‘ต้นทุนด้านลบ’ การขึ้นเป็นมหาอำนาจของจีน บทบาทเศรษฐกิจผิดกฎหมายในโลก ที่ใหญ่โตผิดปกติ

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

ที่มาภาพ : pinterest

ที่ผ่านมานนั้น ประเทศทั่วโลกมักพูดถึงการพุ่งขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของจีน โดยเน้นในเรื่อง จีนพัฒนาเป็นมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกขึ้นมาได้อย่างไร และจีนใช้นโยบายอุตสาหกรรมอย่างไร มาสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิต ได้ในขอบเขตทั่วประเทศ ทั้งๆที่จีนมีเศรษฐกิจแบบทวีป

แต่ด้านลบของการเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจจีนคือ บทบาทต่อเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมายในโลก ที่มีสาเหตุจากกำลังการผลิตอุตสาหกรรมล้นเกิน นโยบายทางการจีนปราบปรามเงินทุนไหลออกนอกประเทศ สินค้าต่างๆและวัตสดุก่อสร้างราคาถูก ที่นำไปสร้างเขตพื้นที่หวงห้ามธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ แหล่งการพนันผิดกฎหมาย การลักลอบค้าสัตว์ป่าของโลก และเครือข่ายการส่งออกต่อ ของสินค้าจีนไปทั่วโลก

เศรษฐกิจผิดกฎหมาย 1 ล้านล้านดอลลาร์

บทความของ Foreign Affairs เรื่อง Why Criminals Love the Chinese Economy กล่าวว่า ข้อมูลจากองค์กรที่ติดตามเรื่องธุรกรรมผิดกฎหมายคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจผิดกฎหมายของจีนมีมูลค่าปีหนึ่ง 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ GDP ของสวิตเซอร์แลนด์ 2 ใน 3 ของสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในโลกมาจากจีน ศูนย์หลอกลวงไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรชาวจีน มีการค้ามนุษย์กว่า 300,000 คน มาจาก 66 ประเทศ และสร้างผลกำไรปีหนึ่ง 40 พันล้านดอลลาร์

จีนพยายามปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้บางส่วน ในฟิลิปปินส์ กระทรวงความมั่งคงสาธารณะของจีน สั่งยกเลิกหนังสือเดินทาง ของคนจีนหลายร้อยคน ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการพนันนอกประเทศจีน ทำให้คนพวกนี้มีฐานะเป็นผู้ร้ายที่หลบหนี ถูกจับกุมและส่งตัวกลับประเทศได้ทันที นับจากปี 2023 ปฏิบัติการร่วมจีนกับเมียนมา ทำให้มีการจับกุมคนจีนกว่า 57,000 คน ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ตามพรมแดนสองประเทศ

ที่มาภาพ : asiatimes.com

ปัญหาจากการควบคุมเงินออกนอกจีน

บทความของ Foreign Affairs กล่าวว่า ปฏิบัติการของจีนไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจผิดกฎหมายลดลงไปมาก แต่กลับใหญ่โตมากขึ้น ทั้งนี้เพราะอาชญากรรมเหล่านี้ ได้พลังสนับสนุนจากปัจจัยเดียวกัน ที่เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายของจีน กลุ่มอาชญากรใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินและการค้า เพื่อหลบเลี่ยงการควบคุมการเงินที่เข้มงวดของจีน และจัดการเรื่องการผลิตทางอุตสาหกรรม ที่มีกำลังการผลิตล้นเกินของจีน

แม้จีนจะดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมเศรษฐกิจ แต่ก็ทำเป็นบางส่วน เพราะเศรษฐกิจผิดกฎหมายบางอย่าง สนองเป้าหมายยุทธศาสตร์ของจีน เช่น การรักษาความสัมพันธ์การค้ากับรัสเซีย เป็นต้น

พลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผิดกฎหมายของจีน คือความไม่สมดุลทางโครงสร้าง ที่มาจากโมเดลทางเศรษฐกิจจีน ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการเงิน การควบคุมการเงินอย่างเข้มงวด ทำให้เกิดความต้องการอย่างมาก ที่จะนำเงินออกนอกประเทศจีน เนื่องจากเงินฝากในจีนให้ผลตอบแทนต่ำ และไม่สามารถนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ที่มีผลตอบแทนดีกว่า ทำให้คนจีนที่มีฐานะและเป็นเจ้าของธุรกิจ หาทางที่จะนำเงินออกนอกประเทศ

เริ่มต้นจากทศวรรษ 1990 มีการตั้งธนาคารใต้ดินและบัญชีธนาคาร ตั้งบริษัทนายหน้า เพื่อฟอกเงิน ขึ้นที่ฮ่องกง หาทางหลีกเลี่ยงนโยบายของจีนเรื่องการควบคุมเงินไหลออกนอกประเทศ บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนเป็นบริษัทการค้า แต่ทำหน้าที่โอนเงินระหว่างเงินหยวนในจีน กับเงินดอลลาร์ในต่างประเทศ ทำให้คนจีนสามารถใช้เงินหยวนซื้อทรัพย์สินในต่างประเทศ ด้วยเงินดอลลาร์ หรือพนักงานบริการนักพนันในแหล่งคาสิโนที่มาเก๊า ให้สินเชื่อเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกง แล้วเรียกเก็บหนี้คืนเป็นเงินหยวนแทน เป็นต้น

