช้า

โดยบริเวณทางเข้าที่จัดประชุมมีการคัดกรองสมาชิกอย่างเข้มงวด จากที่ฝ่ายผู้จัดการประชุมระบุในหนังสือเชิญประชุมว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงลงมติต้องเป็นสมาชิกที่ผ่านการอบรมและเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยผู้เข้าร่วมประชุมต้องผ่านเครื่องสแกนอาวุธทีละคน อีกทั้งมีปัญหาด้านการลงทะเบียน ทำให้สมาชิกต่อคิวรอลงทะเบียนกันประมาณ 2 ชั่วโมง สร้างความไม่พอใจให้สมาชิกจำนวนมากจนเกือบมีการกระทบกระทั่งหลายครั้ง เมื่อสอบถามสมาชิกหลายคนที่ร่วมประชุมกล่าวว่าอยากให้จัดประชุมที่ศูนย์ประชุมสหกรณ์ U-TOWER มากกว่า เนื่องจากสถานที่ใหญ่กว่าโรงแรม และยังประหยัดค่าเช่าเพราะเป็นสถานที่ของสหกรณ์อยู่แล้ว

บริเวณหน้าห้องประชุมมีคนแจกเอกสารแนะนำตัวของนายเผด็จ มุ่งธัญญา พร้อมคณะอีก 15 คน ในนามกลุ่มพัฒนาสหกรณ์ (เป็นกลาง) พร้อมระบุนโยบายการทำงานและแนวทางแก้วิกฤตของสหกรณ์ฯ คลองจั่น

ผู้เข้าร่วมประชุมในฐานะพยานมีทั้งเจ้าหน้าที่จากสำนักส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ซึ่งคราวนี้นายสันธาน สีสา ผู้อำนวยการสำนักฯ มาร่วมพร้อมเจ้าหน้าที่อีกหลายคน อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่จากชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย และตัวแทนจากสหกรณ์อื่นๆ ที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับสหกรณ์ฯ คลองจั่น โดยในห้องประชุมมีผู้มาประชุมประมาณ 1,200 คน ทำให้ห้องแน่นขนัด ขณะที่นอกห้องซึ่งจัดที่นั่งพร้อมถ่ายทอดบรรยากาศห้องประชุมให้สมาชิกที่ไม่ผ่านการอบรมหรือเป็นสมาชิกน้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งมีประมาณ 300 คน และวาระการประชุมส่วนใหญ่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้บางครั้งจะมีสมาชิกแสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรง หรือโห่ประธานที่ประชุมคือนายมณฑลอยู่บ่อยครั้ง

สมาชิกยกมือลงคะแนนเสียงให้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น ชุดที่ 29 อย่างท่วมท้น

สมาชิกยกมือลงคะแนนเสียงให้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น ชุดที่ 29 อย่างท่วมท้น

เมื่อถึงวาระเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการ ทดแทนคนที่หมดวาระและลาออกก่อน ซึ่งประกอบด้วย ประธานฯ 1 ตำแหน่ง กรรมการฯ อีก 11 ตำแหน่ง และผู้ตรวจสอบกิจการอีก 5 ตำแหน่ง เพื่อดำรงตำแหน่งกับกรรมการชุดก่อนที่เหลือซึ่งได้แก่ นางทองพิณ กันล้อม, นายอภิชาต ครุฑทอง และนายวราวุฒิ เตียเอกลาภ ในวาระดังกล่าวมีการเลือกตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งตามปกติ แต่มีข้อถกเถียงเรื่องวิธีการเลือกตั้ง เพราะมีทีมเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่ง 2 ทีม ได้แก่ ทีมของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งมีการซ้อมเลือกตั้งในวันที่ 26 พฤษภาคม จำนวน 20 คน และทีมของนายเผด็จ มุ่งธัญญา จำนวน 15 คน หลังจากมีข้อถกเถียงเป็นเวลานาน สุดท้ายมีข้อสรุปว่า ให้ผู้เสนอชื่อเข้าชิงประธานดำเนินการในฐานะหัวหน้าของแต่ละกลุ่ม แสดงวิสัยทัศน์คนละประมาณ 5 นาที จากนั้นให้เลือกตั้งเป็นรายบุคคลตามปกติ

ก่อนการเลือกตั้ง นายปัญญา ศรีทองสุข หนึ่งในผู้สมัครกรรมการชุดนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เรียกร้องให้กรรมการชุดเดิมที่ยังอยู่ในวาระ 3 คน ลาออกและลงเลือกตั้งใหม่ นายวราวุฒิ เตียเอกลาภ ลาออกตามข้อเรียกร้อง ทำให้จำนวนกรรมการที่ต้องเลือกใหม่กลายเป็น 12 คน

