
การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ส่งผลให้จำนวนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่หมดอายุการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วจึงเป็นประเด็นสำคัญ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้พัฒนาแนวคิด EGAT Sustainable Ecosystem for Used Batteries หรือระบบนิเวศเพื่อการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าจากของเสีย (Waste to Value) เริ่มตั้งแต่การถอดแบตเตอรี่ การรวบรวม การตรวจสอบสมรรถนะ การคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตแบตเตอรี่สีเขียวรุ่นใหม่อีกครั้ง
กระบวนการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว
1. Battery Disassembly ระบบการจัดการแบตเตอรี่เริ่มต้นจากการนำแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานออกจากยานยนต์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ โดยดำเนินการถอดประกอบอย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมระบุสถานะของแบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
2. Battery Collector หลังจากนั้นแบตเตอรี่จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรวบรวม โดยใช้กล่องนิรภัย (Safety Box) เพื่อป้องกันอันตรายระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ ก่อนนำเข้าสู่การตรวจสอบคุณภาพ
3. Battery Testing & Sorting การทดสอบและคัดแยกแบตเตอรี่ตามสมรรถนะที่เหลืออยู่ โดยใช้ค่าดัชนี State of Health (SOH) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถของแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับสภาพใหม่
- หากแบตเตอรี่มีค่า SOH สูงกว่า 70% แสดงว่ายังคงมีความสามารถในการกักเก็บพลังงานและจ่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย จึงเหมาะสำหรับการนำกลับมาใช้ใหม่ (Battery Repurpose)
- ส่วนแบตเตอรี่ที่มีค่า SOH ต่ำกว่า 70% จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อสกัดวัสดุที่มีคุณค่ากลับมาใช้ประโยชน์ (Battery Recycling)

Battery Repurpose: การนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่
แบตเตอรี่ที่ยังมีค่า SOH มากกว่า 70% จะได้รับการพัฒนาเป็นระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) โดยเริ่มจากการจัดเก็บในคลังแบตเตอรี่ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม พร้อมรักษาระดับการชาร์จ (State of Charge: SOC) ให้อยู่ในช่วงประมาณ 30–50% เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน จากนั้นแบตเตอรี่จะผ่านกระบวนการพัฒนา ได้แก่
- การจับคู่เซลล์แบตเตอรี่ การประกอบใหม่ และการปรับสมดุลแบตเตอรี่ (Battery Matching, Repacking and Balancing)
- การพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System: BMS) และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS)
- การออกแบบและบูรณาการระบบ BMS
- การติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยและระบบความปลอดภัย
- การออกแบบตู้และระบบระบายความร้อน
เมื่อผ่านการพัฒนาแล้ว แบตเตอรี่จะกลายเป็น Second-Life Battery Energy Storage System (SL-BESS) ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลายด้าน เช่น ระบบกักเก็บพลังงานจากพลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการการใช้พลังงาน (Energy Shifting) ระบบสำรองไฟฟ้าในอาคาร โรงงาน หรือชุมชน เป็นต้น ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ลดต้นทุน และลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสีย ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคตของประเทศไทย

นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวว่าปัจจุบันจำนวนรถไฟฟ้าในประเทศไทยมีเพิ่มขึ้น คำถามที่ตามมาคือการบริหารจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุหรือเลิกใช้งานในอนาคตจากจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ ซึ่งคนที่จะนำแบตเตอรี่ที่หมดอายุ/เลิกใช้งาน มาบริหารจัดการ/ใช้งานต้องมีความรู้ ความชำนาญ
“เนื่องจากแบตเตอรี่ถือเป็นวัตถุอันตรายชนิดหนึ่ง กฟผ. จึงมองว่าสามารถนำกลับมาใช้ในระบบไฟฟ้าได้ ซึ่งแบตเตอรี่ใช้แล้ว/หมดอายุ จากรถ EV นั้นเมื่อเลิกใช้งานแล้วต้องนำมาถอดประกอบ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวัง และการขนย้ายต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นวัตถุอันตราย โดยขนย้ายผ่าน Safety Box ซึ่งหากนำเข้าราคาประมาณ 5 แสนบาท แต่ กฟผ. ร่วมกับเอกชนพัฒนาขึ้นมาเอง ต้นทุนประมาณ 2 แสนบาท”
กฟผ. ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)โดยศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ในการถอดประกอบ แบตเตอรี่ และนำมาประกอบใช้งานใหม่เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) โดยร่วมกันพัฒนาระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System : BMS) หรือสมองกลในการควบคุมการทำงานของแบตเตอรี่ (เนื่องจากแบตเตอรี่ที่หมดอายุดังกล่าวผู้ผลิตรถจะถอดระบบควบคุมออกก่อนนำแบต ออกจากรถ) และเมื่อประกอบเสร็จแล้วจะต้องทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ก่อนนำไปใช้งาน โดยวางแผนจะนำไปใช้งานที่โรงไฟฟ้าวังน้อยและ ศูนย์ กฟผ. ไทรน้อย อีกทั้งมีแผนจะนำไปร่วมกับแบตเตอรี่ใหม่นำไปทำ Smart Campus
นอกจากนี้ แบตเตอรี่ที่นำไปทำ BESS ไม่ได้ จะถูกนำไปรีไซเคิล โดยนำไปบดเป็น Black Mass ที่โรงไฟฟ้าวังน้อย และแยกสารสำคัญออกมา นำไปไปพัฒนาเป็นเซลล์แบตเตอรี่ใหม่ กฟผ. ยังร่วมกับ กนอ. อยู่ระหว่างศึกษาความพร้อมของพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อเตรียมการรองรับนิคมอุตสาหกรรม Circular ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างครบวงจร
อนึ่ง ความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. โดยศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาการนำแบตเตอรี่จาก ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านการใช้งานแล้วมาประยุกต์ใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System: BESS เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ EV Charger ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงวังน้อยของ กฟผ. โครงการนี้ได้รับการบริจาคจากหน่วยงานพันธมิตร เพื่อนำมาตรวจสอบสุขภาพ คัดแยก ออกแบบระบบควบคุม ประกอบ และทดสอบเป็นระบบ BESS ก่อนนำไปติดตั้งใช้งานจริง