พวกตัวกลางทางการเงินและอาชญากรเศรษฐกิจ มีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด ทำให้ยากมากขึ้นที่จะทำลายเครือข่ายพวกนี้ เมื่อจีนปราบคอร์รัปชัน ทำให้พวกตัวกลางทางการเงิน ย้ายจากฮ่องกงและมาเก๊า มากัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้พวกตัวกลางทางการเงินเข้าไปรวมตัวกับเครือข่ายอาชญกรรมเศรษฐกิจ เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ทำหน้าที่หลอกลวงเหยื่อ ส่วนพวกตัวกลางทางการเงินทำหน้าที่เคลื่อนย้ายเงินในช่องทางต่างๆ

ที่มาภาพ : Aljazeela

ปัญหามาจากการผลิตล้นเกิน

บทความ Why Criminals Love the Chinee Economy กล่าวว่า กำลังการผลิตด้านอุตสาหกรรม ที่มีปริมาณล้นเกินของจีน ทำให้การทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีต้นทุนลดลงในการก่อสร้างสถานที่ และในการดำเนินงาน นับจากปี 2021 ภาวะตกต่ำด้านอสังหาริมทรัพย์ของจีน ทำให้ความต้องการในประเทศของจีนลดลง ในเรื่องเหล็ก ปูนซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ

วัสดุก่อสร้างที่ล้นเกินเหล่านี้ รวมทั้งการทำธุรกิจของบริษัทก่อสร้างของจีน ทำให้แหล่งคาสิโน เขตเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่หวงห้ามของพวกอาชญากรไซเบอร์ มีการพัฒนาและก่อสร้างขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้นเกินของจีน ประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือราคาถูก คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร ทำให้เครือข่ายพวกอาชญากรสามารถดำเนินงานในธุรกรรมการหลอกลวง ได้ในขอบเขตที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พฤศจิกายน 2025 เมื่อทหารเมียนมาโจมตีชเวก็กโก แหล่งหลอกหลวงไซเบอร์ที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งในเมียนมา ยึดโทรศัพท์มือถือได้ 10,000 เครื่องจากจุดเดียว ทั้งหมดน่าจะผลิตในจีน

ที่มาภาพ : dw.com

การหยุดยั้งธุรกรรมผิดกฎหมาย

บทความของ Foreign Affairs กล่าวว่า แม้จีนจะมีการปราบปรามเป็นครั้งคราว แต่ก็ยากที่จะหยุดยั้งธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ เพราะผู้นำระดับต่างๆของจีน ได้สะสมประโยชน์จากธุรกรรมเหล่านี้  รัฐบาลท้องถิ่นถูกกดดันเรื่องการบรรลุเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผู้นำท้องถิ่นจึงต้องปกป้องบริษัทที่มีค่าทางเศรษฐกิจ และการไหลเวียนทางการเงิน ที่มีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น แม้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย

ในบางกรณี จีนเต็มใจที่จะปราบปรามธุรกรรมผิดกฎหมาย เมื่อพลเมืองจีนตกเป็นเหยื่อการถูกลักพาตัว หรือการหลอกลวง เช่น ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ตามพรมแดนเมียรมา เจ้าหน้าที่จีนดำเนินการจับกุมอย่างรวดเร็ว หรือกรณีที่หัวหน้าอาชญากรพวกนี้ กลายเป็นผลเสียหายต่อความสัมพันธ์ของจีนกับนานาประเทศ

ตัวอย่างเช่น เดือนตุลาคม 2025 สหรัฐฯกล่าวโทษดำเนินคดีกับเฉินจื้อ เจ้าพ่อสแกมเมอร์ในกัมพูชา เจ้าของธุรกิจ Prince Group เครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ หลังจากมีหลายประเทศอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวพันกับเฉินจื้อ จีนเรียกร้องทันทีให้มีการจับกุม และส่งตัวเฉินจื้อจากเขมรกลับมาดำเนินคดีที่จีน

การจัดการกับหัวหน้าอาชญากรเศรษฐกิจรายใหญ่ เป็นผลดีแก่จีน ด้านหนึ่งแสดงว่าจีนเอาจริงเอาจังเรื่องการปราบปราม อีกด้านหนึ่งลดความเสี่ยงที่เฉินจื้อ จะเปิดเผยความลับที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่จีน

การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทำให้จีนเกิดความก้าวหน้าในหลายด้าน รวมทั้งการยกฐานะความเป็นอยู่ของคนจีนกว่า 800 ล้านคน ให้หลุดพ้นจากความยากจน แต่การที่จีนขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ก็ทำให้เกิดต้นทุนจากด้านลบต่อเศรษฐกิจโลก คือบทบาทของจีนทางเศรษฐกิจผิดกฎหมาย ที่ใหญ่โตเกินปกติทั่วไป โครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่สมดุล ถือเป็นปัจจัยส่งเสริมอาชญากรรมออนไลน์ เครือข่ายการลักลอบโอนเงินข้ามพรมแดน หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นต้น

เอกสารประกอบ

Why Criminals Love the Chinese Economy, Alvin Camba, August 21, 2026, foreignaffairs.com