วิธีการเลือกตั้งใช้วิธียกมือแล้วให้ตัวแทนสมาชิกเป็นผู้นับคะแนนในแต่ละแถวคล้ายกับทุกครั้งที่ผ่านมา จากนั้นตัวแทนสมาชิกจดคะแนนลงกระดาษแล้วส่งต่อให้ด้านหน้าเวทีรวบรวมคะแนนอีกทีหนึ่ง

ผู้เสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานมี 2 คน คือ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร และนายเผด็จ มุ่งธัญญา ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายศุภชัยได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 838 คะแนน ส่วนนายเผด็จได้ 369 คะแนน  หลังประกาศผลการเลือกตั้งประธาน สมาชิกในห้องประชุมจำนวนมากเดินทางกลับ ส่วนเจ้าหน้าที่จัดการประชุมส่วนใหญ่สลายตัวเหลือเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารบางส่วน ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ที่นั่งอยู่ข้างนอกเข้ามาในห้องประชุมแทนที่นั่งว่าง และยกมือออกเสียงในการเลือกตั้งคณะกรรมการ

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 56 ปี เคยนั่งประธานดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นเกือบ 30 ปี นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนมงคลเศรษฐี ประธานชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนเพื่อการพัฒนา ประธานมูลนิธิพัฒนาสหกรณ์แห่งเอเชีย อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย อดีตกรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่งชาติ และเป็นประธานหรือกรรมการบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 20 บริษัท เคยได้รับรางวัลนักสหกรณ์ดีเด่นประจำปี 2550 รางวัลไรฟไฟน์เซน ปี 2553 และรางวัลระฆังทองประจำปี 2555

ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการ ทีมของนายศุภชัยได้รับเลือกตั้งทั้งหมด 12 คน ด้วยคะแนนเสียงประมาณ 700 คะแนนต่อคน ในขณะที่กรรมการในทีมของนายเผด็จ ได้คะแนนประมาณ 250 คะแนน โดยทีมของนายศุภชัยมีเพียง นางสาวกระดังงา แก้วตาทิพย์ ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ส่วนนายสมศักดิ์ สมัญญาทร ขอถอนตัวก่อนการเลือกตั้ง

ส่วนการเลือกตั้งผู้ตรวจสอบกิจการ ซึ่งทีมนายศุภชัยซ้อมเลือกตั้งและแจกรายชื่อทั้ง 5 คน ไว้ก่อนแล้ว ผลการเลือกตั้งคือ ทีมนายศุภชัยได้รับเลือกตั้ง 2 คน ได้แก่ นายธีระชัย สราญรมย์ และนางนุพิน พาหุรัตน์ ทีมนายเผด็จ 2 คน ได้แก่ ผศ.ดร.วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์, นางอรดี อนันตกิดาการ และผู้สมัครอิสระอีก 1 คน คือ นายกรณ์ คุ้มศิริ

รายชื่อคณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ได้แก่ 1. นายปัญญา ศรีทองสุข รองประธานดำเนินการคนที่ 1 อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียน 2. นายสหพล สังข์เมฆ รองประธานดำเนินการคนที่ 2 (กรรมการผู้จัดการยูเนียนอินเตอร์ประกันภัย) 3. นายชาญชัย ตั้งชู เลขานุการ (รองผู้จัดการสหกรณ์ฯ วังขนายและอดีตผู้จัดการชุมนุมฯ เครดิตยูเนียน) 4. นายลภัส โสมคำ เหรัญญิก (กรรมการยูเนียนอินเตอร์ประกันภัย) 5. นางกนกพร ปานอุทัย อดีตผู้จัดการสหกรณ์โรงพยาบาลราชวิถี 6. นายยนต์ บุญเพ็ง อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ คลองจั่น 7. นายวีระศักดิ์ พงศ์วัชร์ 8. นางสาวจันทรา เอมมณีรัตน์ 9. นายชยกร จิรนนท์ธนบดี ผู้บริหารยูเนียนอินเตอร์ประกันภัย 10. นายณัฐวัฒน์ ปิยพัชร์เมธี อดีตผู้จัดการสหกรณ์ฯ คลองจั่น 11. นางสาวสุจินดา ศรีศุภอักษร อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ คลองจั่น 12. นายภูมิเทพ พรหมทอง

คณะผู้ตรวจสอบกิจการ ได้แก่ นายธีระชัย สราญรมย์ ประธานผู้ตรวจสอบกิจการ, นางนุพิน พาหุรัตน์ เลขานุการผู้ตรวจสอบกิจการ, ผศ.ดร.วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์  อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง, นางอรดี อนันตกิดาการ, นายกรณ์ คุ้มศิริ

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น กล่าวยืนยันว่ากลางเดือนมิถุนายนจะถอนเงินได้ตามปกติ

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น กล่าวยืนยันว่ากลางเดือนมิถุนายนจะถอนเงินได้ตามปกติ

ในช่วงท้ายของการประชุม นายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำคณะกรรมการและผู้ตรวจสอบกิจการชุดที่ 29 กล่าวปฏิญาณตน จากนั้นนายศุภชัยกล่าวปาฐกถากับสมาชิกถึงปรัชญาสหกรณ์ ยืนยันว่าประมาณกลางเดือนมิถุนายนสหกรณ์จะสามารถให้บริการสมาชิกเบิกถอนเงินจากทุกบัญชีได้อย่างปกติ ขณะเดียวกันก็ขอร้องให้สมาชิกถอนเงินไปเท่าที่จำเป็น หากใครมีความจำเป็นมากก็ให้ยื่นความจำนงเป็นกรณีไป และกล่าวเพิ่มอีกว่าปีนี้เงินปันผลอาจไม่ใช่ร้อยละ 10 เหมือนทุกปี

หลังวันเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม เป็นต้นมา สหกรณ์ฯ คลองจั่นเปิดทำการให้ทำธุรกรรมได้เฉพาะการฝาก หรือชำระดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่สามารถถอนหรือกู้เงินได้ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกันตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม โดยนายวีรยุทธ รุจิเรข รองผู้จัดการใหญ่สหกรณ์ ในฐานะตัวแทนที่มีอำนาจทำธุรกรรมแทนสหกรณ์ได้ตามคำสั่งศาลแพ่ง อ้างว่าสามารถถอนเงินฝากของสหกรณ์ได้จากธนาคารกรุงไทยเพียงที่เดียว ส่วนธนาคารอื่นๆ ต้องการคำรับรองจากสำนักฯ พื้นที่ 2

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกมีความสับสนเรื่องการรับรองคณะกรรมการชุดที่ 29 โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กล่าวกับสมาชิกหลายครั้งว่า ที่รายงานการประชุมยังไม่เรียบร้อยเพราะนายมณฑลเรียกร้องเอาเงินค่าจัดประชุมทั้ง 3 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 31 มีนาคม วันที่ 26 เมษายน และวันที่ 28 พฤษภาคม เป็นเงินรวม 3.9 ล้านบาท เพื่อแลกกับลายเซ็นรับรองรายงานการประชุม

ในขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 ให้เหตุผลว่า รายงานการประชุมเพิ่งส่งมาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม อีกทั้งบางส่วนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะวาระผู้สอบบัญชีสหกรณ์ อีกทั้งเอกสารที่ต้องการยังไม่ครบ ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่กับนายมณฑล ในฐานะผู้จัดประชุมไม่ทราบว่าส่งมอบให้ทางสหกรณ์หรือยัง โดยระบุไว้ในจดหมายขอเอกสารเพิ่ม แต่เรื่องค่าจัดประชุมนั้น สำนักฯ พื้นที่ 2 เป็นผู้ออกความเห็นเสนอให้สหกรณ์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเพราะเป็นกิจกรรมของสหกรณ์ ไม่ใช่นายมณฑลเป็นผู้ยื่นเงื่อนไข

จนกระทั่งวันที่ 7 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่สำนักฯ พื้นที่ 2 กล่าวว่า ได้รับเอกสารที่ต้องการครบถ้วน รวมทั้งทางสหกรณ์แก้ไขรายงานการประชุม วาระผู้สอบบัญชีสหกรณ์ที่เดิมเป็นผู้สอบบัญชีเอกชนเปลี่ยนเป็นกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ตามที่สมาชิกลงมติ และมีลายเซ็นนายมณฑล กันล้อม ในฐานะประธานในที่ประชุมรับรองความถูกต้องแล้ว สำนักฯ พื้นที่ 2 จึงรับรองความถูกต้องของประธานและคณะกรรมการชุดที่ 29 สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด

ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ผู้พิพากษาศาลแพ่งนัดไต่สวนคดีเรียกทรัพย์คืนและละเมิด มูลค่า 391 ล้านบาท เลขที่คดีดำ 728/56 ที่ศาลแพ่งรัชดา ห้องพิจารณาคดี 501 เวลา 13.30 น. จากที่ศาลเคยมีคำวินิจฉัยเลื่อนการไต่สวนตามคำร้องของทนายจำเลย เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม (รายละเอียดในข่าว)

การพิจารณาคดีครั้งนี้มีความน่าสนใจตรงที่ ผู้บริหารสูงสุดของโจทก์ คือนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ในฐานะประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ชุดที่ 29 เป็นคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ของคดี ซึ่งการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม มีความพยายามเปลี่ยนทนายโจทก์ จากมติผู้แทน 4 คน ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทำธุรกรรมในนามสหกรณ์ได้ นำโดย นายวีรยุทธ รุจิเรข รองผู้จัดการสหกรณ์

  • Guest

    สมาชิกจ๋อยเลย

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม